ตุลาคม 30, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MAZDA 3 Fastback 2.0 SP มีดีที่ดีไซน์ และสไตล์การขับขี่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว! | ทดลองขับ Drivingplace Featured

By กันยายน 17, 2563 107

[ REVIEW ] NEW MAZDA 3 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปลักษณ์ที่สวยงามลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ยึดหลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง นำเอาท่วงท่าการเดินที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ และสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ ผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นทุกด้าน และในรุ่นท็อป MAZDA 3 Fastback 2.0 SP ที่เรามีโอกาสสัมผัสในครั้งนี้ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่ i-ACTIVSENSE ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างครอบคลุมทุกการเดินทาง

ย้อนอดีตที่ผ่านมา MAZDA 3 รุ่นแรกเริ่มทำตลาดประเทศไทยในปี 2547 ได้สร้างปรากฏการณ์ต่างๆ ไว้มากมายต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย โดยสร้างยอดขายถึง 30,000 คัน ก่อนส่งไม้ต่อให้รุ่นที่ 2 ในปี 2554 เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี ที่หลายคนตั้งคำถาม ทำไมมาสด้ากล้าฉีกกฏการตลาด ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ชื่นชอบเครื่อง 1.6 – 1.8 แต่มาสด้าสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้า จนสร้างยอดขายได้ถึง 15,000 คัน ในเวลาเพียง 3 ปี และเมื่อก้าวผ่านวันเวลาสู่รุ่นที่ 3 เมื่อปี 2557 มาสด้าได้เปลี่ยนเทคโนโลยีของโลก ด้วย SKYACTIV technology รถยนต์ที่ให้ได้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมพลิกโฉมการออกแบบ KODO DESIGN ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ MAZDA 3 รุ่นนี้ อยู่ในการครอบครองของลูกค้ามากถึง 33,000 คัน และล่าสุดมาสด้าได้พิสูจน์ในความเชื่อของตัวเองอีกครั้งกับการทำตลาด NEW MAZDA 3 โมเดลใหม่ ทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่มาสด้าวาดหวังไว้ แม้ว่าตลาดรถยนต์เมืองไทยจะเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากจากเศรษฐกิจโดยรวมและพิษภัยของโควิด-19 

เป้าหมายของ KODO design คือ การแสดงออกถึงรูปแบบใหม่ของความสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น  เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายในทุกองค์ประกอบ ทิศทางของแสง และเงาสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา แสงที่สะท้อนไปบนตัวรถทำให้เกิดการแสดงออกที่มีนัยสำคัญ และน่าทึ่งเกินกว่าการออกแบบในรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะในรุ่น Fastback ให้อารมณ์ และความรู้สึกที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ในขณะที่รุ่นซีดานสามารถสื้อให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่หรูหรามากยิ่งขึ้น

MAZDA 3 Fastback การดีไซน์จะเน้นความลื่นไหล ไร้เส้นสาย เสาหลัง C-Pillar ขนาดใหญ่มีลักษณ์โค้งมนลงตัวทำให้รถดูทรงพลัง แต่แฝงด้วยความอ่อนช้อยมีเสน่ห์ชวนมองสุดๆ การดีไซน์รูปลักษณ์ทั้งด้านหน้า และด้านท้าย โดยรวมก็จะออกมาในแนวสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในเทรนด์รถยนต์มาสด้ายุคใหม่ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นในยุคนี้ที่ดีไซน์รถยนต์รุ่นใหม่ๆออกมาได้สวยงาม ลงตัวติดอันดับต้นๆของโลก ล่าสุด MAZDA 3 โมเดลนี้ ยังการันตีความสวยงาม ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศรถยนต์ที่ออกแบบยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2020 หรือ World Car Design of the Year 2020 จากเวที “WORLD CAR AWARD” ซึ่งเป็นเวทีการประกวดรถยนต์ในระดับสากลเพื่อมอบรางวัลให้กับรถยนต์ที่มีความเป็นที่สุด และมีคุณลักษณะโดดเด่นที่สุดแห่งปี!

การออกแบบภายในห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยความหรูหราจากวัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดในทุกรายละเอียดโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเบาะดีไซน์ใหม่ที่โอบกระชับ รองรับสรีระช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะเดิน เพื่อให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและสมดุล ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่ พร้อมให้ความสะดวกยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง สามารถบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลเป็นแบบ TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน การเชื่อมต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน และยังสัมผัสกับห้องโดยสารที่เงียบขึ้นจากการเสริมวัสดุดูดซับเสียงรบกวนรอบคัน และเพลิดเพลินตลอดการเดินทางกับระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ส่งพลังเสียงได้นุ่มนวล มิติเสียงถือว่าครบ ถ้าไม่หูเทพจัดๆ ก็ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มอีกแล้ว

บริเวณคอนโซลด้านหน้าออกแบบเน้นความเรียบง่ายสะอาดตา แต่ยังคงใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่น รูปแบบถือว่าทันสมัยให้อารมณ์เหมือนรถยุโรป วัสดุและคุณภาพงานประกอบเป็นสิ่งที่มาสด้าทำได้ดีกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน และการวางตำแหน่งท่านั่ง ซึ่งในครั้งนี้ทางมาสด้าค่อนข้างเน้นเรื่องนี้ ตัวเบาะออกแบบมาให้นั่งได้กระชับ รองรับสรีระได้ดี สามารถหยิบจับใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างถนัดมือ ช่วยให้ควบคุมได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยไม่เสียสมาธิในการขับขี่มากเกินไปเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ใช้งานต่างๆภายในรถ

MAZDA 3 รุ่นล่าสุด ยังคงให้สมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟได้รับการปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกโมเดล ในรุ่นนี้พื้นฐานของเครื่องยนต์จะเป็นแบบสกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ เน้นการพัฒนาให้มีสมรรถนะความแรง และประหยัดน้ำมันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีที่ฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ผสานกับหัวฉีดดีไซน์ใหม่ ส่งผลให้มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง แรงบิดเพิ่มขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1 ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที การันตีความประหยัดน้ำมันเบื้องต้น 15.9 กม./ลิตร

สมรรถนะการขับขี่โดยรวม ถ้าใครชอบขับรถออกแนวซิ่งๆหน่อย ก็ถือว่าเครื่องยนต์มีกำลังที่จัดจ้านพอตัว อัตราเร่งมาแบบเรื่อยๆ ไม่ถึงกับดึงกระชากแบบเครื่องยนต์เทอร์โบ แต่ด้วยแรงบิดที่มีค่อนข้างสง และระบบส่งกำลังที่ปรับเปลี่ยนตามความเร็วได้อย่างสัมพันธ์ทำให้การออกตัวอยู่ในระดับที่ทันใจรองรับการใช้งานได้ดี ช่วงรอบกลางๆความเร็วตั้งแต่ 100 กม./ชม. ขึ้นไปยังถือเป็นทีเด็ด สามารถลากรอบเรียกความเร็วออกมาได้ทันใจ ทำให้การเร่งแซงไม่ต้องลุ้นมากนัก แต่ถ้าต้องการฟิลลิ่งแบบสปอร์ตมากขึ้น ก็มีโหมด M พร้อม Paddle Shift มาช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ ทั้งจังหวะชะลอความเร็ว หรือเลี้ยงรอบลดตำแหน่งเกียร์เพื่อรอจังหวะกดคันเร่งหนักๆ เสริมให้การเร่งแซงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ระบบช่วงล่างโดยพื้นฐาน ด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนอยู่ในระดับที่ดีกว่ารถเก๋ง 4 หรือ 5 ประตู ทั่วๆไป เซ็ตออกมาแนวสปอร์ตมีที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว มีช่วงยืดยุบค่อนข้างกระชับ หนึบแน่น ไม่ยวบย้วย ตรงนี้จึงเด่นมากในช่วงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และการขับเข้าโค้งในช่วงความเร็วที่เหมาะสมก็อยู่ในระดับที่มั่นใจไม่ต้องแต่งพวงมาลัยเยอะก็สามารถวิ่งผ่านโค้งไปได้แบบเนียนๆ ส่วนการขับขี่ในเมืองช่วงความเร็วต่ำ ช่วงล่างสำหรับผมถือว่าแข็งกว่ารถยนต์ในคลาสเดียวกัน แต่ก็ไม่ถึงกับแข็งจนกระด้าง ยังมีความนุ่มนวลให้สัมผัสอยู่บ้าง สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนการจังหวะการเบรก หรือชะลอความเร็ว ช่วงความเร็วต่ำ หรือการขับขี่ในเมืองไม่มีปัญหาสามารถกะระยะในการเบรคได้ดีมีความนุ่มนวล แต่ช่วงความเร็วสูงเกิน 120 กม./ชม.ต้องเผื่อระยะเบรกไว้บ้าง เพราะระยะการจับเบรกค่อนข้างลึกต้องลงน้ำหนักเท้ามากหน่อย แต่เมื่อเบรคเริ่มจับแล้วก็ถือว่าเอาอยู่สกัดความเร็วได้ดี

การควบคุมรถพวงมาลัยแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า ให้น้ำหนักในการบังคับเลี้ยวพอดีๆ ไม่เบา หรือหนักตึงมือเกินไป การทำงานของพวงมาลัยราบรื่นต่อเนื่อง หมุนซ้ายหมุนขวาได้เนียนไม่มีสะดุดทำให้การควบคุมรถมีความคล่องตัวในทุกความเร็ว นอกจากนี้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารยังสามารถรับรู้ถึงความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) โดยระบบจะปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้ง และออกจากโค้งได้นุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกล และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร

นอกจากสมรรถนะการขับขี่ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ MAZDA 3 รุ่นนี้ ตัวเลขโรงงานเคลมค่ากลางไว้ที่ 15.9 กม./ลิตร เมื่อเราทดลองขับแบบใช้งานจริงในชีวิตประจำวันในหลายๆช่วงการเดินทาง ในเมืองทั้งช่วงรถติดสลับหยุดนิ่ง และการวิ่งด้วยความเร็วต่ำ อยู่ที่ประมาณ 10-13 กม./ลิตร และช่วงการขับขี่ทางไกลออกนอกเมืองหลายๆช่วงความเร็ว ทั้ง 80-90 กม./ชม.ทำได้ประมาณ 19-20 กม./ลิตร  และ 100-120 กม./ชม. ทำได้ประมาณ 16-18 กม./ลิตร โดยรวมต้องถือว่าในช่วงการเดินทางไกลถนนโล่ง ตัวเลขค่อนข้างน่าสนใจให้ความประหยัดในระดับที่คุ้มค่า!

MAZDA 3 Fastback 2.0 SP รุ่นท็อปยังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE เน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ประกอบด้วยระบบที่น่าสนใจมากมายทั้ง ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support) ที่สามารถควบคุมความเร็วของรถ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ , ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support) ที่สามารถตรวจจับรถคันหน้า จักรยาน รวมถึงคนเดินถนน , ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Reverse Crossing) , ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) , ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) ที่สามารถตรวจจับวัตถุในวงกว้างและสูงขึ้น ด้วยจำนวนเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น , ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) , ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System) , ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System) , ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert) , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) , ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) ที่ได้รับการพัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น , ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor) และติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง ปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด

สำหรับการทำตลาด NEW MAZDA 3 ทั้งรุ่น Fastback  5 ประตู และSedan 4 ประตู จัดจำหน่ายในราคาเดียวกัน แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย..

- NEW MAZDA 3 รุ่น 2.0 C ราคา    969,000  บาท

- NEW MAZDA 3 รุ่น 2.0 S ราคา  1,069,000 บาท

- NEW MAZDA 3 รุ่น 2.0 SP ราคา  1,198,000 บาท

TEST DRIVE By WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(2 votes)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 17 กันยายน 2563 04:03
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing