ตุลาคม 25, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว NISSAN ALMERA 1.0 TURBO VL ออฟชั่นแน่น เครื่องแรง และประหยัดในระดับที่คุ้มค่า! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By กันยายน 05, 2563 112

[ REVIEW ] NISSAN ALMERA โมเดลใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 สำหรับตลาดประเทศไทย เปิดตัวด้วยรูปลักษณ์ใหม่หมด เน้นความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย สะดวกสบาย ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นจากขุมพลังบล็อคใหม่ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้ความแรงเพิ่มขึ้น แต่กินน้ำมันน้อยลง พร้อมอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย ภายใต้ราคาดึงดูดใจ โดยเฉพาะรุ่นท็อป  ALMERA TURBO VL ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้ มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 639,000 บาท ถือเมื่อเทียบกับออฟชั่นที่ให้มาแบบจัดเต็ม ต้องถือว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้คู่แข่งทุกรุ่นที่อยู่ในคลาสเดียวกัน

การดีไซน์ภายนอก ต้องบอกว่าใหม่หมดจดตั้งแต่หัวจรดท้าย มิติภายนอกดูใหญ่โตมากกว่ารุ่นเดิม ทั้งความกว้างของตัวถังมากขึ้น 45 มม. ฐานล้อยาวขึ้น 20 มม. และลดความสูงลง 40 มม. รูปโฉมด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าทรงบูมเมอแรง แบบ LED พร้อม LED Signature Light เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ด้านข้างตัวถังมีความยาวกว่ารุ่นเดิม 70 มม.เน้นการดีไซน์ที่โค้งมนตัดกับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยลายสวยเรียบขนาด 15 นิ้ว ประกบกับยางหน้ากว้าง แก้มสูงเน้นความนุ่มขนาด 195/65R15 ขณะที่ด้านท้ายรถเด่นที่เสาด้านหลังถูกออกแบบเสมือนหลังคาลอยตัว ช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ให้สง่างามยิ่งขึ้น พร้อมด้วยซุ้มล้อที่มีเหลี่ยมสันชัดเจน และไฟท้ายเป็นแบบ Signature Light ทรงบูมเมอแรงดีไซน์รับกับชุดไฟหน้า พร้อมไฟเบรกแบบ LED มองเห็นได้อย่างชัดเจน

ในรุ่นท็อป ALMERA TURBO VL ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่หมด พร้อมอัดออฟชั่นมากกว่าทุกรุ่น โดยภาพรวมต้องบอกว่าหรูหรา สวยงาม ดูลงตัวกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน การตกแต่งเด่นที่ภายในสีทูโทนสีดำตัดกับสีครีม และเสริมด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลกลางสีเปียโนแบล็ค และวัสดุสีเงิน เพิ่มความสปอร์ต และหรูหรา คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยี NissanConnect บนหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมลำโพงคุณภาพดี 6 จุด และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่าง Apple CarPlay ในโซนควบคุมรถชอบมากกับพวงมาลัย 3 ก้านรูปทรงสปอร์ต แบบ D-Shape จับถนัดมือ สามารถปรับสูงต่ำได้ตามสรีระ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน สามารถควบคุมระบบการทำงานต่างๆได้ครบถ้วนทั้งแผงหน้าปัด เครื่องเสียง และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ โดยที่ผู้ขับไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ มองทะลุไปที่แผงหน้าปัด มาตรวัดออกแบบใหม่เป็นแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital พร้อมหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว ดูทันสมัยไม่ตกยุค สามารถแสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นไว้อย่างครบถ้วน

ในส่วนของเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยยุคใหม่ ภายใต้เทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ในรุ่น TURBO VL ถือว่าใส่มาให้อุ่นใจแบบจัดเต็มเยอะว่าคู่แข่ง ซึ่งการขับขี่ใช้งานจริงก็แสดงประสิทธิภาพใด้ดีพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) ช่วยเตือนเวลาเปลี่ยนช่องทางการขับขี่ ทันทีที่พบรถอยู่ในตำแหน่งจุดอับสายตา และเมื่อสัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิดยังส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่ามีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางด้านข้าง และอีกระบบที่ได้ลองใช้งานจริงคือ เทคโนโลยีกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุด รอบคัน กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และนำไปประมวลผล จากนั้นแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอบนคอนโซลกลางให้เห็นระยะที่ปลอดภัยรอบตัวรถ พร้อมทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อใกล้วัตถุต่างๆ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของตัวรถรอบคัน ส่วนเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยด้านอื่นๆ ก็มีทั้ง เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้า (Intelligent Forward Collision Warning ) ,เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking ) และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert ) ฯลฯ

สำหรับสมรรถนะการขับขี่ NISSAN ALMERA โมเดลนี้ ถือเป็นการก้าวเข้ายุคใหม่ของรถอีโคคาร์ที่เครื่องยนต์มีขนาดเล็กลง แต่ให้กำลังมากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซินบล็อคใหม่ ขนาด 1.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบ แบบ 3 สูบ แถวเรียง DOHC ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า(Ps) พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 152 นิวตันเมตร (Nm) แสดงผลตั้งแต่รอบ 2,400 ถึง 4,000 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับชุดเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล รวดเร็ว ส่งผลให้อัตราเร่งต่อเนื่อง และทันใจ ทั้งช่วงออกตัว และการเร่งแซงที่ดีขึ้น ช่วยให้การขับขี่โดยรวมมีประสิทธิภาพ และประหยัดเชื้อเพลิงดีกว่ากว่ารุ่นเดิม

เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ใหม่ ยังเต็มไปด้วยจุดเด่นทางเทคนิคมากมายเช่น ลูกสูบแบบ Delta Cylinder Head , หัวฉีดแบบ Central Injector และ Turbocharger ที่ควบคุมไอเสียด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเทคโนโลยีเคลือบบนกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating เช่นเดียวกับที่ใช้ในซูเปอร์คาร์อย่าง Nissan GT-R ช่วยเพิ่มความทนทาน ช่วยลดการสึกหรอ รวมถึงปรับปรุงเรื่องการระบายความร้อน และการเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทดลองขับแบบใช้งานจริงครั้งนี้ เราเน้นลองของทั้งในเมืองตามสไตล์ซิตี้คาร์ และการขับขี่ออกนอกเมืองแบบเดินทางไกล ซึ่งการขับขี่ในเมืองช่วงความเร็วต่ำค่อนข้างน่าพอใจกับความคล่องตัวในการขับขี่ พวงมาลัยไฟฟ้าเซ็ทน้ำหนักเหมาะสมกับการเป็นรถอีโคคาร์หรือซิตี้คาร์ เลี้ยวง่าย เบาแรง และมีความแม่นยำในการควบคุมรถ ทั้งการเลี้ยวในพื้นที่แคบช่วงรถติด และการเปลี่ยนเลนทำได้ฉับไวตามใจต้องการ ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชัน บีม พร้อมเหล็กกันโคลง ปรับเซ็ทออกมาได้ดีมาก เมื่อขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำ ให้ความนุ่มนวล นั่งสบาย และเมื่อเจอพื้นถนนขุขระ หรือรอยต่อถนนต่างๆ การซับแรงกระแทกก็ทำได้ดี แม้ว่าจะแอบแข็งนิดๆ แต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนการขับขี่ย่านความเร็วสูงออกนอกเมือง ก็ยังควบคุมรถได้สบายๆ ช่วงล่างยึดเกาะพื้นถนนได้ดี ออกแนวนุ่ม เด้งนิดๆ แต่ไม่ถึงกับย้วยให้ขาดความมั่นใจ ส่วนการเบรค หรือ ชะลอความเร็ว ระบบเบรกหน้าดิสก์ หลังดรัม โดยรวมจัดว่าทำงานได้ดีในทุกจังหวะความเร็ว เบรคไม่ถึงกับจับไว ช่วงความเร็วต่ำแตะเบาๆเอาอยู่ให้น้ำหนักเบรคพอดีๆ แต่ช่วงความเร็วสูง หรือการเบรคกระทันหัน ต้องลงน้ำหนักเท้าลึกและแรงหน่อย เมื่อเบรคจับแล้วค่อนข้างหนึบ หยุดไว วางใจได้

ทางด้านสมรรถนะความแรง ทั้งการออกตัว และเร่งแซง แม้เครื่องยนต์จะเล็ก แต่ได้เทอร์โบมาช่วยอัดไอดีเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เร็วขึ้น จึงรีดความเร็วออกมาได้อย่างต่อเนื่องเรียกว่า เร่ง เร็ว แรง กว่าอีโคคาร์ยุคแรกๆที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน ลองกดจมตั้งแต่ออกตัวอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.จับเวลาเล่นๆทำได้ประมาณ 13-14 วินาที (ช้ากว่าคู่แข่งที่ใช้เครื่อง 1.0 เทอร์โบเหมือนกันประมาณ 3-4 วินาที) และช่วงส่งต่อความเร็วของเกียร์ซีวีที เมื่อขับใช้งานปกติยังเด่นที่ความนุ่มนวล ราบเรียบ แต่ถ้ากดหนัก หรือคิกดาวน์แบบฉับพลันมีอาการรอบเครื่องตวัดสูงนำหน้าเข็มไมล์อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ไม่มากเท่าเกียร์ซีวีทีของเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ในรุ่นเดิม ขณะเดียวกันถ้าลองเติมคันเร่งพอดีๆไม่ว่าจะเป็นรอบต่ำ หรือ รอบกลางๆเมื่อเร่งแซงตั้งแต่ 100 กม./ชม.เป็นต้นไป ถือว่าทันใจ เร่งความเร็วได้อย่างมั่นใจ ตรงนี้วางใจได้เลยในเรื่องการแซงที่ปลอดภัยไม่แพ้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ โดยมีความเร็วสูงสุดรองรับการใช้งานที่ประมาณ 190 กม./ชม

นอกเหนือจากความแรงด้วยความที่เป็นอีโคคาร์ แน่นอนว่าการขับขี่ต้องให้ความประหยัดน้ำมันที่สมเหตุสมผล โดยการขับขี่ใช้งานทั่วๆไป ทั้งในเมือง และนอกเมือง ถ้าไม่เจอรถติด ขับไหลไปได้เรื่อยๆด้วยความเร็วคงที่เป็นส่วนใหญ่ ตรงนี้หมดห่วงได้เลย เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้ความประหยัดประมาณ 18-20 กม./ลิตร สบายๆ แต่ถ้าเจอรถติดค่าความประหยัดก็จะลดหลั่นลงไป บางช่วงติดหนักลงไปเฉียด 10 กม./ลิตร ซึ่งก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้าย หรือแตกต่างจากอีโคคาร์รุ่นอื่นๆที่เราเคยสัมผัสมาก็ทำได้ใกล้เคียงกัน ส่วนช่วงเดินทางนอกเมืองถนนโล่งใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 80-100 กม./ชม. ถือเป็นจุดพีคสุดของรถรุ่นนี้ เราลองขับแบบเนียนๆ ตัวเลขดีสุดทำได้ถึง 23 กม./ลิตร!

โดยภาพรวมก็ต้องยอมรับว่าความแรง และประหยัดในการใช้งานอยู่ในระดับคุ้มค่า เป็นไปตามมาตรฐานอีโคคาร์ยุคใหม่อย่างแท้จริง!!

ALL- NEW NISSAN ALMERA 1.0 TURBO แบ่งการทำตลาดเป็น 5 รุ่นย่อย!

- รุ่น S ราคา 499,000 บาท

- รุ่น E ราคา 509,000 บาท

- รุ่น EL ราคา 559,000 บาท

- รุ่น V ราคา 599,000 บาท

- รุ่น VL ราคา 639,000 บาท

TEST DRIVE by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(3 votes)
Last modified on วันเสาร์, 05 กันยายน 2563 13:25
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing