กรกฎาคม 30, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MAZDA 2 1.3 S 2021 รุ่นพิเศษ 100th ANNIVERSARY EDITION | ทดลองขับ 2021 Drivingplace Featured

[ REVIEW ] จากบทบาทการเป็นผู้ผลิตจุกไม้ค๊อก เติบโตสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีถิ่นกำเนิด ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น มาสด้าได้ส่งมอบคุณค่าแห่งยนตรกรรมรุ่นต่างๆมากมายให้กับผู้คนทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้ก้าวล้ำไปตามยุคสมัยเป็นระยะเวลานานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ปี 1920 จนถึง 2020 ที่ผ่านมา

ในตลาดประเทศไทย มาสด้าได้เข้ามาเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยเป็นระยะเวลาเกือบ 70 ปี นับตั้งแต่ปี 1951 ภายใต้ชื่อ “มาสด้าสุโกศล” และก่อตั้ง บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 1999 โดยมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจจวบจนปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 24 อย่างยั่งยืน

ในโอกาสครบรอบ 100 ปี มาสด้า ประเทศไทย ได้ร่วมเฉลิมฉลองด้วยการเปิดตัวรถมาสด้ารุ่นพิเศษ 100th ANNIVERSARY EDITION มีให้เลือกทั้ง MAZDA CX-30 , MAZDA 3  และน้องเล็กสุดท้อง MAZDA 2 1.3 S Leather ทั้งตัวถังแฮทช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้

MAZDA2 100th ANNIVERSARY EDITION ทั้งรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู เปิดตัวด้วยราคา  677,000 บาท  ราคาเพิ่มจาก 1.3 S Leather รุ่นมาตรฐานประมาณ 29,000 บาท โดยเน้นการยกระดับความโดดเด่นด้วยสีภายนอก Snowflake White Pearl และผนึกป้ายสัญลักษณ์ 100 YEARS 1920 -2020 ที่ตัวถังด้านข้างบ่งบอกความเป็นพิเศษเฉพาะรุ่น และบริเวณล้อแม็กยังเปลี่ยนฝาครอบดุมล้อสีแดง 100 ปี (อันนี้กลัวหายมากๆจอดตรงไหนคอยมองตลอดเวลา) ส่วนภายในห้องโดยสารเสริมแต่งความคลาสสิกด้วยโทนสีดำตัดกับหนังสีขาวครีมเนียนตาบนแผงแดชบอร์ด และแผงข้างประตู พร้อมเพิ่มความโดดเด่นสุดๆด้วยการหุ้มเบาะหนังสีแดง Burgundy พร้อมผนึกสัญลักษณ์พิเศษครบรอบ 100 ปี บนพนักพิงศีรษะ และพื้นห้องโดยสาร และชุดพรมปูพื้นยังเปลี่ยนเป็นสีแดงดูเข้าชุดกันอย่างลงตัว รวมถึงกุญแจรีโมทหุ้มหนังสีดำสไตล์รถหรูก็ยังผนึกโลโก้ 100 ปี ให้เจ้าของภาคภูมิใจ เรียกว่าบรรจงแต่งแต้มรายละเอียดความพิเศษต่างๆมาเป็นอย่างดี

สำหรับภาพรวมในการออกแบบของ  New MAZDA 2 รุ่นล่าสุดนี้หลายท่านที่เป็นแฟนคลับรถยนต์มาสด้าก็น่าจะคุ้นเคยกันพอสมควร จุดเด่น หรือจุดขายหลัก ก็ยังคงเป็นรูปลักษณ์ที่สวยงามออกแบบภายใต้แนวคิด KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ที่มุ่งเน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ใบหน้าหล่อถึงขีดสุดแล้ว ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำ โคมไฟหน้าทรงใหม่แบบโปรเจคเตอร์ LED ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ชอบมากๆตรงที่ปิดเองโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ P ไม่รบกวนสายตาผู้อื่นเวลาจอดรถ บริเวณกันชนหน้าก็เป็นทรงใหม่ไร้ไฟตัดหมอก โดยรวมจะดูคล้ายกับหน้าตารุ่นพี่ Mazda 3 นำมาย่อส่วน และด้านท้ายรถดีไซน์ลูกเล่นการส่องสว่างไฟท้ายใหม่ภายใต้กรอบเลนเดิม และบริเวณกันชนเพิ่มลูกเล่นการตกแต่งใหม่บริเวณชายล่างให้ความสปอร์ต และหรูหรามากขึ้น

 

ภายในห้องโดยสาร ยังคงความหรูหราทันสมัย ตกแต่งรายละเอียดต่างๆอย่างปราณีตไม่เป็นรองใครในตลาดอีโคคาร์  โซนควบคุมเมื่อล้มตัวลงนั่ง การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ เน้นเอาใจผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน และไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเวลาขับรถ โดยติดตั้งอุปกรณ์สนับสนุนการขับขี่ที่น่าสนใจทั้ง Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่ , Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วอัตโนมัติ และเพิ่มความสะดวกสบายด้านการติดต่อสื่อสารด้วยระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว (เวลารถเคลื่อนที่จะตัดระบบสัมผัสออกไป) แต่ยังสามารถควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ จัดวางในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวกอยู่ด้านหลังชุดเกียร์ใกล้มือผู้ขับ

 

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่โดนใจชาวไทย มาสด้ายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ของ MAZDA 2 รุ่นนี้ โดยเฉพาะสมรรถนะด้านการควบคุมรถ และยึดเกาะถนน โดยพัฒนาขึ้นใหม่บนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture ที่ช่วยให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการเพิ่มเติมระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ระบบเดียวกับที่ติดตั้ง Mazda 3 ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยในโค้งน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้ง และออกจากโค้งได้อย่างนุ่มนวลเป็นธรรมชาติมากขึ้น

MAZDA 2 รุ่นพิเศษคันนี้ ยังคงขับเคลื่อนเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) ตามมาตรฐานอีโคคาร์แท้ๆ ขนาด 1.3 ลิตร กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ / นาที แรงบิดสูง 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล การทำงานของเกียร์ชุดนี้ ถือว่าขับสนุกกว่าเกียร์CVT จังหวะการสับเปลี่ยนตำแหน่งทำได้รวดเร็ว สัมพันธ์กับความเร็ว พร้อมความเรียบเนียน รอยต่อระหว่างเกียร์แสดงให้ทราบเล็กน้อยไร้อาการกระตุก การเร่งความเร็วในเมือง เพียงพอต่อการใช้งาน เร่งดีแบบเนียนๆ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ทำได้ประมาณ 15 วินาที และการเร่งแซงช่วงความเร็วที่ใช้บ่อยๆ 80-120 กม./ชม. ก็ยังสามารถตอบสนองได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าต้องการใช้งานในย่านความเร็วสูงกว่านี้ ก็ต้องแช่คันเร่งนานสักหน่อย โดยมีความเร็วสูงสุดรองรับไว้ที่ประมาณ 180 กม./ชม.

การควบคุมรถก็ยังคงข้อดีของซิตี้คาร์ ที่ให้การขับขี่ที่คล่องตัว ควบคุมง่าย พวงมาลัยให้น้ำหนักที่ดีมีความนิ่ง แม่นยำ ไม่เบามากเกินไป ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม ค่อนข้างน่าพอใจกับการตอบสนองที่ดีอยู่ตรงกลางระหว่างความนุ่มนวล และการทรงตัวที่วางใจได้ถ้าไม่บู๊เกินไป และระบบเบรก ด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังแบบดรัมเบรก การหยุด และชะลอรถ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงความเร็ว

การขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน จุดเด่นที่น่าสนใจอีกจุด คือความประหยัดน้ำมันตามมาตรฐานอีโคคาร์ ซึ่งมาสด้าเคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 23.3 กม./ลิตร จากการขับขี่ใช้งานจริง ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาก็ทำได้ใกล้เคียงตามที่เคลมไว้ เราทดลองขับใช้งานในหลายๆช่วงการเดินทาง ช่วงความเร็วต่ำความเร็วแปรผันอยู่ที่ประมาณ 70-100 กม./ชม.ทำได้ประมาณ 22-23 กม./ลิตร (ความเร็วเท่าๆกันประหยัดเป็นรองอีโคคาร์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.2 CVT เล็กน้อย)  ส่วนการขับในเมืองช่วงรถติดปานกลาง จนถึงหยุดนิ่งบางช่วงทำได้ประมาณ 12-13 กม./ลิตร โดยรวมก็ยังถือว่า MAZDA 2 รุ่นนี้ให้ความประหยัดเป็นไปตามมาตรฐานอีโคคาร์แท้ๆ ที่ให้ความคุ้มค่าไม่เป็นรองคู่แข่งในคลาสเดียวกัน!

ถึงเวลานี้ถ้าใครสนใจ MAZDA 2 รุ่นพิเศษ 100th ANNIVERSARY EDITION คงต้องรีบกันหน่อย น่าจะเหลือน้อยเต็มที เพราะรถรุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัด และเป็นคอลเลคชั่นรถยนต์ที่น่าสะสมอีกรุ่นหนึ่ง แฟนคลับมาสด้าถ้าต้องการเปลี่ยนรถเวลานี้ ผมว่ารุ่น 100 ปีนี่ล่ะครับตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าในการใช้งาน และความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ สุดท้ายนี้ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(2 votes)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 15 กรกฎาคม 2564 23:33
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing