มกราคม 18, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MAZDA CX-8 ขุมพลังดีเซล 6 ที่นั่ง ความอเนกประสงค์ระดับวีไอพี! | ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By พฤศจิกายน 21, 2563 114

[ Review ] Mazda CX-8 XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D รุ่นที่เรานำมาทดลองขับในครั้งนี้ คือรถเอสยูวีระดับท็อป จากสายพันธุ์สปอร์ตครอสโอเวอร์ CX Series ที่มาสด้าเปิดตัวสู่ตลาดเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับครอบครัวใหญ่ รวมถึงผู้บริหารระดับวีไอพี ที่ต้องการความหรูหรา กว้างขวาง สะดวกสบายในการเดินทาง ภายใต้ขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง จัดวางเบาะนั่งเป็นแบบ 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ถึง 6 ที่นั่ง ซึ่งโดดเด่นด้วยเบาะนั่งแถวที่ 2 เป็นแบบ Exclusive Captain Seat แยกจากกันทั้งซ้าย-ขวา สามารถนั่งโดยสารได้อย่างสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถตู้ระดับวีไอพี

การทำตลาด  Mazda CX-8 ถ้ามองถึงขนาดความใหญ่โตของตัวถัง และรูปแบบของเบาะนั่งแบบ 3 แถว รวมถึงระดับราคาจำหน่าย น่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับรถเอสยูวีในกลุ่ม PPV ที่พัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ ซึ่งมาสด้ามองเห็นถึงข้อด้อยของรถประเภทนี้ที่ไม่ค่อยคล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง รวมทั้งช่วงล่างสไตล์รถกระบะ และความสูงของรถที่ส่งผลต่อความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างทางตลาดที่จะทำให้ Mazda CX-8 เข้ามาเพิ่มทางเลือกที่แตกต่างในด้านการใช้งาน ทั้งด้านความคล่องตัวในการขับขี่ และความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่สะดวกสบายตามสไตล์รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดใหญ่

Mazda CX-8 ได้รับการออกแบบทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More” เช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้ายุคใหม่ทุกรุ่น เริ่มตั้งแต่การดีไซน์ภายนอกที่เรียบหรู ตัวถังโค้งมนเนียนตาตลอดคัน ส่งต่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสารที่หรูหราเรียบง่าย เลือกใช้เฉพาะวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพสูง มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความสะดวกสบาย สามารถรองรับการใช้งานจริงของผู้โดยสารในทุกตำแหน่งที่นั่ง โดยเฉพาะรุ่น XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D ที่เราทดลองขับครั้งนี้ ห้องโดยสารจะเป็นแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง เบาะที่นั่งแถว 2 เป็นแบบ Exclusive Captain Seat 2 ที่นั่ง แยกซ้าย-ขวา พร้อมอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกบริเวณคอนโซลกลางที่เป็นทั้งกล่องเก็บของ ที่วางแก้วน้ำ ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง และม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง เรียกว่าให้ความสบายระดับเอ็กซ์คลูซีฟต่างจากรถยนต์รุ่นอื่นๆในคลาสใกล้เคียงกัน นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถว 3 ยังสามารถรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. และสามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้อย่างหลากหลาย

ภายในห้องโดยสารการตกแต่งยังเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่ง Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลเข้ม เรียกว่าให้ความหรูเทียบชั้นกับรถยุโรป อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone  พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว (สัมผัสใช้งานได้เฉพาะเวลารถหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำด้วยรอบเดินเบา) และสามารถควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ติดตั้งบริเวณด้านหลังคอนโซลเกียร์อยู่ในระยะที่หยิบจับใช้งานได้สะดวก ส่วนสิ่งที่ขาดหายไป และอยากให้มีเพิ่มเติมใน CX-8 รุ่นต่อๆไป คือหลังคาแบบพาโนรามิกซันรูฟในสไตล์รถระดับหรูแท้ๆ และพวงมาลัยอยากให้เพิ่มแพ็ทเดิลชิฟช่วยเสริมความสนุกสนาน และความปลอดภัยในการขับขี่

Mazda CX-8 XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) เป็นเครื่องยนต์บล็อคเดียวกับเอสยูวีรุ่นน้อง CX-5 ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ให้แรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน พร้อมการันตีความประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากเครื่องยนต์ดีเซลบล็อคนี้ CX-8 ก็ยังมีทางเลือกในรุ่นรองลงไป ตามงบประมาณ และความต้องการในการใช้งาน ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น ให้แรงม้าสูงสุดถึง 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร

สำหรับพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ด้วยกำลังแรงม้า และแรงบิดมหาศาล สามารถแบกรับตัวถังขนาดใหญ่น้ำหนักตัวกว่า 1,924 กิโลกรัม ได้สบาย อัตราเร่งทั้งช่วงออกตัว และเร่งแซง ไม่ถึงกับดึงกระชาก แต่ก็ถือว่าว่องไวเร่งได้ทันใจ ไปแบบเนียนๆ มีความต่อเนื่องราบเรียบไม่ดิบเหมือนเครื่องยนต์ดีเซลจากรถกระบะ จึงเหมาะสมต่อการเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว หรือรถผู้บริหาร เน้นใช้งานสบายๆได้ทุกวัน คนขับรถรูปแบบนี้ก็คงไม่ได้เน้นขับเร็วซื้อเอาไปซิ่งแน่ๆ แต่ถ้าต้องการความสนุกเป็นครั้งคราวก็สามารถเค้นความเร็วเพิ่มขึ้นด้วยโหมดเกียร์ M ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์+ -ได้ที่คันเกียร์ก็ช่วยเสริมความสนุกสนานในการขับขี่ได้มากทีเดียว

ส่วนช่วงการขับขี่เดินทางแบบใช้งานจริง ด้วยความเร็วในการเดินทางที่หลากหลาย ถ้าขับทางไกลแบบเร่งรีบทำความเร็วใช้คันเร่งต่อเนื่องระดับ 100 -140 กม./ชม. ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองบนแผงหน้าปัดลองวัดผลในหลายๆช่วงการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 13 -15 กม./ลิตร และถ้าลองเปลี่ยนพฤติกรรมมาขับแบบเนียนๆใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 90-100 กม./ชม ความประหยัดในการขับขี่จะคุ้มค่ามากขึ้นอยู่ที่ประมาณ 17-18 กม./ลิตร ส่วนการขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำสลับรถติด แม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด แต่ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ และมีน้ำหนักตัวเฉียดๆ 2 ตัน จึงค่อนข้างกินน้ำมันเยอะหน่อยอยู่ที่ประมาณ 10-12 กม./ลิตร แต่ก็ยังถือว่าประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์เบนซินที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียงกัน

การทดลองขับใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สิ่งที่น่าชื่นชมนอกจากสมรรถนะความแรง ตำแหน่งการนั่งของผู้ขับก็ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง มองทัศนวิสัยรอบตัวได้ชัดเจน แม้ว่าตำแหน่งของเบาะนั่งจะค่อนข้างต่ำตามจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ให้ความรู้สึกคล้ายๆขับรถเก๋งหรูยกสูง ตรงนี้ยังเป็นข้อดีในเรื่องการก้าวขึ้นลงรถที่สะดวกสบายกว่ารถเอสยูวีรุ่นอื่นๆ ส่วนเรื่องการบังคับควบคุมรถต้องบอกว่าเป็นรถคันใหญ่ที่ขับง่าย มีความคล่องตัวสูง พวงมาลัยช่วงความเร็วต่ำค่อนข้างเบาแรงในการเลี้ยว พร้อมให้ความแม่นยำที่ใช้ได้แต่ไม่ถึงกับกระชับตึงมือแบบรุ่นน้องอย่าง CX-30 และช่วงการใช้ความเร็วสูงทั้งทางตรง หรือการขับผ่านโค้ง พวงมาลัยก็จัดว่านิ่ง คุมรถได้ง่ายแม้ว่าตัวถังจะค่อนข้างใหญ่

ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และแบบมัลติลิงค์หรือแขนยึดหลายจุดที่ด้านหลัง ก็ให้สัมผัสที่ดีงามตามสไตล์เอสยูวีหรูขนานแท้ โดดเด่นด้วยความนุ่มนวล ไม่กระด้าง กระเด้ง นั่งสบายทุกที่นั่ง ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพของตัวรถได้อย่างมั่นคงในทุกย่านความเร็ว แถมการเก็บเสียงต่างๆ จากภายนอกทั้งเสียงลมปะทะ เสียงจากใต้ท้องรถ และเสียงจากเครื่องยนต์ ผ่านเข้ามารบกวนในห้องโดยสารน้อยทำให้ผู้ขับ และผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลาย เพลิดเพลินกันได้ตลอดการเดินทาง

การควบคุมรถยังให้ความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยี G-Vectoring Control  (GVC) ด้วยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการทำงานของพวงมาลัยเป็นการควบคุมแบบผสมผสานระหว่างแรงเร่งด้านข้าง และตามยาวของตัวรถ พร้อมปรับแรงกดในแนวดิ่งให้เหมาะสมที่ลงสู่ล้อแต่ละล้อ ระบบ GVC จะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ลดลงในขณะที่คนขับเริ่มหมุนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนภาระให้กับล้อหน้า ช่วยเพิ่มความกระชับของล้อหน้า และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองของรถ หลังจากนั้นเมื่อผู้ขับรักษามุมพวงมาลัยคงที่ ระบบ GVC จะคืนแรงบิดของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเพื่อถ่ายโอนภาระไปยังล้อหลัง และช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรถ  การถ่ายโอนภาระนี้จะช่วยให้เห็นถึงพฤติกรรมของรถที่ราบรื่น และมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้องกับการบังคับรถของผู้ขับขี่ ซึ่งระบบ GVC มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถเอสยูวี ที่อาจจะมีแนวโน้มจะเกิดแรงกระทำด้านข้างรถอันเนื่องมาจากศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่ค่อนข้างสูง ช่วยให้การตอบสนอง และความมั่นคงของรถดีขึ้น พร้อมช่วยลดการลื่นไถลออกด้านข้างของตัวผู้โดยสารในห้องโดยสารและช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น

นอกเหนือจากสมรรถนะ และความสะดวกสบายในการเดินทาง Mazda CX-8 ยังให้ความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่ i-Activsense รอบคันที่จะช่วยคาดการณ์ และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกัน และลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานได้แก่  ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) ช่วยรักษาระยะห่างจากคันหน้า เมื่อขับเข้าใกล้รถคันหน้าในระยะห่างที่กำหนดจากการตั้งค่าที่สวิทซ์บริเวณก้านพวงมาลัย  ระบบจะลดและเพิ่มความเร็วให้เอง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย  , ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support พร้อมระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) ที่มีการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนนร่วมกัน

การทำตลาด Mazda CX-8 แบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย!

- CX-8 2.5 S SKYACTIV-G 2.5 7 ที่นั่ง ราคา1,599,000 บาท

- CX-8 2.5 SP SKYACTIV-G 2.5 7 ที่นั่ง ราคา 1,699,000 บาท

- CX-8 XDL SKYACTIV-D 2.2 7 ที่นั่ง ราคา 1,899,000 บาท

- CX-8 XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D 2.2 6 ที่นั่ง ราคา 2,069,000 บาท

ถ้าสนใจรถเอสยูวีพี่ใหญ่จากตระกูล CX Series ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ CX รุ่นน้องๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการในการใช้งานทั้ง CX-3 , CX-30 และ CX-5 ก็ลองไปสัมผัสคันจริง หรือทดสอบสมรรถนะด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าคุณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างจากรถยนต์รุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน ตามแนวทางการพัฒนารถยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า แต่จะถูกใจหรือไม่นั้น อารมณ์ ความรู้สึก แรงปราถนา หรือความชอบส่วนตัว จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนในการตัดสินใจครอบครองรถเอสยูวีระดับวีไอพีคันนี้

TEST DRIVE  by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(3 votes)
Last modified on วันเสาร์, 21 พฤศจิกายน 2563 16:01
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing