ตุลาคม 30, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MERCEDES-BENZ C220d Avantgarde หรู แรง ประหยัด คุ้มค่าตัว 2.349 ล้านบาท! | ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By กันยายน 03, 2563 167

[ REVIEW ] MERCEDES-BENZ C-Class รุ่นล่าสุด (w205) เวอร์ชั่นประกอบในประเทศไทย ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่านการทำตลาดมานานพอสมควร ซึ่งซีดานหรูรุ่นนี้ ทำการยกระดับรูปลักษณ์ใหม่  พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย โดยเปิดตัวทำตลาดด้วย 3 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่นท็อป C 220 d AMG Dynamic , C 220 d Exclusive และ C 220 d Avantgarde ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้

MERCEDES-BENZ C-Class โมเดลนี้ โดยภาพรวมถือว่ามีการดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่จนสวยงามลงตัวถึงขีดสุด ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร โดยเน้นการอัพเกรดรูปโฉมด้านหน้า ทั้งชุดไฟหน้า และไฟท้าย รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับซีดานสุดหรูรุ่นพี่ S-Class ทั้งด้านความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการขับขี่

MERCEDES-BENZ C220d Avantgarde ถือเป็นรุ่นเริ่มต้นของ C-CLASS โมเดลนี้ โดยมีราคาค่าตัวถูกที่สุดเพียง 2,349,000 บาท เมื่อเทียบกับรุ่นท็อปอย่าง C 220 d AMG Dynamic จะถูกกว่าเกิน 500,000 บาท ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องการแต่งหล่อสไตล์ AMG หรือออฟชั่น บางอย่างที่ถูกปรับลดทอนลง ผมว่ารถรุ่นนี้ ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เพราะออฟชั่นที่ให้มา เท่าที่สัมผัสก็ยังจัดว่ามีความหรูที่คู่ควรกับคลาสของรถ และตอบสนองต่อการใช้งานในยุคนี้ได้อย่างครบถ้วน ดีไซน์ภายนอกของรุ่น C 220 d Avantgarde จะใช้กระจังหน้าขนาดใหญ่เน้นความเรียบหรูสีเงินเสริมโครเมี่ยม พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการใช้ไฟหน้าแบบ LED High Performance ดีไซน์ล้ำๆ ให้การส่องสว่างที่ชัดเจน รวมถึงชุดไฟท้ายทรงสวยโค้งมนเป็นแบบ LED สีแดงสดใสก็ให้การมองเห็นที่เด่นชัด และขาดไม่ได้กับล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะรุ่นเป็นแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว

การดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ภาพรวมยังดูโดดเด่นด้วยความหรูหราสไตล์สปอร์ต และมีโครงสร้างที่ดูต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว ในรุ่น C 220 d Avantgarde จะมาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control บริเวณก้านด้านซ้ายใช้ควบคุมหน้าจอมัลติมีเดียบริเวณกลางคอนโซลแบบ MB Audio 20 ขนาด 10.25 นิ้ว และก้านด้านขวาควบคุมจอมัลติฟังก์ชั่นดิสเพลย์แสดงข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็น โดยเฉพาะโหมดการขับขี่ต่างๆสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันทีโดยผู้ขับไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย และแสดงค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างครบถ้วน ฯลฯ ซึ่งติดตั้งอยู่ตรงกลางแผงหน้าปัดที่เข็มไมล์และวัดรอบยังเป็นแบบอนาล็อกดูเรียบง่ายแต่อ่านค่าได้อย่างชัดเจน

การตกแต่งภายในห้องโดยสาร C 220 d Avantgarde จะใช้เบาะหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตัวเบาะทรงกึ่งสปอร์ตรองรับสรีระได้ดีสามารถปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้าได้ละเอียดทั้งเดินหน้า ถอยหลัง ยกสูงต่ำ และตัวเบาะรองช่วงต้นขาสามารถดึงเบาะยื่นออกมาได้เหมาะสำหรับคนตัวสูง ส่วนเบาะด้านหลังยังสามารถพับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3 ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการบรรจุสัมภาระขนาดใหญ่

บริเวณคอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่แบบ MB Audio 20 ขนาด 10.25 นิ้ว เพื่อใช้ในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยระบบ Touch pad ไม่ว่าจะเป็นระบบ Apple CarPlay  นอกจากนี้ยังเพิ่มสีสันในการเดินทางด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี ทำหน้าที่ให้แสงสว่างอย่างครอบคลุมทั้งแบบโดยตรงและแบบซ่อนช่วยให้ใช้งานรถยนต์ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ที่สังเกตุเห็นก็มีทั้งไฟส่องสว่างแบบซ่อนบริเวณช่องวางเท้าด้านหน้า แผ่นกันรอยช่องมือจับบนประตู และไฟส่องพื้นข้างประตูรถยนต์

สำหรับเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยในการขับขี่  C-Class รุ่นนี้ มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นล่าสุด ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบที่ใช้ในรถยนต์ S-Class อาทิ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), , ระบบ DYNAMIC SELECT คือแบบ Sport, Sport+ และ Comfort, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto และระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth และติดตั้งกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ช่วยเสริมความปลอยในการขับขี่

สมรรถนะการขับเคลื่อน ยังคงจุดเด่นด้วยขุมพลังดีเซลยุคใหม่ให้ประสิทธิภาพที่ดีทั้งด้านความแรง และประหยัดน้ำมัน พื้นฐานของเครื่องยนต์เป็นแบบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร กระตุ้นกำลังด้วยเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที ผสานแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังขับคเลื่อนลงสู่ 2 ล้อหลัง ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9 G-tronic มีก้านสวิทซ์ควบคุมตำแหน่งเกียร์ที่ใช้งานสะดวกอยู่ด้านหลังพวงมาลัยด้านขวาแบ่งเป็น 3 สเต็ปผลักขึ้นลงใช้งานง่าย คือ R N D และ P สวิทซ์อยู่ที่ปลายก้านคันเกียร์ พร้อมติดตั้งแพ็ทเดิ้ลชิฟเข้าสู่โหมดแมนนวลอยู่หลังก้านพวงมาลัยด้านซ้ายลบ/ขวาบวก สามารถใช้งานได้ทันทีที่ต้องการในทุกย่านความเร็ว ช่วยเพิ่มความสะดวก และปลอดภัยในการเร่งหรือลดความเร็ว โดยมีตัวเลขโชว์ตำแหน่งเกียร์ให้เห็นอย่างชัดเจนที่แผงหน้าปัด

การขับขี่ใช้งานทั่วๆไปในตำแหน่งเกียร์ D ปกติ การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์มีความราบเรียบ นุ่มนวลตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงช่วงความเร็วสูงแทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อเกียร์ ต้องสังเกตตัวเลขจากแผงหน้าปัดถึงจะรู้ว่าทะยานถึงตำแหน่งเกียร์ไหนแล้ว และเมื่อลองกดหนักๆคันเร่งจมตั้งแต่ออกตัวต้องบอกว่าเร่งแรง ดุดัน ทันใจ มีหลังกระแทกเบาะเล็กๆ เป็นไปตามสเปคตัวรถที่การันตีอัตราเร่งเร้าใจ 0-100 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 6.9 วินาที พร้อมความเร็วปลายไหลยาวไปถึง 240 กม./ชม.

สิ่งที่โดดเด่นน่าชื่นชม นอกเหนือจากสมรรถนะความแรงของเครื่องยนต์ คือการตอบสนองที่ดีของช่วงล่างให้ความมั่นใจในทุกช่วงความเร็ว ออกแนวแข็งหนักแน่น แต่ไม่แข็งกระด้าง ยังขับขี่ได้นุ่มสบายตามมาตรฐานรถหรูจากยุโรป เมื่อลองใช้ความเร็วสูงผ่านโค้งต่างๆ ตัวรถนิ่ง ทรงตัวดี ไม่มีอาการโยนตัว หรือ ยวบยาบให้เห็นแม้แต่น้อย  และน้ำหนักของพวงมาลัยในการควบคุมรถก็น่าประทับใจ ให้การบังคับเลี้ยวได้แม่นยำ คล่องตัวทั้งช่วงความเร็วต่ำในเมือง และมีความนิ่ง มั่นคงเมื่อโลดแล่นด้วยความเร็วสูง

นอกจากความแรง และฟิลลิ่งการขับขี่ที่ดีงาม เครื่องยนต์ดีเซลบล็อคนี้ยังให้ความโดดเด่นในเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิงที่คุ้มค่า เราทดลองขับขี่ใช้งานทั่วๆไปด้วยความเร็วต่ำถึงปานกลางในเมืองได้ใช้กันแค่ 1-7 เกียร์ ค่าความประหยัดยังทำได้ดีทะลุเกิน 15 กม./ลิตร สบายๆ ส่วนช่วงทดลองขับแบบเดินทางไกลครั้งนี้ เราเลือกเส้นทางจากกรุงเทพฯไปถึงใจกลางเมืองพัทยา วิ่งแบบรวดเดียวใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ เจอรถติดพอสมควรบริเวณด่านเก็บเงิน โดยใช้โหมด E หรือ Eco ความเร็วในการเดินทางประมาณ 90-120 กม./ชม ตลอดเส้นทาง ช่วงความเร็ว 100 กม/ชม.รอบการทำงานค่อนข้างต่ำ เกียร์ D8 อยู่ที่ประมาณ 1,405 รอบ/นาที และช่วงความเร็วสูงขึ้น 120 กม./ชม. ถึงจะเข้าสู่เกียร์ D9 รอบเครื่องก็ยังไม่เกิน 1,500 รอบ/นาที เมื่อไปถึงพัทยาแผงหน้าปัดแสดงระยะทาง 133 กม. ระยะเวลาวิ่งตั้งแต่สตาร์ทเครื่อง 1 ชม.48 นาที พร้อมตัวเลขแสดงค่าความประหยัดที่น่าทึ่ง 4.5 ลิตร/100 กม.หรือ 22.2 กม./ลิตร ถือว่าให้ความประหยัดที่ไม่ธรรมดา เมื่อไปถึงพัทยาเราขับขี่ท่องเที่ยวสบายๆ ชมวิวเก็บภาพ และบรรยากาศต่างๆ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งค่าเฉลี่ยความประหยัดเราลองเซ็ทใหม่อีกครั้ง ก็ยังสามารถทำได้ใกล้เคียงกันทะลุเกิน 20 กม./ลิตร !!

โดยรวมต้องถือว่า Mercedes-Benz C220d Avantgarde เป็นรถซีดานหรู ภาพลักษณ์ดี ที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ทั้งด้านความแรง และประหยัด ภายใต้ราคาค่าตัวที่จับต้องได้ง่าย ถ้าสนใจเราขอแนะนำให้ไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศครับ!!

TEST DRIVE by WWWDRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(3 votes)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 03 กันยายน 2563 21:00
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing