ธันวาคม 02, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MAZDA BT-50 DBL 1.9 Hi-RACER 6MT รถกระบะสายหล่อ ขับง่าย สะดวกสบาย สไตล์เอสยูวี | ทดลองขับ Drivingplace Featured

By พฤศจิกายน 17, 2564 40

[ Review ] Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นล่าสุด ถือเป็นรถกระบะ หรือรถปิคอัพ ที่ได้รับการดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่หมดทั้งคัน ภายใต้แนวคิด KODO Design เช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้าในยุคนี้ พร้อมได้รับความร่วมมือจากค่ายพันธมิตรอย่างอีซูซุ ในด้านสมรรถนะทั้งเครื่องยนต์ และช่วงล่าง ที่ใช้ร่วมกับ D-MAX รุ่นใหม่ ในเรื่องสมรรถนะจึงไม่ต้องคุยกันเยอะ วางใจได้ ทั้งเรื่องสมรรถนะการขับขี่ ความทนทาน ความคุ้มค่าในการใช้งาน

การดีไซน์ตามแนวคิด KODO Design นอกจากความเรียบง่าย แต่สง่างาม มาสด้ายังต้องการให้ BT-50 สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดูดี มีความเท่ ลงตัวแบบรถเอสยูวีในร่างของรถปิคอัพ ด้วยการผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ดีไซน์ที่ถูกออกแบบอย่างสง่างาม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุด มีความทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 5.5 แสนบาท - 1.153 ล้านบาท

Mazda BT-50 วางทางเลือกให้สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ จึงมีตัวถังให้เลือก 3 รูปแบบ ทั้ง รุ่น Standard Cab (STD) หรือกระบะตอนเดียวที่จะช่วยให้การบรรทุกของหนักเป็นเรื่องง่าย , รุ่น Freestyle Cab (FSC) หรือกระบะตอนครึ่งรุ่นแค็ปเปิดได้ที่ตอบรับทุกการใช้งาน และรุ่น Double Cab (DBL) หรือรุ่น 4 ประตู ที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ซึ่งได้ติดตั้งระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ส่งผลให้ Mazda BT-50 มีสมรรถนะการขับขี่ และความปลอดภัยสูงตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

รูปลักษณ์ภายนอกให้ความโดดเด่นตามสไตล์ KODO Design ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มุ่งเน้นให้เกิดความเรียบง่าย แต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีตระกูล CX Series เจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า เน้นการออกแบบที่สง่างามสไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง ใส่ใจในทุกรายละเอียด เมื่อมองด้านหน้ารถจะดูคล้ายกับรถเอสยูวี CX Series แต่จะดูดิบกว่าและหรูน้อยกว่า เมื่อมองลัดเลาะไปด้านข้างในรุ่น รุ่น Double Cab (DBL) ที่เรานำมาทดลองขับถือว่าตัวถังมีขนาดสมส่วนไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป และมีดีไซน์ที่ไม่ขัดสายตา ดูสอดรับกับดีไซน์ของด้านหน้าได้ดีทีเดียว โดยกระจังหน้าออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ ผสานดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้ายทรงสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ก็ทำให้รูปลักษณ์โดยรวมของรถปิคอัพคันนี้มีความสวยงาม โฉบเฉี่ยวแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน ตรงนี้จริงๆก็เหมือนดาบสองคม ถ้าชอบก็ชอบแบบรักแล้วรักเลย ถ้าไม่ชอบแนวนี้ก็แทบจะไม่ชายตามองเข้ามาเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ แต่โดยส่วนตัวผมชอบนะดูสวยออกแนวเรียบ หรู ดูดี มีสไตล์!

ภายในห้องโดยสารของ Mazda BT-50 เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด และการคัดสรรเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูง ผสมผสานกับโทนสีภายในรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างลงตัว คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดานเลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้มของเบาะนั่งที่ออกแบบให้นั่งสบายในทุกตำแหน่ง และแผงประตูที่เพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งสไตล์เดียวกับรถเอสยูวี พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลักการ Human Machine Interface ทุกฟังก์ชันจึงง่ายต่อการใช้งาน การรับรู้ข้อมูลการขับขี่ แผงหน้าในรุ่นนี้ดูเรียบๆมาตรวัดความเร็ว และมาตรวัดรอบเป็นแบบอนาลอค หรือแบบเข็มธรรมดา และมีจอดิจิตอล TFT แสดงข้อมูลการขับขี่อยู่ตรงกลาง พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถปรับได้มากถึง 4 ทิศทาง พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone ที่สามารถแยกปรับด้านซ้ายและขวาได้อย่างอิสระพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และเบาะผู้โดยสารด้านหลังสะดวกสบายตลอดการเดินทางด้วยที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง และช่องเสียบ USB มีช่องเก็บของภายในห้องโดยสารสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ BT-50 ยังได้รับออกแบบให้มีความสะดวกสบายทัดเทียมกับรถอเนกประสงค์ โดยมีระยะบริเวณไหล่ด้านหน้า 1,463 มิลลิเมตร และมีระยะห่างระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า 770 มิลลิเมตร ช่วยให้ภายในห้องโดยสารกว้างนั่งได้สบาย

Mazda BT-50 ในรุ่นท็อปเกรด SP ยังมาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ด้วยรีโมท เปิดระบบปรับอากาศก่อนขึ้นรถ และมีระบบไฟในห้องโดยสารส่องสว่างอัตโนมัติในทันทีเมื่อจับสัญญาณจากกุญแจรีโมท อีกทั้งตอบโจทย์รูปแบบการเชื่อมต่อการสื่อสารในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว ที่สามารถตั้งค่า Home Screen ได้หลายรูปแบบ รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto ซึ่งสามารถใช้งาน Miracast แบบไร้สายผ่าน Wifi และรองรับการเชื่อมต่อแบบ MirrorLink อีกทั้งยังมีระบบนำทางที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

Mazda BT-50 DBL 1.9 SP Hi-RACER 6MT รุ่นที่เรามีโอกาสทดลองขับจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบครีบ VGS และ Intercooler ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ รองรับน้ำมันสูงสุด ดีเซล B20 โดดเด่นด้วยอัตราประหยัดน้ำมัน 16.1 กม./ลิตร ซึ่งการขับขี่ใช้งานจริงให้ความประหยัดใกล้เคียงตัวเลขที่เคลมไว้ ในเมืองช่วงความเร็วต่ำรถไม่ติดมากทำได้ประมาณ 11-13 กม./ลิตร และช่วงความเร็วลอยตัว 90-120 กม./ชม. ทำได้ประมาณ 14-16 กม./ลิตร

 

ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ถือว่าจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้ความนุ่มนวล แม่นยำ เกียร์มีความกระชับ ผสานกับคลัทช์ที่ให้น้ำหนักที่นุ่ม ขับแล้วไม่เมื่อยมากแม้ว่าจะต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆเมื่อขับขี่ในเมือง ซึ่งคลัทช์ชุดนี้ค่อนข้างตื้นจับไวจังหวะเปลี่ยนเกียร์ควรปล่อยคลัทช์ไวหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเลียคลัทช์ และเกียร์ชุดนี้ยังมีตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ให้ทราบด้วยที่แผงหน้าปัด และในจังหวะเร่งความเร็วยังมีตัวเลขแจ้งเตือนให้ผู้ขับทราบว่าควรเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ เพื่อเซฟเครื่องยนต์ไม่ให้ลากรอบสูงเกินไป และในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง Hi-Racer ยังตอบโจทย์การขับขี่ได้ดีทั้งในเมือง และนอกเมือง เน้นความนุ่มนวลบนทางเรียบ แต่จะแอบกระด้างเล็กๆน้อยๆเวลาเจอพื้นถนนไม่ราบเรียบ และด้วยตัวถังแบบยกสูงก็ยังหายห่วงช่วงหน้าฝนสามารถลุยน้ำได้สูงถึง 800 มิลลิเมตร

การขับขี่ใช้งานทั่วๆไป ความแรงอยู่ในเกณฑ์ปานกลางตามมาตรฐานเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกเล็กพิกัด 1.9 ลิตร อัตราเร่งช่วงออกตัว 0-100 กม./ชม.ถ้าลากรอบสุดพอดีๆสับเกียร์แม่นๆ ทำได้ประมาณ 12-13 วินาที และการเร่งแซง จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งาน เกียร์ 3 มีกำลังใช้ได้ตั้งแต่ช่วงความเร็วต่ำ และสามารถเติมความเร็วได้ต่อเนื่อง เกียร์ชุดนี้จับจังหวะสับเปลี่ยนเกียร์ดีๆ ถือว่าขับสนุกใช้ได้เลย และถ้าเน้นขับสบายๆไปเรื่อยๆก็ให้ความสะดวกสบายพอตัว การควบคุมรถในเมืองช่วงความเร็วต่ำ พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง เซ็ทอัพตามสไตล์รถกระบะที่ไม่ใช่ระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยจะให้ความรู้สึกหนักมือบ้างตอนบังคับเลี้ยวด้วยความเร็วต่ำ และการถอยจอด แต่เมื่อเริ่มกดคันเร่งเพิ่มความเร็วเกิน 20 กม/ชม.ก็จะเบาเลี้ยวง่ายขึ้น ยิ่งช่วงความเร็วสูงหมดห่วง พวงมาลัยจะให้น้ำหนักเหมาะสม คุมรถได้ดีทั้งทางตรง และการขับผ่านโค้งด้วยความเร็ว

Mazda BT-50 รุ่นนี้ยังอุ่นใจได้ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่ทนต่อแรงดึงสูง (High Tensile Steel) แข็งแกร่งกว่าเหล็กธรรมดา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ซับแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมเหล็กกันโคลงหน้าช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว ชุดแหนบด้านหลังที่เพิ่มความสามารถในการบรรทุก

ในรุ่น Hi-Racer มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพ และการทรงตัวของรถ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS ระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และติดตั้งถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง และเพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอดด้วยระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลังรวมสูงสุด 8 ตำแหน่ง พร้อมกล้องมองหลังแสดงภาพทันทีที่เข้าเกียร์ถอยหลัง รวมถึงการใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้ากับระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น

การทำตลาด  Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นล่าสุด วางทางเลือกไว้อย่างหลากหลาย เรียกกว่าเน้นตอบโจทย์ทุกความต้องการของคอรถปิคอัพชาวไทย

เริ่มจากรุ่นตัวเตี้ย STD 1.9 E  ราคา 553,000 บาท , FSC 1.9 C ราคา 679,000 บาท , DBL 1.9 C ราคา 771,000 บาท , DBL 1.9 S ราคา 847,000 บาท

รุ่นฟรีสไตล์แค็ป แบบยกสูง FSC 1.9 C Hi-Racer ราคา 714,000 บาท , FSC 1.9 C Hi-Racer 6 AT ราคา 768,000 บาท , FSC 1.9 S Hi-Racer ราคา 787,000 บาท , FSC 1.9 S Hi-Racer 6AT ราคา 832,000 บาท

รุ่นดับเบิลแค็ป แบบยกสูง DBL 1.9 S Hi-Racer 891,000 บาท , DBL 1.9 S Hi-Racer 6AT 936,000 บาท , DBL 1.9 SP Hi-Racer 1,012,000 บาท , DBL 1.9 SP Hi-Racer 6AT 1,070,000 บาท , DBL 4×4 3.0 SP ราคา 1,118,000 บาท และ DBL 4×4 3.0 SP 6 AT ราคา 1,153,000 บาท สนใจสามารถสอบถามข้อมูล และทดลองขับได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์มาสด้า www.mazda.co.th

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 18 พฤศจิกายน 2564 01:33
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing