มกราคม 27, 2566

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION แต่งเข้ม เติมเต็มความสปอร์ต | รีวิวรถใหม่ 2022 Drivingplace Featured

By กุมภาพันธ์ 12, 2565 4814

[ Review ] MITSUBISHI PAJERO SPORT ELITE EDITION รุ่นล่าสุด เน้นเพิ่มทางเลือกด้วยความหรูหรา ผสานความสปอร์ต โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกในโทนสีดำเข้ม และภายในห้องโดยสารที่ได้รับการตกแต่งใหม่เพิ่มความหรูหรามากขึ้น รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ครบเครื่องทั้งด้านความแรง ประหยัดน้ำมัน และติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม!

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION คือรุ่นท็อป ราคา 1,629,000 บาท ที่เราทำการทดลองขับในครั้งนี้ ซึ่งการทำตลาดนอกจากรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 2.4 GT- PREMIUM 2WD ELITE EDITION ราคา  1,524,000 บาท  พร้อมสีสันตัวรถให้เลือก 2 สี ทั้ง สีดำ (Jet Black Mica) ดูหรูหราแต่ดุดัน และสีขาว (White Diamond) ตัดกับหลังคาสีดำ เน้นความสปอร์ตพรีเมียมตามเทรนด์นิยมของรถอเนกประสงค์ยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งเสริมความสปอร์ตเข้มรอบคัน ทั้งกระจังหน้ารถสีดำตกแต่งด้วยโลโก้ PAJERO SPORT บนฝากระโปรงหน้า และโลโก้ ELITE EDITION ที่ฝาประตูท้าย พร้อมปลายท่อไอเสียสเตนเลส และติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งสีดำทั้งหมด ได้แก่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง หลังคา ราวหลังคา สปอยเลอร์หลัง และ เสาอากาศแบบครีบฉลาม

ภายในห้องโดยสาร เน้นยกระดับความหรูหรา และความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งสีน้ำตาล QUOLE MODURE ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง และตกแต่งพิเศษด้วยแผงข้างประตู และคอนโซลกลางบุด้วยวัสดุนุ่มสีน้ำตาล พร้อมสัญลักษณ์ PAJERO SPORT เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED พรมห้องโดยสารปักโลโก้ PAJERO SPORT และติดตั้งกล้องบันทึกภาพหน้ารถ DVR (Digital VDO Recorder)ส่วนเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็จัดมาครบ ทั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วที่ง่ายต่อการอ่าน รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน SDA (Smartphone-link Display Audio) และ Apple CarPlay ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และสามารถสั่งงานด้วยเสียง

ผู้โดยสารตอนหลังยังสามารถเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงตลอดการเดินทางด้วยจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ พร้อมรีโมทคอนโทรล รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI และมาพร้อมฟังก์ชั่นยอดนิยมอย่าง ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า ที่สามารถสั่งการด้วยระบบแฮนด์ฟรี ผ่านระบบมิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

MITSUBISHI PAJERO SPORT ELITE EDITION รุ่นนี้ยังคงให้ความแรง และประหยัดน้ำมันแบบสมเหตุสมผล ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล แบบ 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร MIVEC VG Turbo Clean Diesel ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมสปอร์ตโหมด สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ จากทั้งคันเกียร์ หรือ Paddle Shift พร้อมกันนี้ยังมีระบบช่วยควบคุม และตัดกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ และลดการสูญเสียเชื้อเพลิงในขณะรถหยุดนิ่ง

การขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน กำลังของเครื่องยนต์ถือว่าพอเพียงต่อการใช้งาน ทั้งจังหวะออกตัวหรือการเร่งแซง การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ค่อนข้างสัมพันธ์กับความเร็ว อาการกระตุกช่วงรอยต่อเกียร์เกิดขึ้นน้อย จึงรู้สึกได้ถึงความราบเรียบ นุ่มนวล ช่วงออกตัวเร็วๆ จากแรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร แสดงผลในรอบปานกลาง ที่ 2500 รอบ/นาที การไต่ระดับความเร็วจึงมาแบบเนียนๆเรื่อยๆตามสไตล์รถครอบครัว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.อยู่ที่ประมาณ 11 วินาที ขณะเดียวกันเมื่อความเร็วเริ่มลอยตัวถือเป็นทีเด็ดของเครื่องยนต์บล็อกนี้เพราะแรงม้าทั้ง 181 ตัวจะแสดงผลออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียกว่าช่วงความเร็วสูงระหว่าง 100 -150 กม./ชม.  สามารถปรับลดความเร็วขึ้นลงได้อย่างทันใจ ตรงนี้หมดห่วงได้เลยเรื่องความปลอดภัยในการเร่งแซง

ทางด้านความประหยัดในการเดินทางไกลแบบใช้งานจริงตามสภาพการจราจรเราลองวัดผล ด้วยความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางตามกฏหมายกำหนดประมาณ 100-120 กม./ชม.ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองแสดงบนแผงหน้าปัดในหลายๆช่วงการเดินทางก็ทำได้ใกล้เคียงกัน ที่ 6.5-6.7 ลิตร / 100 กม. หรือประมาณ 15-16 กม./ลิตร ถือว่าไม่ได้ประหยัดจนโดดเด่น แต่ก็ให้ความคุ้มค่าในการใช้งานไม่แพ้คู่แข่งในคลาสเดียวกัน

การรองรับแรงสั่นสะเทือนของช่วงล่าง ความรู้สึกจากขับขี่ ก็ถือว่านิ่ง นุ่ม กำลังดี นั่งและขับได้สบายในสไตล์พีพีวีที่ดีไม่น้อยหน้าคู่แข่ง แต่ถ้าขับเร็วๆในโค้งจะโยนมากหน่อย ส่วนพวงมาลัยการบังคับเลี้ยวช่วงความเร็วต่ำ หรือการถอยจอดค่อนข้างหนักมือต้องใช้แรงเยอะยังเป็นรองคู่แข่งบางรุ่นที่ใช้เพาเวอร์ไฟฟ้า แต่ช่วงความเร็วเกิน 40 กม/ชม.ขึ้นไปไม่มีปัญหาพวงมาลัยจะเริ่มเบาเลี้ยวได้ง่ายให้ความคล่องตัวในระดับที่น่าพอใจ

การทดลองขับครั้งนี้ เรายังได้สัมผัสกับประสิทธิภาพการทำงานของระบบความปลอดภัยที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา ช่วยเสริมความปลอดภัยในการแซงหรือเปลี่ยนช่องทางจราจร โดยแจ้งเตือนผ่านสัญญาณไฟกระพริบที่กระจกมองข้าง เมื่อตรวจพบรถยนต์เฉพาะที่แซงมาจากด้านหลังในช่วงความเร็วตั้งแต่ 20 – 140 กม./ชม. และที่พิเศษว่ารถยนต์รุ่นอื่น ถ้าผู้ขับเปิดสวิทซ์สัญญาณไฟเลี้ยวเมื่อตรวจพบรถยนต์ในตำแหน่งจุดอับสายตาจะมีเสียงเตือนเพิ่มเข้ามาแจ้งให้ผู้ขับไม่ควรแซงโดยเด็ดขาด

ในช่วงถนนโล่งออกนอกเมืองจำนวนรถบนถนนไม่มาก ยังได้ทดลองระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ ACC สามารถล็อคความเร็วและทำงานได้ตั้งแต่ 40-150 กม./ชม. โดยสามารถตามรถคันหน้าได้จนถึงรถคันหน้าหยุดนิ่งภายในเวลา 2 วินาทีระบบจะไม่ตัดการทำงาน กรณีที่มีรถตัดหน้าหรือหยุดกระทันหัน ก็จะมีระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยเบรคชะลอความเร็วมาช่วยเสริมความปลอดภัยให้อุ่นใจมากยิ่งขึ้น และการขับขี่ใช้งานในเมืองทั้งช่วงรถติด และการขับขี่ในพื้นที่จำกัด รวมถึงการถอยจอดยังมีตัวช่วยเสริมความปลอดภัย ด้วยกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ซึ่งจับภาพแบบ 360 องศารอบตัวรถ และแสดงภาพสิ่งกีดขวางจากมุมสูงพร้อมเส้นกะระยะ และเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถทั้งด้านหน้าและหลัง นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถคันอื่นอยู่ด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด โดยแสดงสัญลักษณ์ที่แผงหน้าปัด พร้อมเสียงเตือนให้ผู้ขับทราบอย่างทันท่วงที รวมถึงการได้ทดลองฟีเจอร์ระบบเบรกมืออัตโนมัติ Auto Parking Brake (APB) ซึ่งเบรคจะทำงานทันทีที่เข้าเกียร์ P และปลดเบรคเมื่อเข้าเกียร์ D พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่ Brake Auto Hold ซึ่งทำงานได้ดีเวลารถติดช่วยให้รถไม่ไหลเวลาเผลอ ทำให้การขับขี่ทุกเส้นทางมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION ยังให้ความโดดเด่นเรื่องการลุยในทุกสภาพเส้นทาง ด้วยการใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Super Select 4WD-II ที่มาพร้อม 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range) ,โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน  4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control , โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) และ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด 4 รูปแบบ ได้แก่ Grave l, Mud/Snow , Sand และ Rock รวมทั้งระบบล็อกเฟืองท้ายอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับระบบล็อกเฟืองท้ายกลาง (Center Differential Lock) เมื่อกดสวิทซ์ที่คอนโซลต้องการให้ระบบนี้ทำงานจะช่วยล็อกเฟืองท้ายเพื่อให้มีการกระจายพละกำลังสู่ล้อคู่หลังแบบ 50-50 ตลอดเวลา ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น

MITSUBISHI PAJERO SPORT ELITE EDITION ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยทั้งแบบป้องกันและแบบปกป้องมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน ประกอบด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) และติดตั้งติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

โดยภาพรวม MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.4 GT- PREMIUM 4WD ELITE EDITION รุ่นล่าสุดนี้มีการตกแต่งรูปลักษณ์ที่ดูลงตัวมากขึ้น ในสไตล์สปอร์ตเข้ม พร้อมอัดแน่นด้วยออฟชั่นอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่ไม่เป็นรองคู่แข่ง สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน แถมยังมีระดับราคาค่าตัวที่สมเหตุสมผล จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้คู่แข่งระดับท็อปที่อยู่ในคลาสเดียวกัน !

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันเสาร์, 12 กุมภาพันธ์ 2565 15:12
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์