ธันวาคม 02, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว SUBARU FORESTER GT Edition เพิ่มความสปอร์ต ด้วยชุดแต่งดีไซน์พิเศษ | ทดสอบรถ 2021 Drivingplace Featured

By มิถุนายน 28, 2564 354

[ REVIEW ] SUBARU FORESTER รุ่นล่าสุดยังคงเอกลักษณ์แบบสปอร์ตเอสยูวีที่ให้ฟิลลิ่งการขับขี่แตกต่างจากคู่แข่งในคลาสเดียวกัน โดยมีจุดเด่นทั้ง ขุมพลังบ็อกเซอร์ ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และถูกจัดวางอย่างสมดุล ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ที่ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่อย่างเหมาะสมในทุกสภาพถนน รวมถึงรุ่นท็อปสุดยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight เสมือนดวงตา ช่วยสอดส่องสภาพแวดล้อมบนท้องถนน และแจ้งเตือนเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

สำหรับการทำตลาดนอกจาก SUBARU FORESTER รุ่นมาตรฐาน ยังมีทางเลือกพิเศษเอาใจผู้ที่ชื่นชอบความแต่งต่างในสไตล์สปอร์ต ด้วยชุดแต่ง จีที เอดิชั่น ภายใต้ชื่อรุ่น SUBARU FORESTER GT Edition ซึ่งชุดแต่งรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นที่ 2 ของชุดแต่ง จีที เอดิชั่น ที่มอเตอร์ อิมเมจ ร่วมมือผลิตอย่างใกล้ชิดกับบริษัทวิศวกรรมชื่อดัง Giken Co. Ltd และ คุณมาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค (Mr. Masahiko Kobayashi) โดยมี ชุดแต่ง จีที เอดิชั่น สำหรับ XV GT Edition เป็นชุดแต่งรุ่นแรก

Giken เป็นบริษัทวิศวกรรมที่ได้รับรางวัลมากมาย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2507 และถือครองสิทธิบัตรจำนวนมากในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา Giken ได้กลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในด้านการออกแบบ การผลิตวัสดุ และเทคโนโลยีสำหรับระบบควบคุม และยังเป็นซัพพลายเออร์ระดับโลกในด้านชิ้นส่วนอากาศยานยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้กับซูบารุ และแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นรายใหญ่อื่นๆ อย่างมากมาย

SUBARU FORESTER GT Edition รุ่นพิเศษนี้ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์เพื่อชาวเอเชีย และชาวไทยโดยเฉพาะ ช่วยเสริมเสน่ห์ให้ SUBARU FORESTER มีความโฉบเฉี่ยว และสปอร์ตยิ่งขึ้น โดยชุดแต่งภายนอกประกอบด้วย สเกิร์ตด้านหน้า , สเกิร์ตด้านหลัง ,สเกิร์ตด้านข้าง (ซ้าย-ขวา) , สปอยเลอร์หลังคา และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านลายพิเศษขนาด 18 นิ้ว

นอกจากชุดแต่งภายนอกแล้ว ภายในยังมีเบาะที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องโดยสารของแกรนด์ ทัวร์เรอร์ สมรรถนะสูงจากเยอรมนี และอังกฤษ พร้อมด้วยระบบเสียง และจอแสดงผลขนาด 8 นิ้วใหม่ และระบบกล้องมองรอบคันรถ 360° (Superview Around Recognition Three-sixty System) ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่จอดรถ และหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยชุดแต่ง GT Edition จะมีราคาบวกเพิ่มจากออฟชั่นมาตรฐานอีกประมาณ 100,000 บาท

การออกแบบรูปลักษณ์ นอกจากความพิเศษจากชุดแต่ง GT Edition โดยพื้นฐานของ FORESTER ก็ยังคงความสวยงาม ล้ำสมัย แฝงไว้ด้วยความดุดันแบบสปอร์ตตามสไตล์นิยมของรถยนต์ซูบารุยุคใหม่ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าเรียวคม พร้อมลูกเล่นการส่องสว่างแพรวพราวแบบ LED กระจังหน้าดูเรียบๆเป็นสีดำขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยเส้นโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา และดีไซน์กันชนทรงสปอร์ตมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED  ขณะที่ด้านท้ายรถรูปทรงดูบึกบึนแบบเอสยูวี พร้อมให้ความโดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายดีไซน์รูปทรงสะดุดตา นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการลุยด้วยความสูงจากพื้นถนนกับตัวรถมากถึง 220 มม. (Ground Clearance) มากกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน

ภายในห้องโดยสาร ภาพรวมยังเน้นความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก แถมยังให้ความอเนกประสงค์ด้วยช่องใส่ของต่างๆรอบคัน และที่น่าสนใจคือการติดตั้งช่องเสียบชาร์จ USB หลายจุดทั้งบริเวณคอนโซลกลางด้านหน้าและบริเวณช่องแอร์ด้านหลังระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า

การควบคุมรถในตำแหน่งผู้ขับรับรู้ได้ถึงความปลอดโปร่ง มองเห็นทัศนวิสัยรอบทิศทางได้อย่างชัดเจน เริ่มปรับท่านั่งพวงมาลัยจะเป็นแบบ 3 ก้านหุ้มหนังจับได้ถนัดมือ มาพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นควบคุมข้อมูลระบบการขับขี่ต่างๆ ที่ก้านด้านซ้ายมีปุ่ม (INFO) ทำหน้าที่ควบคุมจอแสดงข้อมูลหลักด้านบนสุดของแผงแดชบอร์ด มองต่ำลงมาหลังก้านพวงมาลัยยังมีสวิทซ์ (i/SET) ทำหน้าที่ควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนแผงหน้าปัด และบริเวณก้านด้านขวาของพวงมาลัยจะเป็นสวิทซ์ควบคุม Adaptive Cruise Control หนึ่งในระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยีอายไซต์  ส่วนเบาะนั่งเป็นทรงกึ่งสปอร์ตนั่งได้สบาย รองรับแผ่นหลังและช่วงต้นขาได้ดี เบาะสามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้หลายระดับช่วยในการปรับท่านั่งได้เหมาะสมตามสรีระ เบาะด้านหลังก็นั่งได้สบาย พื้นที่วางขาเหลือเฟือ องศาการเอนทำได้พอดีนั่งนานๆไม่เมื่อยล้า ในด้านความอเนกประสงค์เบาะหลังยังสามารถแยกพับได้ 60:40 และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้กว้างให้ความสะดวกสบายในการขนสัมภาระขนาดใหญ่

SUBARU FORESTER คันนี้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน แบบ Boxer 4 สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดตรง ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที  เครื่องยนต์บล็อคนี้ลดความดิบในการขับเคลื่อนสู่การเป็นรถยนต์ซูบารุยุคใหม่ ที่เน้นการขับขี่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ด้วยการส่งผ่านกำลังจากชุดเกียร์ CVT 7 สปีด เน้นความราบเรียบ นุ่มนวล แต่ตรงนี้ก็ชดเชยความสนุกในการขับขี่ตามยุคสมัยด้วย Manual Mode สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้ทันทีตามใจต้องการจากแป้น Paddle Shift ติดตั้งด้านหลังพวงมาลัย รวมถึงความสนุกสนานในการขับขี่ ที่เอาใจสายซิ่งได้ดีพอสมควร ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตร กับฟังก์ชัน X-MODE สามารถเลือกคุณสมบัติการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางผ่านปุ่มควบคุมด้านหลังคันเกียร์ ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย โดยระบบจะควบคุมเครื่องยนต์แบบบูรณาการ ทั้งการขับเคลื่อน All – Wheel Drive การส่งกำลัง และระบบเบรกให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

 

สมรรถนะการขับขี่ ต้องบอกว่า SUBARU FORESTER ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรถยนต์ซูบารุยุคก่อนๆ จากความดิบเต็มเปี่ยมด้วยฟิลลิ่งดุดันแบบรถสปอร์ตถูกแทนที่ด้วยการขับขี่ที่สะดวกสบาย ให้ความนุ่มนวล ควบคุมรถง่าย เหมาะกับการเป็นรถใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าการเป็นรถซิ่งเน้นขับสนุกแบบเดิม

การขับขี่ในทุกช่วงความเร็วจึงออกมาในแนวพอเพียงต่อการใช้งาน ช่วงออกตัวเร่งความเร็วได้ทันใจแบบเนียนๆ เน้นความราบเรียบในการไต่ระดับความเร็ว ช่วงรอบกลางๆ การเร่งแซงก็ทำได้ทันใจพอสมควร แต่ต้องเติมคันเร่งให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงานของเกียร์ CVT ถ้ากดลึกจัดหนักทันทีรอบจะพุ่งสูงนำหน้าเข็มไมล์โดยไม่จำเป็น ช่วงถนนโล่งถ้าลองไล่ระดับความเร็วไปเรื่อยๆ ก็มีความเร็วสูงสุดรองรับไว้ถึง 193 กม./ชม. แต่ช่วงการใช้ความเร็วสูงต้องมีสมาธิเยอะๆประคองพวงมาลัยให้มั่น เพราะล้อทั้งสี่จะตะกุยพื้นถนนเต็มพลังก็อาจจะพยศง่ายกว่ารถขับสองปกติ และพวงมาลัยที่เซ็ทให้ควบคุมง่ายเบาสบายในเมืองจะค่อนข้างไว รวมถึงช่วงล่างที่นุ่มขับสบายในช่วงความเร็วเร็วต่ำมีแอบโยน และเด้งเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจมากกว่ารถยนต์หลายๆรุ่นที่อยู่ในคลาสเดียวกัน

นอกจากความแรงที่เพียงพอต่อการใช้งาน คือการขับขี่บนท้องถนนทั่วๆไปจะให้ความประหยัดที่คุ้มค่ามากกว่ารถยนต์ซูบารุยุคก่อนๆ โดยซูบารุการันตีความประหยัดตามมาตรฐานอีโค สติกเกอร์ไว้ที่  7.4 ลิตร/ 100 กม. หรือ 13.5 กม./ลิตร เราลองจับอัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์จากค่าเฉลี่ยบนแผงหน้าปัดหลายๆ ช่วงการขับขี่ก็ทำได้ใกล้เคียงกัน ช่วงความเร็วลอยตัว 100-120 กม./ชม.เราทำได้ 13.5 กม./ลิตร ตรงสเปคเปะเลย ส่วนการขับขี่ในเมืองช่วงความเร็วต่ำสลับรถติดอยู่ที่ประมาณ 10-11 กม./ลิตร ระดับการกินน้ำมันจัดว่าใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน

SUBARU FORESTER รุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบเสริมความปลอดภัยยุคใหม่ภายใต้เทคโนโลยี EyeSignt ที่สามารถใช้งานได้จริงเมื่อขับขี่ผ่านสถานการณ์ต่างๆบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนที่ (Lead Vehicle Start Alert) เมื่อระบบอายไซต์ ตรวจจับได้ว่าพาหนะด้านหน้าเคลื่อนตัวออกไป ถ้าเราเผลอทิ่งระยะห่างระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณบนแผงหน้าปัดและเสียงเตือน

เมื่อขับขี่ทางไกลถนนโล่งก็มีระบบแปรผันความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) คอยช่วยคลายความเมื่อยล้า และเสริมความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความเร็วตามที่ผู้ขับขี่ตั้งไว้เช่นเดียวกับระบบ Cruise Control ทั่วไป แต่ยังสามารถปรับลด หรือเพิ่มความเร็วตามรถคันหน้า ได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งควบคุมระยะห่างที่ปลอดภัยได้ 3 ระดับ โดยระบบนี้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ความเร็ว 0-180 กม./ชม. และกรณีที่รถส่ายเซออกนอกเลนยังมีตัวช่วยที่ดีอย่างระบบ Lane Sway Warning คอยเตือนตั้งแต่ความเร็ว 60 กม./ชม. โดยทำงานควบคู่กับ Lane Departure Warning ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนที่จะเตือนตั้งแต่ความเร็ว 50 กม./ ชม.

ในกรณีที่ผู้ขับพลั้งเผลอ โดยเฉพาะการขับขี่ช่วงความเร็วต่ำในเมือง เทคโนโลยี EyeSight ก็ยังมีระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Pre-Collision Braking) คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าและส่งสัญญาณเตือนเมื่ออยู่ในระยะอันตราย หากไม่ได้รับการตอบสนองระบบจะเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อชะลอหรือหยุดรถ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงระบบจัดการกำลังเครื่องยนต์ก่อนการชน (Pre-Collision Throttle Management) ระบบนี้จะช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ หากตรวจจับได้ว่ามีวัตถุขนาดใหญ่หรือสิ่งของขวางอยู่ด้านหน้า  โดยระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟและเสียงเตือน ส่วนออฟชั่นมาตรฐาน หรือระบบความปลอดภัย ทั้งในเชิงปกป้องและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุก็ใส่มาให้อุ่นใจ ทั้งการติดตั้งกล้องมองภาพรอบคัน ช่วยให้การขับขี่ในพื้นที่แคบๆ หรือการถอยจอดมีความปลอดภัยมากขึ้น , ติดตั้งสัญญาณเตือนจุดอับสายตาบริเวณเสาคู่หน้า ช่วยเสริมความปลอดภัยเวลาแซง หรือเปลี่ยนเลน และให้ความอุ่นใจด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยมากถึง 7 ตำแหน่ง พร้อมปกป้องทั่วห้องโดยสาร

ชุดแต่ง GT Edition สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ขอบความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยสามารถตกแต่งได้กับ Subaru Forester 2.0i-S EyeSight ทั้ง 7 สี ทั้ง Crystal White Pearl, Ice Silver Metallic, Jasper Green Metallic, Horizon Blue Pearl, Sepia Bronze Metallic, Dark Grey Metallic and Crystal Black Silica โดยชุดแต่ง GT Edition มีราคาอยู่ที่ 100,000 บาท สนใจก็ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(2 votes)
Last modified on วันจันทร์, 28 มิถุนายน 2564 03:06
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing