มกราคม 27, 2566

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว BMW 520d M sport ซีดานมาตรฐานสูง หรู เร็ว แรง และประหยัดน้ำมัน! | ทดลองขับ Drivingplace Featured

By ธันวาคม 21, 2564 4106

[ Review ] บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นสานต่อความสำเร็จของยนตรกรรมหรูขนาดกลางอย่าง BMW ซีรีส์ 5 อย่างต่อเนื่อง ในเจเนอเรชั่นที่ 7 ( G30 ) รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวทำตลาดในปี 2021 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2022 ยังคงวางทางเลือกด้วย 3 รุ่นหลัก ไล่ตั้งแต่รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินปลั๊กอินไฮบริด BMW 530e Elite และ BMW 530e M Sport รวมถึง BMW 520d M Sport ขุมพลังดีเซลเทอร์โบยอดนิยม ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้  ซึ่งทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ที่เฉียบคม หรูหราทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเสริมความล้ำสมัยอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ใหม่ล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ก็กลายมาเป็นยนตรกรรมหรูขนาดกลางที่ครองหัวใจของนักขับทั่วโลก และแฟนๆชาวไทยในทุกเจเนอเรชั่น โดยมีการพัฒนาทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะการขับขี่ และยกระดับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในเจเนอเรชั่นที่ 7  ที่สร้างความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตา เส้นสายทรงพลังทั้งบริเวณด้านหน้า และท้ายรถ มาพร้อมกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมแบบใหม่ ทอดยาวลงมาบรรจบกับกันชนหน้า ล้อมรอบด้วยกรอบที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว ส่วนบนของซี่ในกระจังหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย สร้างมิติที่สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L ในดีไซน์เรียวยาว สร้างความดุดันยิ่งขึ้น ช่องดักอากาศแนวตั้งทั้งสองข้างบนกันชนหน้ายังช่วยเสริมความโดดเด่นให้แก่การเล่นเส้นสายของดีไซน์แบบใหม่ เน้นย้ำถึงความสง่างาม และทรงพลังทอดยาวตลอดทั้งคัน

ดีไซน์ด้านท้ายรถสื่อถึงรูปลักษณ์ที่ผสานความสง่างาม และล้ำสมัยด้วยเหลี่ยมสันที่คมชัดและทรงพลัง เช่นเดียวกันไฟท้าย LED มาในรูปแบบสามมิติทรงตัว L รับกับไฟหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยกรอบสีดำ สร้างความโดดเด่นสะดุดตาบนท้องถนน โดยทั้งไฟท้าย และไฟเบรกได้รับการออกแบบให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว พร้อมเสริมลุคสปอร์ตด้วยท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ชายกันชนท้ายสีดำแต่งสปอร์ตทั้งสองด้าน  และด้วยมิติตัวรถที่ยาวกว่ารุ่นก่อนหน้า 27 มิลลิเมตร ทำให้ BMW ซีรีส์ 5 รุ่นนี้มีความยาว 4,963 มิลลิเมตร เพิ่มความกว้างขวาง แต่ยังคงประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ไว้ได้อย่างเหนือชั้น ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้าน (Cd) เพียง 0.23 มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบาลาย Double-spoke 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางหน้าขนาด 245 / 45R18 และยางหลัง 275 / 40R18  ช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ และให้ความโดดเด่นด้านรูปทรงในสไตล์สปอร์ตได้อย่างลงตัว

การออกแบบภายในห้องโดยสารของ  BMW 520d M Sport ยังคงเน้นการผสานทั้งความสง่างาม หรูหรา และล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ จึงสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการขับขี่ และให้ความสะดวกสบายแม้ขณะเดินทางไกล การตกแต่งโดยรวมวัสดุต่างๆให้ความพรีเมียม และงานฝีมือสุดประณีต ปุ่มบริเวณคอนโซลกลางมาในสีดำเงาเพื่อความหรูหรา ตัดกับพวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนังมัลติฟังก์ชั่น M Sport พร้อมคอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec และเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ Dakota ผสานการตกแต่งห้องโดยสารด้วยอลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey พร้อมแถบโครเมี่่ยมเสริมอารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ต

นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนาในด้านระบบความบันเทิง และการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดย BMW 520d M Sport มาพร้อมจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการใหม่ล่าสุด BMW Operating System 7 ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมระบบปลดล็อกประตููอัจฉริยะ (Comfort Access System) ที่รองรับ BMW Digital Key ซึ่งเปลี่ยนให้ iPhone กลายเป็นเหมือนกุญแจรถ สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะสั้นแบบ NFC (Near Field Communication) โดยรองรับผู้ใช้ได้สูงสุดถึง 5 คน และยังสามารถเลือกควบคุมระบบการทำงานของรถยนต์ ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร ระบบการเชื่อมต่อ และระบบนำทางได้ผ่านทางจอ Control Display ระบบสัมผัส ระบบ iDrive ปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW gesture control เรียกว่าซีดานหรูรุ่นนี้มีการอัพเกรดเทคโนโลยีการเชื่อมต่างๆ ตามยุคสมัยแบบจัดเต็มไม่น้อยหน้าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน

ทางด้านสมรรถนะการขับเคลื่อน BMW 520d M Sport  ยังคงให้ประสิทธิภาพเต็มพิกัดจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน  ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ Step-Tronic 8 จังหวะ พร้อมเพิ่มแพ็ทเดิลชิฟด้านหลังพวงมาลัยช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่

การเร่งความเร็วเริ่มตั้งแต่ช่วงออกตัว ต้องถือว่า รวดเร็ว ทันใจพ่อบ้านใจกล้า แต่ก็เป็นการเร่งแรงแบบนวลๆไม่ถึงกับดิบดุดัน การันตีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.5 วินาที และช่วงความเร็วปลาย รวมถึงจังหวะเร่งแซงก็วางใจได้ เรียกกำลังออกมาได้ทันใจ เราลองของกันตามสมควรกับสภาพถนนที่เป็นใจ ในช่วงความเร็วสูงระดับ 120-160 กม./ชม.จัดว่าขับได้สนุกความเร็วปรับลดขึ้นลงได้ทันใจตามน้ำหนักเท้า ลองกดหนักๆคันเร่งจมมีกระชากหลังติดเบาะนิดๆ ซึ่งจุดนี้ยืนยันความเร้าใจ ด้วยความเร็วสูงสุดที่พร้อมทะยานไปได้ถึง 235 กม./ชม.

ขณะที่ช่วงล่างแบบ M sport มาพร้อมเพลาหน้าแบบปีกนกคู่ และเพลาหลังแบบ five-link ก็ให้ความมั่นใจทุกช่วงความเร็ว ทั้งด้านความนิ่ง มั่นคง ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป และให้การควบคุมที่เฉียบคม แนบเนียน จากการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 จึงขับขี่ได้อย่างมั่นคง พร้อมความนุ่มสบายทั้งในชีวิตประจำวัน และขณะเดินทางไกล รวมถึงการขับเข้าโค้งก็ให้ความคล่องตัวสูง ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ รวมถึงระบบเบรคหัวใจสำคัญในการสกัดกั้นความแรง ก็ทำหน้าที่ได้ดีสัมผัสไวตามแรงกด ด้วยน้ำหนักการเบรคเป็นธรรมชาติ จึงให้การหยุดที่ดีในทุกช่วงความเร็ว

การขับขี่ใช้งานทั่วๆไป สามารถปรับโหมดตามความต้องการได้ 3 แบบหลักๆ ทั้ง Eco Pro , Comfort , Sport  ซึ่งแต่ละโหมดจะปรับน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าและความนุ่มของช่วงล่าง รวมถึงความจัดจ้านของรอบเครื่องยนต์ที่ต่างกัน โดยเฉพาะโหมด Sport จะให้ความรูสึกต่างจากโหมดอื่นๆ ทั้งเรื่องพวงมาลัยที่หนืดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง และสามารถเลี้ยวได้กระชับ แม่นยำมากขึ้น ช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นใจ  เรื่องความแรงก็จะโดดเด่นที่อัตราเร่งสามารถลากรอบได้ยาวๆโดยที่เกียร์จะเปลี่ยนได้กว้างในรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ช่วยให้การขับขี่สนุกสนานมากขึ้น

ส่วนโหมด Eco Pro เหมาะกับการขับขี่ใช้งานทั่วๆไป ระบบแอร์จะลดการทำความเย็นลงเพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ พร้อมช่วยตัดการส่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ออกในขณะปล่อยคันเร่ง โดยไม่มีแรงฉุดจากเครื่องยนต์มาทำให้ความเร็วลดลง ด้านความประหยัดเมื่อใช้โหมด Eco Pro ก็จะเห็นผลชัดเจน ขับขี่ใช้งานทั่วๆไปในเมืองช่วงรถไม่ติดมากวิ่งทะลุ 16 กม./ลิตร สบายๆ ยิ่งขับขี่นอกเมืองวิ่งทางยาวไม่เติมคันเร่งหนักๆ ใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90-110 กม./ชม. ตัวเลข 19 - 20 กม./ลิตร มีให้เห็นอย่างแน่นอน นอกจากนี้แต่ละโหมดจะปรับสีสันมาตรวัดความเร็วแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย โหมด Eco Pro เน้นโทนสีฟ้าสบายตา เน้นแสดงค่าการขับขี่ด้านความประหยัดน้ำมันเต็มรูปแบบ, โหมด Comfort ใช้โทนสีส้มดูเรียบๆ อ่านค่าชัดเจน  และโหมด Sport เน้นแถบสีแดงขนาดใหญ่ และในทุกโหมดจะโชว์สัญลักษณ์ M บริเวณกึ่งกลางเพิ่มความเร้าใจ

ในส่วนเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ BMW ซีรีส์ 5 รุ่นนี้ยังได้รับการยกระดับให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเหลือการขับขี่ในสภาวะที่หลากหลาย พร้อมปูทางสู่เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ไล่ตั้งแต่ระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) และฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในสภาวะต่าง ๆ เช่น ระบบควบคุุมความเร็วคงที่่ พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว (Cruise Control with braking function) รวมถึงระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่่ (Attentiveness Assistant) ติดตั้งเซนเซอร์ควบคุุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) ระบบ Active Protection และเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้า และหลัง (Park Distance Control) แต่น่าเสียดายที่ BMW 520d คันนี้ยังไม่ติดตั้งกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera) เหมือนรุ่นพี่ BMW 530e M Sport

สำหรับการทำตลาด BMW ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ G30 จะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่นที่เราทดลองขับ BMW 520d M Sport ราคา 3,539,000 บาท , BMW 530e Elite ราคา 2,999,000 บาท และพี่ใหญ่ BMW 530e M Sport ราคา 3,739,000 บาท โดยทั้งสามรุ่นมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard ซึ่งครอบคลุมการบำรุงรักษา 3 ปี / 60,000 กิโลเมตร และการรับประกัน 3 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง ทั้ง 3 รุ่นยังมีให้เลือกใน 5 สี ได้แก่ Alpine White, Black Sapphire metallic, Bluestone metallic และ Phytonic Blue รวมทั้งสี Bernina Grey Amber effect สำหรับ BMW 520d M Sport และ 530e M Sport

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันอังคาร, 21 ธันวาคม 2564 10:03
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์