มิถุนายน 30, 2565

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ NEW MG EXTENDER แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ และสมรรถนะการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว! | รีวิวรถใหม่ 2022 Drivingplace Featured

By กุมภาพันธ์ 02, 2565 683

เอ็มจี ยังคงมุ่งมั่นบุกเบิกตลาดรถกระบะในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว MG EXTENDER รุ่นปรับโฉมใหม่ เน้นการดีไซน์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และภายในห้องโดยสาร พร้อมรองรับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้นในสไตล์รถกระบะอเนกประสงค์ยุคใหม่

NEW MG EXTENDER รถกระบะรุ่นปรับโฉมใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ดุดัน ทรงพลัง พร้อมตอกย้ำความเป็นสมาร์ทปิกอัพด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ครบครัน และให้ความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

MG EXTENDER เน้นทำตลาดด้วยตัวถัง 2 ทางเลือก คือรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 4  ประตู หรือ Double Cab ทั้ง 2 รูปแบบตัวถังยังคงความโดดเด่นด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุก และพื้นที่ใช้ส้อยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายใกล้เคียงรถยนต์นั่ง พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย

การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยเส้นโครเมียมขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกดุดัน ทรงพลัง ล่ำสมัย ชุดไฟหน้าได้รับการจัดวางใหม่ ตั้งแต่การจัดวาง Day Time Running Light ไว้ด้านบน สวยงามโดดเด่นฉีกแนว พร้อมชุดไฟส่องสว่างเป็นแบบ LED Projector จัดวางเรียงเป็น 3 ระดับตามแนวตั้งด้านข้างของกันชนหน้า โดยไฟส่องสว่างลดระดับต่ำลงกว่าเดิมทำให้ไม่รบกวนรถที่สวนทางมาแต่ยังคงให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ส่วนชุดไฟท้ายได้รับการออกแบบใหม่ Seamless design มีความกลมกลืนไปกับฝากระบะท้ายดีไซน์พิเศษสีดำมีลูกเล่นต่างๆรับกับชุดไฟแบบ LED ดูโดดเด่นและสะดุดตา กันชนท้ายก็ออกแบบใหม่เพิ่มความทันสมัยเป็นแบบทูโทนแต่งด้วยสีดำตัดกับสีตัวถัง ขณะที่ล้ออัลลอยด์ก็ปรับเปลี่ยนใหม่สีเทาปัดเงาแบบ Bicolour ขนาด 18 นิ้ว

ภายในห้องโดยสาร รองรับการใช้งานได้ดีตามคอนเซ็ปท์รถกระบะพันธุ์ยักษ์ โดดเด่นที่สุดต้องยกให้ความกว้างขวางสะดวกสบาย ทั้งพื้นที่ด้านหน้า และพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลังกว้างๆ นั่งยืดแข้งขาสบายมากๆ เบาะด้านหน้ามีรูปทรงกึ่งสปอร์ตนั่งได้สบายแม้ผิวสัมผัสจะค่อนข้างแข็งไปหน่อย การปรับเบาะทำได้ละเอียดด้วยระบบไฟฟ้ารองรับสรีระได้ดี นั่งขับได้อย่างมั่นใจ บริเวณเบาะหลังพับได้เพิ่มความหลากหลายในการบรรทุกสัมภาระ และยังให้ความเย็นสบายอย่างทั่วถึงด้วยช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สำหรับการตกแต่งภายในใหม่ เน้นเสริมความพรีเมี่ยม   ด้วยการตกแต่งแบบสีทูโทน สีน้ำตาลสลับสีดำ คอนโซล และแผงประตูตกแต่งพิเศษด้วยวัสดุแบบ Soft Touch พร้อมเบาะนั่งตกแต่งด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากรูปลักษณ์โดยรวมที่ปรับปรุงโฉมใหม่ และอัพเกรดการอุปกรณ์ตกแต่งภายในห้องโดยสาร NEW MG EXTENDER รุ่นล่าสุด ก็ยังคงโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี อัจฉริยะตามคอนเซ็ปท์ Smart Pickup อย่างครบครัน ด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ระบบตรวจสอบสถานะของรถยนต์ ระบบนำทางแบบ Real time และหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อระบบ Apple CarPlay  อีกทั้งยังยังติดตั้งกล้องมองรอบคัน หรือ Around View Camera นอกจากนี้ ยังให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่มีระบบช่วยผู้ขับขี่ที่ทำงานประสานกันมากถึง 9 ระบบ ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System) , ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) , ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) , ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) , ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) , ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System) , ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System) และระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

 

MG EXTENDER DC GRAND 4WD X 6AT รุ่นท็อปที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น แบบ 4 สูบ ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ชาร์จพลังด้วยเทอร์โบแบบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมฟังก์ชั่นปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการใช้งาน และในรุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งานตามสภาพเส้นทาง 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

สัมผัสแรกจากการขับขี่ใช้งานจริง ว่ากันตั้งแต่ทัศนวิสัยการมองรอบทิศทางอยู่ในระดับที่ชัดเจนจากตำแหน่งการนั่งที่สูง และกระจกหน้าบานใหญ่ รวมถึงแนวฝากระโปรงหน้าที่ลาดเทพอดีๆ ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างคล่องตัวไม่รู้สึกว่าความใหญ่โตของตัวถังเป็นปัญหาในการขับขี่ทั้งช่วงเดินทางในเมือง หรือการเข้าตรอก ซอกซอยต่างๆ การตอบสนองของพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน ผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิค ถือว่าเซ็ทน้ำหนักแปลกไปจากรถกระบะที่คุ้นเคย โดดเด่นด้วยความเบาสบาย เลี้ยวง่ายในช่วงความเร็วต่ำ ทำให้การขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัวสูง แม้ว่าจะไม่เบามือแบบรถกระบะที่ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าก็ตาม ขณะเดียวกันเมื่อใช้ความเร็วสูงในการเดินทาง หรือการเข้าโค้งอาจรู้สึกเบา และมีระยะฟรีอยู่บ้าง แต่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

ทางด้านสมรรถนะความแรง ด้วยขนาดเครื่องยนต์ กำลังแรงม้า และแรงบิด ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ในการขับขี่ใช้งานจริง ก็ต้องถือว่ามีความแรงแบบพอเพียง ทั้งจังหวะออกตัว และการเร่งแซงที่ไว้วางใจได้  พร้อมให้ความประหยัดที่สมเหตุสมผล จากการทดลองขับในหลายๆช่วงการเดินทางใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90-110 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองทำได้ใกล้เคียงกันประมาณ13-15 กม./ลิตร. ส่วนการขับขี่ในเมืองใช้ความเร็วต่ำ รวมถึงช่วงรถติดมากน้อยสลับกันไปตามสภาพจราจรทำได้ประมาณ 9-11 กม./ลิตร ความประหยัดของรถกระบะรุ่นนี้จึงอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลกับขนาด และกำลังของเครื่องยนต์ แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งรุ่นอื่นที่มีพิกัดเครื่องยนต์ใกล้เคียงกันถือว่าเป็นรองอยู่เล็กน้อย

 

สำหรับช่วงล่างโดยพื้นฐานก็จะเหมือนกับรถกระบะรุ่นอื่นๆในคลาสเดียวกัน ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ และด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน แต่การปรับจูนจะเน้นความนุ่มนวล นั่งสบายแบบรถยนต์นั่ง นำหน้าความแข็ง หนักแน่น แบบรถกระบะสายลุย ความรู้สึกในการขับขี่จึงค่อนข้างนุ่มสบาย อาการกระเด้งและกระด้างเกิดขึ้นน้อย ช่วงความเร็วต่ำขับในเมืองให้ความรู้สึกดีขับสบายมากๆ และในช่วงใช้ความเร็วสูง หรือการขับเข้าโค้ง ตอนแรกนึกว่าจะโยน หรือย้วยเยอะจากเซ็ทช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวล แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่านโช้กอัพมีระยะยืดและยุบที่พอดี จึงให้การยึดเกาะถนนอยู่ในระดับที่วางใจได้ ตามมาตรฐาน EURO TUNING SUSPENSION ขณะเดียวกันก็ให้ความมั่นใจได้ในการหยุด หรือชะลอความเร็ว ด้วยระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และอีกจุดที่น่าสนใจคือความเงียบของห้องโดยสาร จากการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด จึงมีการเก็บเสียงที่ดี ทั้งจากลมปะทะ เสียงพื้นถนน และเสียงจากเครื่องยนต์

การทำตลาด MG EXTENDER DC GRAND 4WD X 6AT เคาะราคาจำหน่ายไว้ที่ 1,039,000 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งรุ่นท็อปด้วยกัน ถือว่ามีระดับราคาถูกกว่าพอสมควร ตรงนี้ก็น่าจะเป็นช่องว่างที่ทำให้รถกระบะรุ่นนี้มีโอกาสเจาะเข้าไปเป็นตัวเลือกสุดท้ายในการตัดสินใจซื้อได้มากทีเดียว โดยเฉพาะลูกค้าที่กำลังมองหารถกระบะขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยความกว้างขวาง สะดวกสบาย รองรับการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ และที่สำคัญยังมีดีไซน์รูปลักษณ์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร ถ้าใครชอบแนวนี้ก็ตัดสินใจได้ไม่ยาก!!

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันพุธ, 02 กุมภาพันธ์ 2565 14:03
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์