ธันวาคม 02, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว Ford Ranger Wildtrak 2021 ปรับโฉมหล่อเข้ม พร้อมเติมเต็มความอเนกประสงค์! | ทดสอบรถใหม่ Drivingplace Featured

By พฤษภาคม 20, 2564 534

[ Review ] ในปี 2021 ฟอร์ด ประเทศไทย มีการปรับโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งไลน์อัพ ไม่ว่าจะเป็น  FORD EVEREST และ FORD RANGER  โดยเน้นเพิ่มความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ดุดัน พร้อมสร้างความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ได้รับการปรับปรุง และพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ให้การรับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังทั้งระบบนานถึง 10 ปี หรือ 150,000 กม.!!

สำหรับ FORD RANGER รุ่นล่าสุดที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้ จะเป็น Ranger Wildtrak รุ่น 4x2 เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,032,000 บาท  

รูปลักษณ์ภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตเข้ม โดยเฉพาะด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งตะแกรงสีดำเงาเล่นสีทอดยาวจรดกันชน พร้อมแต่งด้วยแถบสีส้ม Saber เพิ่มสีสันทันสมัย และโลโก้ฟอร์ดเปลี่ยนเป็นสีดำเฉพาะรุ่น  Wildtrak ชุดไฟหน้ารูปทรงเดิมเป็นแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟขับขี่กลางวันแบบ LED แต่ปรับแต่งโคมให้มีสีเข้มขึ้น ขณะที่ล้ออัลลอยก็เป็นลายใหม่สีดำเข้มรับกับการตกแต่งตัวรถ ขนาด 18 นิ้ว รัดยางขนาด 265 / 60 / R18 ส่วนการตกแต่งอื่นๆก็ยังเน้นโทนสีดำประดับประดาตามอุปกรณ์ต่างๆรอบคัน ทั้งกระจกมองข้าง ช่องลมข้างบังโคลน มือจับประตู บันไดข้าง ราวแร็คหลังคา สปอร์ตบาร์บริเวณกระบะท้าย(แต่งเพิ่มด้วยแถบสีส้ม) และกันชนท้าย เรียกว่าตกแต่งด้วยของดำเข้มเต็มคันกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้  Ranger Wildtrak รุ่นล่าสุดยังเติมเต็มความอเนกประสงค์ ด้วยอุปกรณ์เสริมใหม่ แผ่นเปิด-ปิดฝากระบะท้ายด้วยระบบไฟฟ้า (Power roller shutter) สามารถควบคุมการเปิด-ปิดได้ทั้งสวิทซ์ทภายในรถ และสวิทซ์บริเวณท้ายกระบะด้านซ้าย รวมถึงกุญแจรีโมทก็ยังสามารถเปิดแผ่นปิดฝาท้ายได้ ช่วยให้การบรรทุกสัมภาระต่างๆ สะดวกสบาย ไม่เปียกน้ำฝน และที่สำคัญยังให้ความปลอดภัยเพราะสามารถล็อกได้ไปพร้อมกับการล็อกประตูรถปกติ

ภายในห้องโดยสาร Ford Ranger Wildtrak 2021 การตกแต่งโดยรวมก็ยังยึดรูปแบบเดียวกับรุ่นเดิม เน้นโทนสีเข้ม ดูเรียบง่าย ทั้งแผงแดชบอร์ด  เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ เดินด้ายสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็จัดสรรมาค่อนข้างครบ อาทิ หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบความบันเทิง SYNC 3 เวอร์ชั่นใหม่ รองรับภาษาไทย การใช้งานผ่าน Apple Car Play และ Android Auto รองรับไฟล์ VDO และเล่นเพลงผ่าน USB ได้สะดวก ซึ่ง USB ด้านหน้ามีให้ใช้งานถึง 2 จุด เผื่อไว้เวลาชาร์จแบตเตอรี่มือถือ และรุ่นนี้ยังให้ความอุ่นใจด้วยกล้องมองภาพด้านหลัง พร้อมเซ็นเซอร์คลื่นอัลตร้าโซนิคเตือนการชนทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ส่วนออฟชั่นอื่นๆ ถ้าสนใจสามารถตรวจเช็คตามลิงก์ของฟอร์ด ประเทศไทย ได้เลยครับ https://www.ford.co.th/trucks/ranger/models/double-cab-2-0l-turbo-wildtrak-hi-rider-10at/

สำหรับสมรรถนะการขับเคลื่อน Ford Ranger Wildtrak 4x2 หรือรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ  ที่เราทดลองขับ จะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ เทอร์โบเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อม Manual Mode เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ บวก/ลบ ที่สวิทซ์ด้านข้างคันเกียร์ ต่างจากรุ่นเดิมเครื่อง 2.2 และ 3.2 ลิตรที่ใช้วิธีผลักคันเกียร์ขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง การกดสวิทซ์จะทำได้ง่ายกว่าเพียงปลายนิ้วถ้าใช้จนคุ้นเคยถือว่าสะดวกสบายมากกว่าเดิม แถมยังมีลูกเล่นการล็อกตำแหน่งเกียร์ให้ใช้งาน อยากใช้แค่เกียร์ไหนก็ได้เพียงกดปุ่ม บวก/ลบ จะมีตัวเลขแสดงตำแหน่งเกียร์ขึ้นที่แผงหน้าปัด ซึ่งช่วยได้เยอะในการคุมความเร็วของรถได้อย่างเหมาะสมกับสภาพเส้นทาง

ทางด้านสมรรถนะความแรง แม้ว่าจะใช้เทอร์โบเดี่ยว ต่างจากรุ่น Ranger Wildtrak 4x4 รุ่นท็อปที่ใช้เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า แต่พละกำลังก็จัดว่าจี๊ดจ๊าดทันใจ โดยเฉพาะช่วงออกตัวเร่งได้ทันใจสู่สีกัน แต่ช่วงความเร็วปลายก็ต้องยอมสยบให้เทอร์โบคู่ด้วยกำลังของแรงม้า และแรงบิดที่มีมากกว่ากันอย่างชัดเจน การเร่งความเร็วของ Ranger Wildtrak 4x2 เทอร์โบเดี่ยว คันนี้จะเป็นการเร่งแรงเร็วแบบนุ่มนวล ราบเรียบ สัมผัสได้ดีถึงพละกำลังที่ทันอกทันใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ทำได้ประมาณ 11-12 วินาที โดยอัตราเร่งถูกส่งผ่านจากเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ได้อย่างเรียบเนียนน่าพอใจ รอยต่อระหว่างการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เกิดขึ้นน้อย  เมื่อลองกดหนักๆแบบวัยรุ่นเลือดร้อน ตั้งแต่จุดหยุดนิ่งมีอาการรอรอบนิดๆ เพราะต้องรอการคำนวณรอยต่อของเกียร์ที่มีมากถึง 10 สปีด เพื่อตำแหน่งที่เหมาะสมกับความเร็ว บางช่วงบางตอนเพื่อให้ทันใจเกียร์สามารถทำงานแบบก้าวกระโดดเช่นจาก 1 ข้ามไป 3 หรือ 4 ได้ทันที แต่ถ้าขับแบบเดินคันเร่งปกติ เติมพอดีๆไม่วู่วาม ก็จะดีกว่าเพราะความเร็วจะไต่ระดับแบบทันใจ ไหลลื่นต่อเนื่องในทุกช่วงความเร็ว

ขณะเดียวกันการควบคุมรถ ผ่านพวงมาลัยแบบปั้มเพาเวอร์พร้อมระบบไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ก็ให้น้ำหนักกำลังดีมีความแม่นยำสูง บังคับเลี้ยวได้อย่างคล่องตัวทุกช่วงความเร็ว รวมถึงระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน ที่เซ็ทมาในแบบเดิมยังเน้นความนุ่มนวลขับสบายเป็นหลัก เมื่อเจอเครื่องยนต์ใหม่ที่มีน้ำหนักเบาลง ยิ่งรู้สึกกว่าช่วงล่างนุ่มกว่าเดิมเล็กน้อย การขับขี่บนเส้นทางปกติถือว่าดีเยี่ยมนุ่มนวล ผสานความหนักแน่น ขับขี่สบายไม่แพ้ใคร และการขับด้วยความเร็วสูง หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็ว ก็ถือว่าการทรงตัววางใจได้ อาการโยน หรือส่ายเซเกิดขึ้นน้อยมาก!

นอกจากความแรง และการควบคุมรถที่ดีงามตามสไตล์ RANGER ข้อดีอีกจุด คือการขับเดินทางไกลด้วยความเร็วคงที่รอบเครื่องยนต์จะค่อนข้างต่ำ ความเร็ว 100 กม/ชม.รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,500 – 1,600 รอบ/นาที ซึ่งส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งในเรื่องความประหยัดน้ำมันที่คุ้มค่า การทดลองขับในครั้งนี้เราลองจับค่าความประหยัดหลายๆครั้งที่ความเร็วตั้งแต่ 70-90 กม./ชม. ค่าเฉลี่ยแปรผันตามสภาพการจราจรอยู่ที่ประมาณ 17-18 กม./ลิตร และ 100 - 120 กม./ชม. ทำได้ 13-16 กม./ลิตร ส่วนช่วงรถติดในเมืองใช้เกียร์ต่ำเป็นส่วนใหญ่ทำได้ประมาณ 10 -11 กม./ลิตร โดยรวมถือว่าความประหยัดอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลในการใช้งาน และความประหยัดระดับนี้ ต้องบอกว่าไม่เป็นรองคู่แข่งในกลุ่มตลาดเดียวกัน

การทำตลาด Ford Ranger Wildtrak โมเดลปี 2021 แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย เริ่มจาก Ford Ranger Wildtrak Hi-Rider รุ่น 4x2 เกียร์ธรรมดา ราคา 982,000 บาท , Ford Ranger Wildtrak 4x2 เกียร์ออโต้ ราคา 1,032,000 บาท และ Ford Ranger Wildtrak 4x4 ราคา 1,268,000 บาท ซึ่ง Ford Ranger Wildtrak ทุกรุ่น มาพร้อมข้อเสนอพิเศษกับโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ Schedule Service Plan (SSP) นาน 4 ปี หรือ 60,000 กม. ถ้าสนใจก็ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศได้เลยครับ

TEST DRIVE  BY  WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(3 votes)
Last modified on วันจันทร์, 07 มิถุนายน 2564 20:38
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing