กันยายน 28, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium ลดระดับความแรง แต่เพิ่มความหรูหรา ล้ำสมัย และคุ้มค่าในการใช้งาน! | รีวิวรถใหม่ 2021 Drivingplace Featured

[ REVIEW ] Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium MY2021 รุ่นปรับปรุงโฉม พร้อมอัพเกรดออฟชั่นใหม่ เจ้าของราคาค่าตัว 4,329,000 บาท ถือเป็นการเปิดตัวสู่ตลาดทดแทน CLS 300d รุ่นเดิมที่มีราคาอยู่ที่ 4,390,000 บาท ส่วนต่างด้านราคาจะถูกลง 61,000 บาท และแม้ว่าเครื่องยนต์จะปรับเปลี่ยนใหม่มีกำลังลดลง แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในใหม่ รวมถึงออฟชั่นที่มีการปรับปรุงเข้าสู่ยุคใหม่เหมือนกับรถยนต์ MERCEDES-BENZ รุ่นใหม่ๆที่เปิดตัวในปีนี้ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่า น่าสนใจ ให้กับรถยนต์รุ่นนี้เพิ่มมากขึ้น

Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium ยังคงความโดดเด่นในสไตล์สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่มาพร้อมรูปลักษณ์หรูหรา สง่างาม  อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเต็มคัน และที่สำคัญยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่ร้อนแรง ผสานความประหยัดพลังงานอย่างคุ้มค่า จากขุมพลังดีเซล อันเลื่องชื่อจากค่ายดาวสามแฉก โดยจัดอยู่ในกลุ่ม ดรีมคาร์ (Dream Car) ของค่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์  ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์อันงดงามถ่ายทอดผ่านเส้นสายตัวถังที่โค้งมนอ่อนช้อยแบบรถคูเป้ พร้อมด้วยใบหน้าที่มีรูปทรงทันสมัย  ให้ความโฉบเฉี่ยว ดุดัน ในขณะที่ขนาดมิติตัวรถแม้จะถูกวางตัวให้เป็นรถสปอร์ตคูเป้ แต่ก็มีขนาดที่ใหญ่โต กว้างขวางไม่แพ้รถซีดานพิกัดใกล้เคียงกัน ด้วยความยาว 4,996 มม., ความสูง 1,436 มม.และความกว้าง1,896 มม.

รูปลักษณ์ภายนอก จุดเด่นอยู่ที่ชุดไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED รูปทรงเรียวคม พร้อมกระจังหน้าแบบ diamond grille ที่มีเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์แบบคูเป้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเส้นสายที่ดูกว้าง มีลักษณะทอดตัวลงไปที่พื้น คล้ายกับลักษณะของ Mercedes-AMG GT บริเวณกันชนหน้า – หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตจาก AMG , ติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว รัดยางแบบ Run-flat ด้านหน้าขนาด 245 / 40 R19 ด้านหลังขนาด 275 / 35 R19 ส่วนด้านท้ายรถโดดเด่นมากๆกับรูปทรงอันงดงาม ลาดเท อ่อนช้อย น่าหลงใหล พร้อมชุดไฟท้ายสีแดงสด ดีไซน์ล้ำๆเป็นแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก นอกจากนี้ยังเพิ่มความหรูภูมิฐาน และให้ความผ่อนคลายในการขับขี่ยามเย็น ด้วยหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด – ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสารเน้นการดีไซน์ที่หรูหรา ผสมผสานความล้ำสมัย ด้วยวัสดุหนังสีแดงตัดกับลูกเล่นสีสันลายไม้อลูมิเนี่ยมทั่วห้องโดยสาร  พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งไฟประดับที่ช่องลมของเครื่องปรับอากาศ เพื่อเสริมรูปลักษณ์ของช่องลมที่ดูคล้ายเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ทดูโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้น และเสริมลูกเล่นด้วยการเปลี่ยนสีเมื่อมีการปรับอุณหภูมิ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดดูต่อเนื่องเป็นจอเดียวกับจอสัมผัสบริเวณคอนโซนกลาง แสดงข้อมูลขับขี่แบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ดูทันสมัยมากขึ้นคล้ายๆกับของ E-CLASS รุ่นล่าสุด  นอกจากการแสดงข้อมูลการขับขี่ที่เป็นประโยชน์อย่างหลากหลาย ยังสามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลของแผงหน้าปัดที่สวยงามตามความต้องการได้ 3 แบบ ทั้ง แบบ Sport , Classic และ Progressive เพื่อให้เหมาะกับความรู้สึกขณะขับขี่ และไม่รู้สึกเบื่อกับจอรูปแบบเดิมๆ

การออกแบบเบาะนั่งของ Mercedes-Benz CLS รุ่นนี้ มีการจัดวางเบาะที่นั่งเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ตัวเบาะมีขนาดใหญ่นั่งได้สบาย พร้อมวัสดุหุ้มเบาะเป็นหนัง nappa โดยเบาะนั่งคู่หน้าและเบาะที่นั่งตอนหลังอยู่ในตำแหน่งตรงกับเบาะที่นั่งตอนหน้าถูกจัดวางให้เหมือนกัน เพื่อสร้างความรู้สึกให้คล้ายกับรถสปอร์ต 1 ที่นั่ง และเบาะที่นั่งตอนหลังยังสามารถพับลงแบบ 40/20/40 เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ได้หลากหลายรูปแบบ

ในตำแหน่งผู้ขับเบาะที่นั่งสามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ ตัวเบาะปรับได้ละเอียดหลายระยะเข้ากับสรีระได้ดี วางมือบนพวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้านท้ายตัดหุ้มหนัง nappa ก็สามารถปรับระยะการขับได้ถนัดทั้งสูง-ต่ำ-ใกล้-ไกลด้วยระบบไฟฟ้า พวงมาลัยรุ่นนี้ยังมีระบบมัลติฟังก์ชั่นที่สมบูรณ์แบบผู้ขับแทบไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ตัวก้านสวิทซ์ด้านซ้ายมาพร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control ควบคุมจอหลักที่คอนโซลกลางได้ และก้านสวิทซ์ด้านขวามาพร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control มีหน้าที่ควบคุมสั่งงานแผงหน้าปัดทั้งหมด นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบปฎิบัติการมัลติมีเดีย MBUX ระบบสัมผัสทำงานผ่านหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Digital widescreen cockpit สามารถควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad รุ่นใหม่ติดตั้งระหว่างเบาะคู่หน้าเอาไว้ให้ผู้โดยสารด้านหน้าควบคุมระบบการทำงานต่างๆ ส่วนการตกแต่งอื่นๆที่น่าสนใจก็มีทั้งกาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz  ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต และผู้ขับยังสามารถเลือกสีของไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารได้ถึง 64 สี (Premium ambient lighting) เพิ่มสีสันแพรวพราวตามใจชอบ

สมรรถนะการขับเคลื่อน แม้ว่ามีพละกำลังขับ หรือความแรงลดลง เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์บล็อคเดิม ยังคงจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่ให้ประสิทธิภาพที่ดีทั้งด้านความแรง และประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซลยอดนิยมบล็อกเดียวกับ C-CLASS และ E-CLASS รุ่นล่าสุด พื้นฐานของเครื่องยนต์เป็นแบบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร กระตุ้นกำลังด้วยเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที ผสานแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังขับคเลื่อนลงสู่ 2 ล้อหลัง ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9 G-tronic มีก้านสวิทซ์ควบคุมตำแหน่งเกียร์ที่ใช้งานสะดวกอยู่ด้านหลังพวงมาลัยด้านขวาแบ่งเป็น 3 สเต็ปผลักขึ้นลงใช้งานง่าย คือ R N D และ P สวิทซ์อยู่ที่ปลายก้านคันเกียร์ พร้อมติดตั้งแพ็ทเดิ้ลชิฟเข้าสู่โหมดแมนนวลอยู่หลังก้านพวงมาลัยด้านซ้ายลบ/ขวาบวก สามารถใช้งานได้ทันทีที่ต้องการในทุกย่านความเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวก และปลอดภัยในการเร่งหรือลดความเร็ว โดยมีตัวเลขโชว์ตำแหน่งเกียร์ให้เห็นอย่างชัดเจนที่แผงหน้าปัด ซึ่งตัวเลขเกียร์ขณะขับขี่จะแสดงให้ผู้ขับทราบทั้งโหมด D1-9 และ M1- 9 เมื่อผลัก Paddle Shift

การส่งกำลังจากชุดเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC การขับขี่ใช้งานทั่วๆไปในตำแหน่งเกียร์ D ปกติ การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์มีความราบเรียบ นุ่มนวลตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงช่วงความเร็วสูงแทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อเกียร์ ต้องสังเกตุตัวเลขจากแผงหน้าปัดถึงจะรู้ว่าทะยานไปถึงตำแหน่งเกียร์ไหนแล้ว ยิ่งถ้าต้องการความสนุกสุดๆขยับ Paddle Shift เข้าโหมด M ก็สามารถลากรอบไปได้สุดทุกเกียร์ อัตราเร่งช่วงออกตัวถือว่าทันใจพอตัว 0-100 กม./ชม.ทำได้ภายในเวลา 7.5 วินาที ช้ากว่า CLS 300d ที่ทำได้ 6.4 วินาที และถ้าถนนโล่งกดต่อเนื่องไม่ยกรอบกลางๆค่อนข้างไหลลื่น เผลอแปปเดียวความเร็วปลายไปเตะ 200 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็ว โดยมีความเร็วสูงสุดรองรับไว้ถึง 237 กม./ชม.

ในการขับขี่ยังให้ความหลากหลายในการใช้งานตามความต้องการ ด้วยโหมดการขับขี่ Dynamic Select หลากหลายรูปแบบที่ใช้งานกันคุ้นเคยก็มีทั้งโหมด  Eco, Comfort  และ Sport สามารถปรับบุคลิกการบังคับควบคุมง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัสที่สวิทซ์บริเวณคอนโซลกลางระหว่างเบาะคู่หน้า ซึ่งแต่ละโหมดจะให้อารมณ์การขับขี่ต่างกันพอสมควร ด้วยลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบกันสะเทือนและระบบบังคับเลี้ยวจะถูกปรับให้สอดคล้องเหมาะสมกับโหมดการขับขี่ที่ถูกเลือก ไล่ตั้งแต่โหมดเอาใจคนชอบความแรงอย่างโหมด Sport จะให้การบังคับควบคุมของรถแบบหนักแน่น ทั้งการบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ เลี้ยวคมกริบ พร้อมการทำงานของระบบกันสะเทือนมีความแข็ง หนึบแน่นแบบสปอร์ต การตอบสนองของคันเร่งก็รวดเร็วเป็นพิเศษด้วยรอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่จัดจ้าน และยังปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้ความคล่องแคล่ว ว่องไว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ต่างจากโหมดอื่นๆอย่างชัดเจน

สำหรับสายชิลเน้นการขับขี่ในชีวิตประจำวันด้วยความคุ้มค่าในการใช้งานสูงสุดก็ต้องยกให้โหมด Eco เพราะโหมดนี้จะช่วยปรับการทำงานของเครื่องยนต์เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมันสูงสุดในทุกช่วงความเร็ว ซึ่งผลการทดลองขับใช้งานจริงช่วงเดินทางไกลความเร็วลอยตัวประมาณ 100 -120 กม./ชม (ตำแหน่งเกียร์ D9) ทำได้ประมาณ 17-18 กม./ลิตร และขับในเมืองความเร็วต่ำแต่รถไม่ติดวัดผลหลายๆครั้งทำได้ประมาณ 12-13 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ขณะเดียวกันสมรรถนะการขับขี่โดยรวมของโหมด Eco ทั้งการเร่งความเร็วช่วงออกตัวและการเร่งแซง ก็ยังถือว่ามีความแรงเหลือเฟือรองรับการใช้งานได้ดีในทุกสถานการณ์บนท้องถนน ส่วนโหมด Comfort หรือ C จะเป็นโหมดที่เซ็ทค่าเริ่มต้นหลังจากสตาร์ทรถทุกครั้ง อารมณ์การขับขี่จะคล้ายๆกับโหมด ECO แต่การเร่งความเร็วจะดีกว่า และจิบน้ำมันมากกกว่ากันเพียงเล็กน้อย

นอกจากสมรรถนะความแรง และความประหยัด ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือการตอบสนองที่ดีของช่วงล่างให้ความมั่นใจในทุกช่วงความเร็ว ออกแนวนุ่มหนึบ หนักแน่น มั่นคง แต่ไม่แข็งกระด้าง ยังขับขี่ได้นุ่มสบายตามมาตรฐานรถหรูจากยุโรป เมื่อลองใช้ความเร็วสูงผ่านโค้งต่างๆ ตัวรถนิ่ง ทรงตัวดี ไม่มีอาการโยนตัว หรือ ยวบยาบให้เห็นแม้แต่น้อย  และน้ำหนักของพวงมาลัยในการควบคุมรถก็น่าประทับใจ ให้การบังคับเลี้ยวได้แม่นยำ คล่องตัวทั้งช่วงความเร็วต่ำในเมือง และมีความนิ่ง มั่นคงเมื่อโลดแล่นด้วยความเร็วสูง รวมไปถึงการเบรกทำได้อย่างแนบเนียน นุ่มนวล เอาอยู่ในทุกช่วงความเร็ว

ทางด้านระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีการขับขี่ที่น่าสนใจ ก็ติดตั้งมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อมระบบเปิด - ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HAND-FREE ACCESS) , ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display ), ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน , ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system)ทั้งโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hil-Start Assist, ระบบไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist), ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) , ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control), ระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าสู่ศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) และติดตั้งกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง พร้อมภาพมุมสูงแบบเบิร์ดอายวิว

สำหรับการทำตลาด Mercedes-Benz CLS 220d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศไทย ที่เราทดลองขับในครั้งนี้ นอกจากรูปลักษณ์ และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีงามจนแทบจะหาข้อติไม่เจอ ในเรื่องของราคาค่าตัว 4,329,000 บาท ถูกลงกว่ารุ่นเดิม ยิ่งให้ความคุ้มค่า น่าตัดสินใจมากขึ้น ถ้าสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือลองของจริงด้วยตัวคุณเองได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ!

สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันจันทร์, 13 กันยายน 2564 13:40
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing