ธันวาคม 02, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว FORD RANGER FX4 Max รถกระบะออฟโรดของสายลุยขนานแท้! | ทดลองขับ 2021 Drivingplace Featured

[ REVIEW ] FORD RANGER FX4 Max ถือเป็นรถกระบะสายลุย ที่ออกแบบมาอย่างพร้อมสรรพเพื่อคอออฟโรดตัวจริง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ใหญ่รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง FORD RANGER RAPTOR เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจในทุกสภาพเส้นทาง โดยเคาะราคาค่าตัวไว้ที่ 1,189,000 บาท

จุดเด่นด้านงานลุยของ FORD RANGER FX4 Max คือการยกระดับช่วงล่างใหม่ พร้อมล้อแม็กลายใหม่และยางออลเทอร์เรนเพื่อการขับขี่แบบออฟโรดเต็มพิกัด เน้นสมรรถนะอันโดดเด่นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสมบุกสมบันในวันหยุด แต่ยังคงความสะดวกสบาย อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย และรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย ซึ่งเป็นคุณลักษณ์เด่นเช่นเดียวกับ FORD RANGER ทุกรุ่น

การดีไซน์รูปลักษณ์ FORD RANGER FX4 Max ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก RANGER RAPTOR ทำให้มีความโดดเด่น ตั้งแต่ภายนอกด้วยกระจังหน้าดึงดูดสายตาด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D ตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกสีเทาเข้มตั้งแต่ฝาครอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ซุ้มล้อไปจนถึงกันชนท้าย ด้านหลังตกแต่งด้วยโรลบาร์สีดำยาวทอดตลอดกระบะท้ายช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง บันไดข้างได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูเท่และดุดัน พร้อมพื้นผิวกันลื่นเหมาะสำหรับการใช้งานแบบออฟโรด

สมรรถนะ และความสมบุกสมบันของ FX4 Max  ต้องยกความดีงามให้กับการปรับจูนระบบกันสะเทือน และช่วงล่างใหม่เพื่อตอบสนองการขับขี่ออฟโรดที่ดีเยี่ยม พร้อมยางออลเทอร์เรน KO2 จาก BF Goodrich ขนาด 265/70 R17 มอบความมั่นคงในการยึดเกาะถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ และพื้นผิวด้านข้างที่คงทนยิ่งขึ้น เข้ากับล้ออัลลอยขนาด 17 x 8 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและหลัง ออฟเซ็ท +42 มม. ทำให้ฐานล้อกว้างขึ้นถึง 26 มม. ขณะที่ล้ออะไหล่เป็นล้ออัลลอยพร้อมยางออลเทอร์เรนเช่นเดียวกัน ซึ่งล้ออัลลอยของ FX4 Max โดดเด่นด้วยสีเทาเข้มดุดัน ซึ่งเป็นสีเดียวกับกระจังหน้า และรายละเอียดภายนอก พร้อมติดตั้งคิ้วล้อดีไซน์ใหม่เพื่อเน้นความโดดเด่นของฐานล้อที่กว้างขึ้น ทำให้ส่วนประกอบภายนอกทั้งหมดดูเข้ากันอย่างลงตัว

การปรับแต่งช่วงล่าง และแชสซี ยังเป็นเอกลักษณ์ของ FX4 Max  เป็นผลงานการพัฒนาจากวิศวกรของฟอร์ดในประเทศออสเตรเลีย โดยส่วนประกอบของช่วงล่างแต่ละชิ้นทำให้รถกระบะคันนี้ให้ประสบการณ์การขับขี่ออฟโรด ควบคู่กับการบรรทุกสัมภาระได้อย่างดีเยี่ยม โดยระบบกันสะเทือนมาพร้อม FOX Shock แบบโมโนทิวบ์ขนาด 2 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและหลัง โดยโช้คหลังมาพร้อมกับ Sub-Tank ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแรงกระแทกและเพิ่มความทนทานในการใช้งานแบบออฟโร้ด ผสานกับคอยล์สปริงด้านหน้าที่มีการปรับจูนใหม่ และการควบคุมความสะเทือนด้านหลังแบบโช้คไขว้เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระ ด้านแหนบรองรับน้ำหนักได้รับการพัฒนาให้เหมาะทั้งกับการขับขี่แบบออฟโรด และยังพร้อมรับน้ำหนักในการบรรทุกและลากจูงสูง

ด้วยระบบกันสะเทือนที่ยกสูงขึ้น 20 มม. บวกกับการใช้ยางออลเทอร์เรน ทำให้ FX4 Max มีระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground clearance) ยกสูงจากพื้นถนนมากถึง 256 มม. ซึ่งสูงกว่ารุ่น XLT ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีมุมเงยและมุมจากที่ถูกยกระดับขึ้นจากรุ่น XLT เพื่อตอบสนองการทำงานของการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งการทดลองขับแบบออฟโรด จัดหนัก จัดเต็ม เราเคยพิสูจน์ผลลัพธ์มาแล้วในช่วงของการเปิดตัวที่สนามทดสอบออฟโรดที่จำลองขึ้นอย่างหลากหลาย ทั้งการขึ้น-ลงเน้นชัน การปีนเนินเอียง การปีนไตร่เนินสลับที่มีเนินดินสูงสลับกับร่องลึกเรียงเป็นทางยาวเกือบสิบร่องเรียกว่าเป็นเส้นทางที่โหดสุดเท่าเคยลุยกันมา ถ้าไม่มั่นใจหรือตื่นเต้นหักพวงมาลัยผิดไลน์ กันชนหน้าและหลังมีกระแทกเนินดินกันกระจุยกระจายแน่ๆ แต่ด้วยพละกำลังจากแรงบิด และช่วงล่างเทพๆ ผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4L ที่ทำงานได้ดี รวมถึงส่วนสูงตัวรถที่เพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้ FX4 Max สามารถพิชิตอุปสรรคต่างๆไปได้อย่างไม่ยากเย็น

นอกจากผมนี้ยังได้ลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อความเร็วสูง หรือ 4H ในสภาพเส้นทางหลากหลายรูปแบบ ทั้งการสลาลอม และการตะลุยทางกึ่งๆแรลลี่ครอส ด้วยความเร็วสูง บางช่วงผมมีโอกาสจัดหนักขับแบบสาดโค้งลงเขายาวๆ ถือว่าช่วงล่างชุดนี้เซ็ทมาได้อย่างยอดเยี่ยม จังหวะหักเลี้ยวเร็วๆพวงมาลัยคม แม่นยำ ผสานกับช่วงล่างที่หนึบแน่นมากๆ ถ้าเข้าโค้งแรงเกินไปท้ายเริ่มออก หรือ โอเวอร์สเตียร์ ระบบ ESP หรือระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวก็เข้ามาช่วยแบบฉับไวเบรกล้อไม่ให้ลื่นไถลหรือไม่ให้รถหมุนหลุดโค้ง เมื่อ ESP เริ่มทำงานจังหวะนั้นเราก็จะสามารถคุมพวงมาลัยแก้อาการให้ตัวรถกลับสู่ทางตรงได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัย

ภายในห้องโดยสารของ  FORD RANGER FX4 Max มาพร้อมกับการออกแบบอันโดดเด่น ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารด้วยบันไดข้างโลหะสีดำแบบออฟโรดเคลือบผิวกันลื่น พร้อมชุดผ้ายางปูพื้นที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานแบบออฟโรดโดยเฉพาะ เบาะนั่งดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ใช้วัสดุหนังแท้ หนัง Alcantara และหนังสังเคราะห์ใหม่ที่แตกต่างจาก RANGER รุ่นอื่นๆ รวมถึงการปักสัญลักษณ์ FX4 Max ที่เป็นเอกลักษณ์บนเบาะคู่หน้า แป้นเหยียบคันเร่งสไตล์สปอร์ตแบบเดียวกับ RANGER RAPTOR ไล่ไปจนถึงพวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสีดำ สีเดียวกับลวดลายการตกแต่งแผงคอนโซล และแผงข้างประตู เสียอย่างเดียวไม่ได้ติดตั้งแพ็ทเดิ้ลชิฟมาให้ไม่งั้นคงจะดูเร้าใจมากกว่านี้

ทางด้านความสะดวกสบาย และอุปกรณ์ต่างๆ ยังจัดมาไม่เต็มเท่า RANGER WILDTRAK อุปกรณ์ที่น่าสนใจ และจำเป็นต่อการใช้งานก็มีทั้ง ระบบ Keyless Entry/ Push Start หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว มาพร้อมระบบนำทาง (เสียดายขาดกล้องมองหลัง) พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้านบนแผงคอนโซลของ FX4 Max พร้อมรองรับการใช้งานของคนรักการขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง ด้วยช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switch พร้อมช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ และควบคุมการใช้งานอุปกรณ์เสริมต่างๆ อาทิ ชุดไฟ วินซ์ และไฟสปอตไลท์ พร้อมติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 250 แอมป์ เพื่อรองรับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เสริม ลดการพึ่งพาแบตเตอรีภายในรถ ตรงนี้ดีงามน่าจะถูกใจคอออฟโรดตัวจริง

ทางด้านสมรรถนะการขับเคลื่อน FORD RANGER FX4 Max ให้พลังแรงด้วยขุมพลังดีเซลที่ดีที่สุดของฟอร์ดในชั่งโมงนี้  เป็นแบบ 4 สูบ พิกัด 2.0 ลิตร Bi-Turbo คือการเสริมกำลังด้วยระบบอัดอากาศประสิทธิภาพสูง ทั้งเทอร์โบแรงดันสูง (HP) และเทอร์โบแรงดันต่ำ (LP) ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมด้วยฟังก์ชันการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ในสไตล์เกียร์ธรรมดาแบบ Select Shift ซึ่งการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ บวก/ลบ สวิทซ์จะอยู่ที่บริเวณคันเกียร์ ต่างจากรถยนต์รุ่นอื่นๆที่ใช้วิธีผลักคันเกียร์ขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง แรกๆใช้งานก็ยังไม่คุ้นเคยกับวิธีกดปุ่มเท่าไหร่ แต่ใช้ไปสักพักเริ่มสนุก คุ้นมือ ถือว่าใช้งานง่ายสะดวกสบาย แถมยังมีลูกเล่นการล็อกตำแหน่งเกียร์ให้ใช้งาน อยากใช้แค่เกียร์ไหนก็ได้เพียงกดปุ่ม บวก/ลบ จะมีตัวเลขแสดงตำแหน่งเกียร์ขึ้นโชว์ที่แผงหน้าปัด เวลาเข้าโค้ง หรือขับลงเขาด้วยความเร็วต่ำ สามารถล็อคให้ใช้แค่เกียร์ต่ำเช่น 1-3 ได้เลย ช่วยเสริมความปลอดภัยในการควบคุมรถได้อย่างเหมาะสมกับสภาพเส้นทางมากยิ่งขึ้น

สมรรถนะความแรง ก็หายห่วงในช่วงออกตัวเร่งได้แรงทันใจ แต่ก็ไม่ได้แรงถึงขั้นดุดัน เป็นการเร่งแบบนุ่มนวล ราบเรียบ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม อยู่ที่ประมาณ 11 วินาที โดยอัตราเร่งที่ถูกส่งผ่านจากเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ทำได้ราบเรียบ ไหลลื่น รอยต่อระหว่างเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เกิดขึ้นน้อย ส่วนช่วงความเร็วสูงในทุกรอบความเร็ว ถือว่าขับสนุก มีความจัดจ้าน ตามน้ำหนักเท้า และการเร่งแซงเรียกว่าหายห่วงทันใจในทุกสถานการณ์ โดยมีความเร็วสูงสุดรองรับไว้ที่ประมาณ 180 กม./ชม.

ข้อดีอีกจุดของเครื่องยนต์บล็อคนี้เมื่อผสานกับชุดเกียร์ 10 สปีด คือการขับเดินทางไกลด้วยความเร็วคงที่รอบเครื่องยนต์จะค่อนข้างต่ำ ความเร็ว 100 - 120 กม/ชม. รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 รอบ/นาที ซึ่งส่งผลดีในเรื่องความประหยัดน้ำมันที่คุ้มค่ามากกว่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ การทดลองขับเราลองจับอัตราสิ้นเปลืองหลายๆครั้งที่ความเร็วประมาณ 100 - 120 กม./ชม. ค่าเฉลี่ยแปรผันตามสภาพการจราจรอยู่ที่ประมาณ 15 - 16 กม./ลิตร และถ้าลองใช้ความเร็วคงที่ต่ำลงแบบสายชิล 80-90 กม./ชม.ทำได้เกิน 18 กม./ลิตร ส่วนช่วงการขับขี่ในเมืองความเร็วต่ำ รวมถึงช่วงรถติดหนักในเมืองใช้เกียร์ต่ำเป็นส่วนใหญ่ก็ต้องทำใจกับตัวเลขลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 10 -11 กม./ลิตร

การบังคับควบคุมรถพวงมาลัยจะเป็นแบบปั้มเพาเวอร์พร้อมระบบไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ให้น้ำหนักในการเลี้ยวกำลังดีมีความแม่นยำสูง สเปคล้อและยางแบบออฟโรดบั่นทอนความคล่องตัวเมื่อขับขี่ในเมืองช่วงความเร็วต่ำเพียงเล็กน้อย ยังสามารถบังคับเลี้ยวได้อย่างเบาแรง และคล่องตัวทุกช่วงความเร็ว ส่วนระบบช่วงล่าง และยางที่ปรับเซ็ทใหม่แบบออฟโรดแท้ๆ ถ้าเทียบกับ  RANGER WILDTRAK หรือ RANGER XLT ในด้านความนุ่มนวล นั่งสบาย จะต่างกันพอสมควร เพราะ FX4 Max จะให้อารมณ์ที่หนักแน่น แข็งเด้งกว่า แต่ก็เป็นข้อดีในเรื่องการทรงตัวที่หนึบ ไม่ย้วย ไม่โยนมาก แม้ว่าจะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทั้งทางตรงหรือการขับเข้าโค้ง

การทำตลาด FORD RANGER FX4 Max แม้ว่าจะเปิดตัวในช่วงท้ายโมเดล แต่ด้วยคุณลักษณะพิเศษของรถที่เป็นรถกระบะแบบออฟโรดแท้ๆ พร้อมรูปลักษณ์โดยรวมที่หล่อเร้าใจไม่ตกยุค ก็ยังพอให้ตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก โดยฟอร์ดตั้งราคาค่าตัวไว้ที่ 1,189,000 บาท  พร้อมเพิ่มความอุ่นใจ ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังนานถึง 10 ปี หรือ 150,000 กม. ถ้าสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ เชื่อว่าช่วงส่งท้ายปลายปีมีโปรโมชั่นเด็ดยั่วยวลใจแน่ๆ

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันอาทิตย์, 31 ตุลาคม 2564 21:43
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing