มกราคม 19, 2564

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ PORSCHE TAYCAN รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ากับประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ! | ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By พฤศจิกายน 19, 2563 130

[ REVIEW ] ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรม Porsche Taycan Driving Experience 2020 โดยเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรก Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) โดยมีผู้เชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด แก่สื่อมวลชนเพื่อให้การทดสอบเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และปลอดภัยอย่างสูงสุด ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

ปอร์เช่ ไทคานน์ ถือเป็นรถสปอร์ตคันแรกจากปอร์เช่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ ตัวถัง 4 ประตูซีดานที่ยังคงเอกลักษณ์ การออกแบบของปอร์เช่เอาไว้อย่างครบถ้วน ด้วยชิ้นงานออกแบบที่เรียบหรู สะอาดตา และแสดงให้เห็นถึงการเข้าสู่ยุดใหม่ของปอร์เช่ ในขณะเดียวกันรถสปอร์ตคันนี้ยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์จากงานออกแบบสไตล์ดั้งเดิมของ DNA ปอร์เช่ เริ่มตั้งแต่มุมมองด้านหน้าที่กว้าง และแบนราบ ขนาบด้วยโป่งซุ้มล้อที่โค้งมนสง่างาม ยกระดับรูปทรงโดยรวมให้ปราดเปรียว เฉียบคม ด้วยแนวหลังคาสไตล์สปอร์ตที่เทลาดลงอย่างต่อเนื่องกลมกลืนจรดด้านท้าย แนวตัวถังด้านข้างที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกเฉพาะตัว ให้มุมมองจากห้องโดยสารที่ปลอดโปร่ง แนวโค้งของเสา C-pillar ที่วางตัวผสานกับซุ้มล้อหลัง เป็นหนึ่งเดียวกับสปอยเลอร์ท้ายรถตอกย้ำถึงความกร้าวแกร่งทรงพลัง อันเป็นบุคลิกที่ติดตัวรถยนต์ปอร์เช่ทุกคัน เสริมความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยรายรอบคัน อาทิ ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ที่สะท้อนประกายสวยงาม หรือ glass-effect Porsche logo ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รวมอยู่กับแผงไฟ light bar บริเวณท้ายรถ

Porsche Taycan ยังมาพร้อมอุปกรณ์ภายนอกที่เหนือระดับ สำหรับ Taycan Turbo S (รุ่นท็อปสุดเราไม่ได้ทดลองขับในครั้งนี้) ประกอบด้วย ระบบเบรกเซรามิกน้ำหนักเบา Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) และชิ้นงานตัวถังที่ผลิตด้วยวัสดุคาร์บอน อาทิ แผ่นปิดธรณีประตู สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต และดิฟฟิวเซอร์หลังทรงลู่ลม ทั้งนี้สามารถสั่งติดตั้งเพิ่มเติมได้ในรุ่น Taycan Turbo และTaycan 4S ชุดไฟหน้าเป็นแบบ LED Matrix พร้อมระบบ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS Plus) ติดตั้งเป็นมาตรฐานสำหรับ Taycan Turbo S และTaycan Turbo ส่วน Taycan 4S ติดตั้งไฟหน้า LED พร้อมระบบ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS Plus)

ภายในห้องโดยสารแสดงออกถึงการเริ่มต้นเข้าสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมล้ำอนาคตของปอร์เช่ ด้วยสไตล์เรียบหรู สะอาดตา ได้แรงบันดาลใจจากปอร์เช่ 911 ตั้งแต่ปี 1963 ติดตั้งหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 16.9 นิ้ว วางตัวตามแนวโค้งบริเวณส่วนบนของแผงคอนโซล ถัดมาด้านล่าง คือหน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ถึง 10.9 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์ พิเศษติดตั้งเพิ่มเติมวางตัวต่อเนื่องครอบคลุมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยแผ่นกระจกที่ให้สัมผัสสไตล์ black-panel โดดเด่นด้วยการดีไซน์พื้นห้องโดยสารแบบ “Foot garages” คำนึงถึงตำแหน่งการวางชุดแบตเตอรี่บริเวณพื้นที่วางเท้าของผู้โดยสารตอนหลังเพื่อให้มั่นใจในความสะดวกสบายขณะเดินทางและเบาะนั่งจะวางตัวในระดับต่ำตามลักษณะเฉพาะตัวของรถสปอร์ตพันธุ์แท้

สำหรับปอร์เช่ Taycan Turbo S และ Taycan Turbo ปอร์เช่นำเสนอมิติใหม่ของงานตกแต่งภายในที่ปราศจากการใช้วัสดุหนังเป็นครั้งแรก ชิ้นงานภายในประกอบด้วยนวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล และสามารถสั่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์พิเศษได้ในรุ่น Taycan 4S ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ แนวคิดในการพัฒนารถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนยาวนาน

ปอร์เช่ ยังนำเสนอระบบชาร์จพลังงานอัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์ในการใช้งานสำหรับ Taycan ด้วยอุปกรณ์การชาร์จที่หลากหลาย รวมทั้งแอพพลิเคชัน Porsche Mobile Charger Connect , Porsche Charging Dock and Charging Pedestal และ Porsche Home Energy Manager ซึ่งรองรับการใช้งานของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% จากสายการผลิตคันแรกได้เป็นอย่างดี โดย Porsche Taycan ทุกรุ่นได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ แทนที่ระบบเดิมซึ่งมีแรงดันเพียง 400 โวลต์ ในรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป สถาปัตยกรรมดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ลดระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จพลังงานได้อย่างมาก เมื่อใช้งานสถานีชาร์จแบบ highly powered charging points รวมทั้งสามารถลดปริมาณการใช้สายไฟซึ่งเป็นทั้งการลดน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่ใช้งานภายในรถไปพร้อมๆ กัน ชุดกักเก็บพลังงาน Performance Battery Plus ติดตั้งเป็นมาตรฐานใน Porsche Taycan Turbo S และ Taycan Turbo ด้วยขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถรองรับกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้นช่วยให้การชาร์จพลังงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม เมื่อใช้งานสถานีชาร์จแบบ 800 โวลต์ ซึ่งมี maximum charging capacity (สูงสุด) ที่ 270 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จสำหรับวิ่งเป็นระยะทางสูงสุดถึง 100 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) ภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถชาร์จพลังงาน จาก 5 – 80 เปอร์เซ็นต์ SoC (state of charge) ด้วยการใช้เวลาเพียง 22.5 นาที ส่วนของการใช้งานผ่านสถานีชาร์จขนาด 400 โวลต์ หากเป็นอุปกรณ์ on-board DC charger ที่มีกำลังไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์ ซึ่งติดตั้งเป็นมาตรฐานในประเทศไทย หรืออุปกรณ์ on-board alternating current (AC) charger ที่มีกำลังไฟฟ้า 11 กิโลวัตต์ เพื่อชาร์จพลังงานผ่านระบบไฟฟ้ากระแสสลับ จะต้องใช้ระยะเวลาชาร์จจนเต็มความจุแบตเตอรี่ ประมาณ 9 ชั่วโมง

สมรรถนะการขับเคลื่อนสุดร้อนแรงในรุ่นเรือธง Taycan Turbo S พกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 761 แรงม้า (560 กิโลวัตต์) เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน overboost ทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัว Launch Control ให้อัตราเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ไปยังระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที ซึ่งเป็นสมรรถนะที่เทียบเท่ากับ รถสปอร์ตพันธุ์แท้ปอร์เช่ 911 จีที2 อาร์เอส (GT2 RS) แรงบิดสูงสุด 1,050 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดกว่า 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้การเดินทางสูงสุดทำได้ที่ระยะทาง 412 กิโลเมตร เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มความจุ ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน Porsche Electric Sport Sound ให้เสียงจากการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์เสริมอารมณ์ดุดัน สไตล์สปอร์ต

Porsche Taycan Turbo รุ่นที่เรามีโอกาสลองของจริงในครั้งนี้ ให้พละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์) เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน overboost ทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัว Launch Control ให้อัตราเร่งจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร เดินทางได้สูงสุดด้วย ระยะทางกว่า 450 กิโลเมตร เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มความจุ

อีกรุ่นที่มีโอกาสได้ทดลองขับ คือ Porsche Taycan 4S มีพละกำลังสูงสุด 530 แรงม้า (390 กิโลวัตต์) เพิ่มพลังด้วยฟังก์ชัน overboost ทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัว Launch Control ให้อัตราเร่งจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที ติดตั้งชุดกักเก็บพลังงาน Performance Battery พิสัยการเดินทางสูงสุดอยู่ที่ 407 กิโลเมตร เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มความจุ ทั้งนี้สามารถสั่งติดตั้งชุดกักเก็บพลังงาน Performance Battery Plus เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมได้ในรุ่น Taycan 4S ขยายความจุแบตเตอรี่เป็น 93.4 กิโลวัตต์ ผลที่ได้คือการยกระดับพละกำลังมากขึ้นด้วยแรงม้าสูงสุด 571 แรงม้า (420 กิโลวัตต์) พร้อมระยะทาง ที่วิ่งได้สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 463 กิโลเมตร

Taycan Turbo ทั้ง 3 รุ่น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงถึง 2 ชุด โดยชุดแรกรับหน้าที่ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้า ส่วนอีกชุดส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง เรียกได้ว่ารถคันนี้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ all-wheel drive นั่นเอง นวัตกรรมระบบส่งกำลังแบบ two-speed transmission คิดค้นขึ้นโดยปอร์เช่ได้รับการติดตั้งในชุดขับเคลื่อนล้อหลังอัตราทดที่ยาวกว่าและการถ่ายทอดพละกำลังที่ต่อเนื่องคือคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมที่ได้จากมอเตอร์ซิงโครนัสชิ้น ส่วนของ electric machine ระบบส่งกำลัง และชุดควบคุม pulse-controlled inverter ถูกผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ขนาดที่กะทัดรัดรูปแบบการทำงาน และโหมดการขับขี่ใน Taycan เป็นไปตามหลักปรัชญาในการออกแบบเดียวกัน กับรถยนต์ปอร์เช่รุ่นอื่นๆ โดยสามารถปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆได้ตามความเหมาะสมของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ แต่โหมด Sport Plus และ Individual รวมอยู่ในชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐานใน Taycan Turbo S

 

การทดลองขับเป็นครั้งแรก เอเอเอสฯได้เชิญสื่อมวลชนไทย มาสัมผัสกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งยุค ผ่านการทดลองขับ ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) บนสนามทดสอบ โดยแบ่งเป็น 3 สถานี ที่สามารถชี้ชัดถึงสมรรถนะอันร้อนแรงของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

สถานี Handling การทดสอบบังคับควบคุมรถ บนแทรกสนามแข่งเน้นทดสอบการทรงตัวและการตอบสนองอย่างฉับไว ของพวงมาลัย เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะได้สัมผัสถึงอาการของรถเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทางหรือการเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ในสถานีนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ของการยึดเกาะถนน และระบบช่วงล่าง ของรถยนต์ปอร์เช่เมื่อขับขี่ในโหมด ที่เปิดการตั้งค่า Porsche Active Suspension Management (PASM) ได้เป็นอย่างดี

สถานี Braking สร้างความมั่นใจและปลอดภัย ได้ทุกสถานการณ์ด้วยระบบเบรกมาตรฐานจากปอร์เช่ ซึ่งได้รับ การยอมรับว่าเป็นระบบเบรคที่ดีที่สุดในโลก โดยกดคันเร่งออกตัวด้วยความเร็วเต็มสมรรถนะประมาณ จาก 0-100 กม./ชม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำวิธีการใช้เบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการ เบรกกะทันหันอย่างถูกต้องและปลอดภัย 

สถานี Slalom ทดสอบความแม่นยำ ความรวดเร็วในการตอบสนองของช่วงล่าง จากระบบอัจฉริยะของปอร์เช่ อาทิ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง Rear axle steering และระบบควบคุมตัวถัง Porsche 4D Chassis Control รวมถึงการควบคุมรถจากพวงมาลัยที่ให้ความรู้สึกดี่เยี่ยม ทั้งน้ำหนัก และความแม่นยำในการหักเลี้ยว

สำหรับผลลัพธ์จากการทดลองขับเพิ่มเติมรับชมได้จาก คลิปวีดีโอครับ

กิจกกรรม Porsche Taycan Driving Experience 2020 ในครั้งนี้ เอเอเอสฯ ยังได้รับความร่วมมือจาก บจก. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง การเลือกน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง และประชาสัมพันธ์สถานีบริการชาร์จไฟสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า EV Station ที่จะให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมบริการแอพพลิเคชั่น EV Station ที่จะใช้รองรับผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในประเทศไทยในอนาคต

Porsche Taycan รถไฟฟ้าสายพันธุ์สปอร์ต เปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทยด้วย 3 ทางเลือกหลัก โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

- Porsche Taycan 4S ราคาเริ่มต้น 7,100,000 บาท

- Porsche Taycan Turbo ราคาเริ่มต้น 9,900,000 บาท

- Porsche Taycan Turbo S ราคาเริ่มต้น 11,700,000 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655

Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111

Porsche City Showroom Siam Paragon ชั้น 2 โทร. 02-610-9911

Porsche Studio Bangkok (ICONSIAM) ชั้น 1 โทร 02-288-0911

TEST DRIVE By WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(2 votes)
Last modified on วันจันทร์, 23 พฤศจิกายน 2563 00:23
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing