ธันวาคม 02, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MINI COOPER CLUBMAN คันใหญ่ ขับสนุก และสะดวกสบายสไตล์รถอเนกประสงค์! | รีวิวรถใหม่ 2021 Drivingplace Featured

By กันยายน 17, 2564 188

ในปี 2021 ค่ายมินิ ประเทศไทย ได้ทำการอัพเกรดรถยนต์รุ่นใหม่ทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการเผยโฉมรถยนต์รุ่นปรับโฉมใหม่นับ 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า 100% MINI COOPER SE ราคา 2,290,000 บาท , MINI COOPER HATCH 3 ประตู ราคา 2,180,000 บาท , MINI COOPER S HATCH 3 ประตู ราคา 2,880,000 บาท , MINI COOPER S  CONVERTIBLE ราคา 3,030,000 บาท , MINI JOHN COOPER WORKS HATCH 3 ประตู ราคา 3,418,000 บาท , MINI JOHN COOPER WORKS CLUBMAN ราคา 3,648,000 บาท , MINI JOHN COOPER WORKS CONVERTIBLE ราคา 3,468,000 บาท , MINI COOPER S CLUBMAN ราคา 3,230,000 บาท และรุ่นที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้ คือ MINI COOPER CLUBMAN ราคา 2,430,000 บาท

สำหรับ MINI COOPER CLUBMAN ถือเป็นเป็นรถพรีเมียมคอมแพคที่มีขนาดตัวถังใหญ่โต ให้ความกว้างขวาง สะดวกสบายกว่า MINI  รุ่นอื่นๆ เรียกว่าคงเอกลักษณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เป็นคาแร็กเตอร์เฉพาะของ MINI แบบโกคาร์ทฟิลลิ่ง ผสานการขับขี่ที่สะดวกสบาย มีพื้นที่ใช้ส้อยกว้างขวางใกล้เคียงกับรถอเนกประสงค์แบบแวกอน โดยรวมจึงถือเป็นรถสปอร์ตสายซิ่งที่เอาใจคนรักครอบครัวมากกว่า MINI รุ่นอื่นๆ

ในการปรับโฉมใหม่สู่ปี 2021 MINI COOPER CLUBMAN ถูกออกแบบให้ทันสมัยมากขึ้นภายใต้โครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยเน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำขนาดใหญ่ตัดขอบโครเมี่ยม ชุดไฟหน้าและไฟตัดหมอกเป็นแบบ LED มาพร้อมไฟ Daytime Driving Lights แบบ LED ล้อมกรอบไฟหน้าทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวถังส่วนกลางเน้นความโค้งมนเรียบเนียนคล้ายกับ MINI รุ่นอื่นๆแต่จะเด่นที่ความยาวของตัวถังมากถึง 4,523 มม. พร้อมกับประตูทั้ง 4 บานมีขนาดใหญ่ทำให้ขึ้นลงรถได้สะดวกไม่ต่างจากรถซีดาน กระจกมองข้างมีการปรับปรุงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้มุมมุองที่ชัดเจนมากกว่ารุ่นเดิม บริเวณหลังคาและเสาทั้ง 4 ด้านตกแต่งด้วยสีดำเงาตัดกับสีตัวถังซึ่งเป็นเทรนด์นิยมของรถอเนกประสงค์ยุคนี้  และ CLUBMAN รุ่นนี้ยังปรับเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่สีดำ Spoke black เพิ่มความดุดัน ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางรันแฟลชขนาด 225/45 R17 สวมใส่แล้วดูลงตัวรับกับโป่งล้อขนาดใหญ่สีดำด้าน 

เลยไปด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยชุดไฟท้าย LED ลายธงยูเนียนแจ็ค อันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI  เหนือขึ้นไปบนชายหลังคาตกแต่งด้วยสปอยเลอร์สีดำพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของรถรุ่นนี้ คือประตูด้านท้ายรถสามารถเปิดและปิดซ้าย-ขวา แยกได้ทั้งสองข้างช่วยเพิ่มสะดวกในการใช้งาน ส่วนพื้นเก็บของก็มีอย่างเพียงพอ หรือถ้าต้องการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ ก็สามารถปรับเบาะแถว 2 พับแยกอิสระ 40:20:40 ได้อย่างสะดวกสบาย  เมื่อพับเบาะแบนราบจะเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระมากถึง 1,250 ลิตร

 

ภายในห้องโดยสารมีการอัพเกรดอุปกรณ์ใหม่ๆ พร้อมปรับดีไซน์โดยรวมให้หรูหรา ทันสมัยมากขึ้น แผงคอนโซลกลางติดตั้งจอทรงกลมล้อมรอบด้วยวงแหวนไฟ LED ตัวจอตรงกึ่งกลางเป็นแบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว รูปแบบใหม่ มาพร้อมปุ่มควบคุมแบบไอไดรฟ์ด้านหลังคันเกียร์ ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน จอชุดนี้รองรับภาคบันเทิงเต็มรูปแบบทั้งวิทยุ เชื่อมต่อ USB ฟังเพลง  พร้อมระบบ Bluetooth รองรับระบบ Apple CarPlay และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ MINI Connected Service อาทิเช่น ระบบแสดงข้อมูลการจราจรแบบ Real-time, , ระบบ Teleservice และปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call และติดตั้งระบบนำทาง Navigation Plus Package ฯลฯ

บริเวณแผงหน้าปัด หรือมาตรวัดความเร็วก็เป็นแบบดิจิทัลใหม่ทรงกลมคล้ายแคปซูลแสดงข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นไว้อย่างชัดเจนอ่านค่าได้ง่ายมีปุ่มควบคุมการใช้งานอยู่ก้านไฟเลี้ยวด้านซ้าย  พวงมาลัยทรงสปอร์ตเป็นแบบ 3 ก้าน พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น ก้านด้านขวาควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มสั่งงานโทรศัพท์ ก้านด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ  บริเวณเบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังสลับกับผ้าลายใหม่สีเทาดูทันสมัย นั่งขับได้สบายไม่อึดอัด ตัวเบาะมีขนาดใหญ่สามารถยืดเบาะช่วงที่รองรับต้นขาสำหรับคนขายาวได้ด้วย แต่การปรับเบาะต่างๆจะเป็นแบบแมนนวลไม่ใช่ระบบไฟฟ้า บริเวณคอนโซนกลางรวมสวิทซ์ควบคุมระบบการทำงานต่างๆไว้อย่างครบครัน ทั้ง ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ช่องแอร์ตรงกลางรถได้รับการออกแบบใหม่ และติดตั้งสวิทซ์เป็นลักษณะก้านโยกที่มีเอกลักษณ์จัดเรียงเป็นแถว ควบคุมได้ทั้งระบบสตาร์ทรถ ระบบสตาร์ท/สต็อปอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว ESP สามารถเปิด-ปิดได้ และสามารถเลือกโหมดการขับขี่เพิ่มได้ 2 รูปแบบคือ SPORT / GREEN ที่จะช่วยจัดสรรการทำงานของเครื่องยนต์ให้ประหยัดคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น  เมื่อเราเลือกโหมดการขับขี่ที่ต้องการบริเวณหน้าจอแสดงผล และแผงหน้าปัดแบบดิจิทัล จะปรับโหมดการขับขี่ (MINI Driving Modes) พร้อมเปลี่ยนเฉดสีหน้าจอ และสีสันภายในรถจะเปลี่ยนไปตามโหมดการขับขี่ที่เลือก

ส่วนพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ตัวเบาะมีขนาดใหญ่ใช้ได้ และมีรูปทรงแบบสปอร์ตรับกับเบาะนั่งคู่หน้า พื้นที่วางขา และพื้นที่เหนือศรีษะถือว่ากว้างขวางนั่งได้สบายใกล้เคียงรถเก๋งขนาดคอมแพ็ค และยังติดตั้งช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมช่องเสียบ USB 2 จุดรองรับการชาร์จสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆได้ตามต้องการ

สำหรับสมรรถนะการขับเคลื่อนในเวอร์ชั่นของ MINI COOPER CLUBMAN ที่เราได้สัมผัสจะใช้เครื่องยนต์เบนซินบล็อคเล็ก แบบ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 4,500-4,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Steptronic ส่วนรุ่นพี่ COOPER S CLUBMAN จะใช้เครื่องยนต์บล็อกแรงกว่า ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว TwinPower Turbo ส่งกำผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Steptronic กำลังสูงสุด 192 แรงม้า (อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 7.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 228 กม./ชม.) นอกจากนี้เครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่นยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีควบคุมการปล่อยมลพิษ รวมถึงระบบกรองอนุภาคไอเสียในเครื่องยนต์เบนซิน ทำให้รถรุ่นนี้ผ่านมาตรฐานควบคุมมลพิษ Euro 6

การขับขี่ใช้งานทั่วๆไป เรื่องกำลังของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 136 แรงม้า ดูเหมือนกำลังน้อย แต่ก็หายห่วง สมรรถนะความแรงยังจัดอยู่ในระดับที่ทันใจ ภายใต้การเร่งความเร็วที่ราบเรียบ นุ่มนวล ต่อเนื่อง อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ตามโหมดมาตรฐาน (MID)ทำได้ภายในเวลา 9.2 วินาที หรือถ้าอยากเร่งได้ทันใจมากขึ้น ทั้งจังหวะออกตัว และเร่งแซงก็ต้องเลือกโหมด SPORT คันเร่งจะเบา พร้อมรอบการทำงานที่จัดจ้านมากขึ้น ซึ่งการเร่งแซงช่วงความเร็วปกติที่ใช้กันบ่อย 80-100 กม/ชม. หรือ 100-140 กม./ชม ก็ทันอกทันใจวางใจได้เลย เพราะมีความเร็วสูงสุดรองรับไว้ถึง 205 กม./ชม. นอกจากความแรง ขับสนุก การขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันไม่เน้นซิ่งในโหมด GREEN ความเร็วเดินทางคงที่ตามกฎหมายกำหนดประมาณ 90-110 กม./ชม. ยังให้ความประหยัดในระดับที่คุ้มค่า เราลองวัดผลจากค่าเฉลี่ยบนแผงหน้าปัดหลายๆ ช่วงการเดินทางดีสุดทำได้ถึง 18.1 กม./ลิตร ส่วนช่วงลองของด้วยโหมด SPORT แบบจัดหนักจัดเต็มด้วยการเร่งแซงอย่างต่อเนื่องก็ต้องทำใจกับอัตราสิ้นเปลืองที่ลดต่ำลงกว่า 10 กม./ลิตร

ส่วนเรื่องการควบคุมรถคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับฟิลลิ่งของมินิ อาจรู้สึกถึงการขับขี่ที่ไม่ได้นุ่มนวลขับสบายแบบรถยุโรปยี่ห้ออื่น ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งการนั่งที่ต่ำจากตัวรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำให้อารมรณ์การขับดิบๆใกล้เคียงกับโกคาร์ทหรือรถสปอร์ตแท้ๆ และการรองรับของช่วงล่างที่ปรับเซ็ทออกแนวหนึบแน่น นำหน้าความนุ่มนวลอย่างชัดเจน ใครที่สนใจรถมินิก็ต้องทำใจยอมรับในจุดนี้ให้ได้ แต่ถ้าเทียบกับ MINI รุ่นอื่นๆ ก็ต้องถือว่า CLUBMAN รุ่นนี้เป็นรถที่ขับสบายมีความนุ่มนวลให้สัมผัสมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมั่นใจได้ในการควบคุมรถที่ดี ยึดเกาะถนนแนบแน่น ทั้งการขับขี่ทางตรงด้วยความเร็วสูง และการขับเข้าโค้งสามารถไปได้เร็ว เกาะโค้งได้ดีกว่ารถยนต์ทั่วๆไป

โดยภาพรวม MINI COOPER CLUBMAN 2021 เจ้าของค่าตัว 2,430,000 บาท  ถือว่าเป็นรถ MINI ยุคใหม่ที่ผสมผสานความกว้างขวางสะดวกสบาย และความสนุกสนานในการขับขี่ตามสไตล์รถ MINI ได้อย่างลงตัว สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ซึ่งน่าจะเหมาะกับพ่อบ้านสายซิ่ง ที่รักสนุก หัวใจยังวัยรุ่น แต่ก็คำนึงถึงความสะดวกสบายของครอบครัวเป็นสำคัญ!! ถ้าสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ MINI รุ่นปรับโฉมใหม่ทั้งหมด และข้อเสนอพิเศษต่างๆ จาก มินิ ประเทศไทย ได้ที่ www.mini.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(2 votes)
Last modified on วันศุกร์, 17 กันยายน 2564 11:58
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing