กรกฎาคม 30, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว Mercedes-Benz E220d AMG Sport ปรับโฉม อัพเกรดออฟชั่น เคาะราคา 3,540,000 บาท | ทดลองขับ รถใหม่2021 Drivingplace Featured

By มิถุนายน 02, 2564 176

[ REVIEW ] The new E-Class โมเดลปี 2021 เปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทย ด้วย 3 ทางเลือกใหม่ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันที่ 3 ในรุ่น E 300 e Avantgarde และ E 300 e AMG Dynamic รวมถึงรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล E 220 d AMG Sport ที่เรามีโอกาสลองของจริงในครั้งนี้

สำหรับซีดานขนาดกลางรุ่น E-Class ถือเป็นรถยนต์ Contemporary Luxury จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกปีใน 2489 โดยมียอดขายสะสมมากถึง 14 ล้านคันทั่วโลกจนได้รับฉายาว่าเป็น “Heart of the brand” โดยเฉพาะตัวถังล่าสุด W213 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2559 ก็สามารถทำยอดขายสะสมทั่วโลกรวมกว่า 1.2 ล้านคัน!!

การเปิดตัว The new E-Class 2021 ใหม่ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการยกระดับความหรูหรา และสะดวกสบายเพิ่มขึ้นในทุกรายละเอียด ภายใต้ดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว พร้อมผสานความสปอร์ตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกทั้งในส่วนของตัวถัง กระจังหน้า ไฟหน้า และไฟท้าย เรื่อยไปจนถึงภายในห้องโดยสารที่อัพเกรดความหรูหรา และออฟชั่นความสะดวกสบายอย่างมากมาย รวมไปถึงการเสริมระบบความปลอดภัยยุคใหม่ที่ครบครันมากขึ้น

Mercedes-Benz E220d AMG Sport ความสดใหม่ด้านรูปลักษณ์ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ตั้งแต่มุมมองด้านหน้า ทั้งกระจังหน้าใหม่ diamond radiator grille ผสานโลโก้ดวงดาวขนาดใหญ่ ให้ความลงตัวกับไฟหน้ารูปทรงใหม่แบบ LED High Performance พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ขณะที่กันชนหน้าทรงสปอร์ต AMG ดีไซน์สอดรับกันอย่างสวยงาม และด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายแบบ Full-LED ที่ออกแบบให้เข้ากับกันชนท้าย AMG พร้อมปลายท่อคู่เสริมความดุดัน และฝากระโปรงท้ายก็เป็นดีไซน์ใหม่ โดยรวมจึงให้มุมมองที่แตกต่างจาก E-Class รุ่นเดิมมากทีเดียว

ดีไซน์ภายนอกในรุ่น E220d AMG Sport  โดยภาพรวมจะเน้นเสริมความสปอร์ตด้วยเอกลักษณ์เฉพาะจากชุดแต่ง AMG Body styling ที่มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจาก AMG Performance models สะท้อนเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของรถยนต์รุ่น E-Class พร้อมเติมความโฉบเฉี่ยวแปลกตาด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้วจาก AMG จับคู่ยางยาง Run-flat ด้านหน้าขนาด 245/40R19 ด้านหลัง 275/35R19 ซึ่งผสานความหรูหรา และความสปอร์ตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราและสะดวกสบาย ภายใต้การออกแบบที่เติมเต็มความสปอร์ตกับชุดตกแต่งภายในแบบ AMG พร้อมการควบคุมรถที่ให้สัมผัสใหม่จากพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตใหม่แบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control ก้านด้านขวาใช้ควบคุมการทำงานบนแผงหน้าปัด และควบคุมระบบจำกัดความเร็ว และล็อคความเร็วแบบอัตโนมัติ (Cruise control) ซึ่งแผงหน้าปัดจะเป็นแบบใหม่ All - digital instrument display ขนาด 12.3 นิ้ว ดูล้ำสมัยสุดๆ ส่วนก้านด้านซ้ายควบคุมหน้าจอบนคอนโซนกลาง และควบคุมระบบสั่งงานด้วยเสียงต่างๆ เพื่อให้ทุกการควบคุมเป็นไปตามธรรมชาติ  เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตเพิ่มความกระชับในทุกรูปแบบการขับขี่ หุ้มด้วยหนัง ARTICO ตลอดทั้งคัน และสามารถปรับอารมณ์ของรถให้เป็นไปตามความรู้สึกด้วยไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Premium Ambient light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี พร้อม Animation เปลี่ยนสีอัตโนมัติแบบเคลื่อนไหวให้เลือกได้มากถึง 10 แบบ และภาคบันเทิงใส่มาแบบอลังการงานสร้าง ด้วยระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย MBUX ระบบสัมผัสทำงานผ่านหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อแบบ Smartphone integration รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงการอำนวยความสะดวกผ่านฟังก์ชันการติดต่อสื่อสารกับศูนย์บริการได้โดยตรง ทั้งการสั่งงานผ่านหน้าจอรถยนต์ หรือผ่านแอปพลิเคชัน Mercedes me ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถสามารถควบคุมรถยนต์จากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย

new E-Class รุ่นนี้ ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน อาทิ ระบบแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจรแบบ Blind Spot Assist พร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนเปิดประตูแบบ Exit Warning ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเหลือก่อนเกิดอุบัติเหตุ PRE-SAFE® เซ็นเซอร์รอบคันจำนวน 12 จุด แบบ PARKTRONIC พร้อมกล้องมองหลัง และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติแบบ (Parking Pilot including Active Parking Assist)

Mercedes-Benz E220d AMG Sport ยังคงความโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลยอดนิยม แบบ 4 สูบขนาด 1,950 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ เด่นที่ความแรง และประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐาน EURO6 ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-tronic มีก้านสวิทซ์ควบคุมตำแหน่งเกียร์ที่ใช้งานสะดวกอยู่ด้านหลังพวงมาลัยด้านขวาแบ่งเป็น 3 สเต็ปผลักขึ้นลงใช้งานง่าย คือ R N D และ P กดสวิทซ์ง่ายๆที่ปลายก้านคันเกียร์ พร้อมติดตั้งแพ็ทเดิ้ลชิฟอยู่หลังก้านพวงมาลัยด้านซ้ายลบ/ขวาบวก สามารถใช้งานได้ทันทีที่ต้องการในทุกย่านความเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวก และปลอดภัยในการเร่งหรือลดความเร็ว โดยมีตัวเลขโชว์ตำแหน่งเกียร์ให้เห็นอย่างชัดเจนบนแผงหน้าปัด

 

สมรรถนะการขับขี่ในโหมดเกียร์ D ปกติ พร้อมเลือกใช้โหมดการขับขี่แบบประหยัด E (Eco) การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์มีความราบเรียบ นุ่มนวลตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงช่วงความเร็วสูง ถ้าเดินคันเร่งแบบเนียนๆ ต่อเนื่องแทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อเกียร์ และเมื่อลองกดหนักคันเร่งจมตั้งแต่ออกตัวต้องบอกว่าเร่งแรง ดุดัน ทันใจ ส่วนตัวถือว่าความแรงรองรับตัวถังขนาดใหญ่โตของ E-Class ได้ดีทีเดียว โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลาเพียง 7.3 วินาที พร้อมความเร็วปลายรองรับความสะใจของจิ๊กโก๋รุ่นใหญ่ได้ถึง 240 กม./ชม.ตรงนี้จึงหมดห่วงเรื่องการเร่งแซงที่ปลอดภัยในทุกช่วงความเร็ว!

นอกจากความแรง การตอบสนองของช่วงล่างก็ให้ความมั่นใจในทุกช่วงความเร็ว ออกแนวแข็งหนักแน่น แต่ไม่เด้ง หรือกระด้าง ยังขับขี่ได้นุ่มสบายตามมาตรฐานรถหรูขนาดกลางจากยุโรป เมื่อลองใช้ความเร็วสูงผ่านโค้งต่างๆ ตัวรถก็ค่อนข้างนิ่งมีแอบโยนนิดๆ แต่ก็ยังถือว่าทรงตัวดี ไม่ถึงกับยวบยาบ รวมไปถึงน้ำหนักของพวงมาลัยในการควบคุมรถ ในโหมดที่ลองทั้ง E (Eco) และ C (Comfort) ก็ให้การบังคับเลี้ยวได้แม่นยำ คล่องตัว โดยเฉพาะช่วงความเร็วต่ำในเมืองขับสบายมากๆ แต่ถ้าต้องการเลี้ยวแบบกระชับ ฉับไว ตึงมือมากขึ้นก็ต้องเลือกใช้โหมดการขับขี่ S หรือ Sport น้ำหนักพวงมาลัยจะให้ความนิ่ง มั่นคง เมื่อโลดแล่นด้วยความเร็วสูง หรือการเข้าโค้งจึงช่วยเสริมความมั่นใจได้มากขึ้น

นอกจากความแรง ขับสนุก ควบคุมรถได้อย่างน่าประทับใจตามสไตล์ซีดานหรู เครื่องยนต์ดีเซลบล็อคนี้ ยังให้ความโดดเด่นในเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิงที่คุ้มค่า การขับขี่ใช้งานทั่วๆไปในเมืองช่วงความเร็วต่ำเกียร์วนเวียนอยู่ที่ 1-7 สปีด ค่าความประหยัดยังทำได้ดีอยู่ที่ประมาณ 12- 14 กม./ลิตร ส่วนช่วงทดลองขับแบบเดินทางไกลถนนโล่ง ความเร็วในการเดินทางประมาณ 100 -120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 รอบ/นาที ค่าเฉลี่ยความประหยัดเราลองเซ็ตใหม่หลายๆช่วงการเดินทางทำได้ประมาณ 17-18 กม./ลิตร แต่ถ้าไม่รีบร้อน ลองใช้ความเร็วเดินทางชิลๆ 70-80-90 กม./ชม.ก็จะสัมผัสถึงความประหยัดระดับ 20 กม./ลิตร ได้อย่างไม่ยากเย็น!!

สำหรับการทำตลาด Mercedes-Benz E-Class 2021 มีวางจำหน่าย 3 รุ่น

 

Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท

 

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท

 

Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

สนใจสามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมของ E-class ทุกรุ่นได้ที่ www.facebook.com/MercedesBenzThailand และเว็บไซต์  www.mercedes-benz.co.th และถ้าต้องการสอบถามข้อมูลการขับขี่เพิ่มเติม หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถยนต์รุ่นนี้ สามารถฝากข้อความหลังไมค์ไว้ที่แฟนเพจ FACEBOOK : Drivingplace.com ได้เลยครับ

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(3 votes)
Last modified on วันจันทร์, 07 มิถุนายน 2564 21:35
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing