ตุลาคม 30, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ BMW 630d GT M Sport หรู แรง แถมอเนกประสงค์จากตัวถังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว! | ทดสอบรถ 2020 Drivingplace Featured

By สิงหาคม 07, 2563 188

[ REVIEW ] BMW 630d GT M Sport รถหรูสไตล์ Gran Turismo โดดเด่นด้วยตัวถังขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากตัวถังรูปแบบอื่นอย่างชัดเจน จากการผสมผสานประโยชน์ใช้สอยของรูปลักษณ์ เข้ากับความสะดวกสบาย และพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง สามารถตอบสนองการใช้งานแบบรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ แต่ยังคงรูปโฉมโฉบเฉียว ให้การขับขี่ปราดเปรียว คล่องตัวเช่นเดียวกับรถยนต์ BMW ทั้งตัวถังซีดาน และคูเป้  

BMW 630d GT M Sport มาพร้อมความหรูหราแบบสปอร์ต เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์และฟีเจอร์ทันสมัย ระบบการควบคุมและช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย เช่นเดียวรถยนต์ BMW ระดับท็อปในยุคนี้ การออกแบบแม้ตัวถังจะมีขนาดใหญ่แต่เน้นการใช้วัสดุน้ำหนักเบา เช่นการเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียม และเหล็กกล้าคุณภาพสูงมาเป็นชิ้นส่วนหลักในโครงสร้างตัวรถและแชสซี จึงมีน้ำหนักเบาลงถึง 150 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ ซีรีส์ 5 GT รุ่นก่อน และตัวถังที่เบาเมื่อผสมผสานกับคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่ทรงพลัง ทำให้ 630d GT M Sport รุ่นนี้มีสมรรถนะดุดันแบบรถสปอร์ต แต่ก็ยังให้ความประหยัดน้ำมันที่คุ้มค่าแบบรถบ้านที่ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน

รูปลักษณ์ภายนอกเน้นย้ำสัดส่วนปราดเปรียว และเส้นสายเรียบหรู ด้านหน้ามีดีไซน์ที่เฉียบคมแบบสปอร์ต พร้อมด้วยชุดไฟหน้าขนาดใหญ่แบบ LED ที่ทอดยาวไปจนถึงกระจังหน้ารูปไตคู่ขนาดใหญ่ เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นได้ถึงความหรูหราสไตล์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู โดดเด่นด้วยฟีเจอร์คุ้นตาเช่นฝากระโปรงหน้าทรงยาว ห้องโดยสารที่ค่อนข้างลาดเทไปด้านหลัง ประตูที่มาพร้อมกับหน้าต่างแบบไร้กรอบ และแนวขอบหน้าต่างที่ลากยาวไปจนถึงท้ายตัวรถ และส่วนหลังคารถลาดเทลงมาบรรจบกับส่วนท้ายรถในสไตล์โฉบเฉี่ยวแบบรถคูเป้ ขณะที่ช่วงท้ายรถเองก็มีความสูงลดลงถึง 64 มิลลิเมตร โดยรวมจึงให้มุมมองต่างจากรถตัวถังซีดานพอสมควร ด้านท้ายรถยังดูบึกบึนพร้อมไฟท้ายออกแบบมาในสไตล์สามมิติสีแดงเข้ม พร้อมเสริมความโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics เสริมบุคลิกความสปอร์ตให้โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบเพื่อเน้นความสะดวกสบายในการควบคุมรถ พร้อมด้วยพื้นที่ใช้ส้อยกว้างขวางเป็นพิเศษ และเบาะที่นั่งยกสูงให้มุมมองที่กว้างมองเห็นทัศนวิสัยรอบทิศทางได้ชัดเจนไม่รู้สึกว่าตัวถังขนาดใหญ่เป็นอุปสรรคในการขับขี่ มีเพียงมุมมองด้านท้ายผ่านกระจกมองหลังอาจดูแคบไม่กว้างเท่ารถซีดานที่กระจกบานหลังใหญ่กว่า ขณะที่การจัดวางฟังก์ชั่นการควบคุมต่างๆ เป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์ ผิวสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆเลือกใช้วัสดุที่มีความหรูหรา ประณีต ผสานการตกแต่งแบบสปอร์ตทั่วห้องโดยสาร ส่วนห้องโดยสารด้านหลังประกอบไปด้วย 3 ที่นั่งขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง และสะดวกต่อการใช้งานด้วยประตูท้ายรถขนาดใหญ่แบบบานเดี่ยวควบคุมการเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เบาะที่นั่งปรับเอนได้แบบ 40 : 20 : 40 สามารถพับให้เป็นพื้นราบสำหรับเก็บสัมภาระได้ด้วยปุ่มกดติดตั้งบริเวณพื้นที่กระโปรงท้าย พร้อมฝาปิดช่องเก็บสัมภาระแบบสองชิ้น ออกแบบโครงสร้างแข็งแกร่งทนทาน และสามารถพับเก็บไว้ใต้พื้นกระโปรงท้ายได้ โดยขนาดของห้องเก็บสัมภาระท้ายรถถือว่าเป็นจุดเด่นด้านความอเนกประสงค์ เพราะมีขนาดความจุที่กว้างใหญ่ถึง 610 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังราบลงทั้งหมดแล้วจะมีความจุเพิ่มมากถึง 1,800 ลิตร

ทางด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ก็จัดสรรมาอย่างครบครันตามยุคสมัย โดยเฉพาะฟังก์ชั่นการสื่อสาร และระบบบันเทิงจัดเต็ม ด้วยระบบ iDrive ที่เป็นแกนหลักของการสั่งงานรถยนต์รุ่นนี้ โดยแสดงประสิทธิภาพการใช้งานผ่านระบบสัมผัสบนหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Intelligent Voice Control Assistance) และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ (BMW gesture control) พร้อมติดตั้งระบบ PDC  (Parking Distance Control) และเซนเซอร์รอบคันเมื่อจับคู่กับจอภาพและกล้องมองหลัง ช่วยให้การถอยจอดเป็นไปได้ง่ายดาย รวมถึงฟังก์ชั่นเสริมสำหรับมือใหม่ระบบช่วยถอยจอดเข้าซอง หรือจอดแนวขนานแบบอัตโนมัติทำให้การขับขี่สะดวกสบายมากขึ้น

บริเวณหลังคายังอินเทรนด์ความหรูยุคนี้ เป็นแบบพาโนรามา กระจกบานใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ช่วยเสริมให้ภายในรถโปร่งสบายยิ่งขึ้น  และยังมาพร้อมอุปกรณ์ล้ำๆที่บริเวณคอนโซลกลางเอาใจสาวกโซเชียลด้วยแท่นชาร์จไร้สาย Wireless Charging แค่วางสมาร์ทโฟนไว้ก็ชาร์จได้ทันที และกุญแจรถเป็นแบบ BMW Display Key มีหน้าจอขนาดเล็ก สามารถแสดงข้อมูลตัวรถจากระยะไกลได้ ซึ่งจะแสดงข้อมูลว่ารถถูกล็อคอยู่หรือไม่ และที่ชอบที่สุดคือสามารถบอกระยะทางวิ่งที่เหลือจากปริมาณน้ำมันในถังให้ผู้ขับทราบตลอดเวลา

โซนควบคุมโดดเด่นด้วยพวงมาลัย 3 ก้านแบบ M Sport หุ้มหนังให้สัมผัสที่ดีจับได้กระชับมือแม้ว่ารอบวงพวงมาลัยจะดูอวบไปหน่อยก็ตาม บริเวณก้านพวงมาลัยมาพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นด้านซ้ายติดตั้งสวิทซ์ควบคุม Cruise Control ด้านขวาควบคุมเครื่องเสียง การใช้โทรศัพท์ และระบบสั่งงานด้วยเสียง ด้านหลังพวงมาลัยยังมาพร้อมแป้น Paddle Shift ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ได้ทันที และบริเวณปลายก้านไฟเลี้ยวด้านซ้ายติดตั้งสวิทซ์ไว้เซ็ทค่าการทำงานต่างๆของแผงหน้าปัดมาตรวัดความเร็วที่เป็นแบบดิจิตอล ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ขับสามารถอ่านค่าได้ง่ายคล้ายมาตรวัดเข็มยุคก่อนแต่มีสีสันและลูกเล่นที่แพรวพราว ปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบของ Mode การขับขี่ทั้ง Eco Pro โทนสีฟ้าสบายตา เน้นแสดงค่าการขับขี่ด้านความประหยัดน้ำมันเต็มรูปแบบแทนตำแหน่งของมาตรวัดรอบ , โหมด Comfort ใช้โทนสีขาว-ส้มดูเรียบๆ อ่านค่าชัดเจน  และโหมด Sport ปรับรูปแบบหน้าปัดคล้าย Comfort แต่ดีไซน์ตัวเลขมาตรวัดความเร็วต่างกัน เน้นโทนสีขาวเข็มไมล์แดง แบ่งเป็นมาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบทรงกลมคนละช่อง พร้อมสัญลักษณ์ M บริเวณกึ่งกลางเพิ่มความเร้าใจ นอกจากนี้ยังสามารถแสดงข้อมูลเพิ่มเติมบนแผงหน้าปัดได้ทั้ง ช่องวิทยุ ,ชื่อเพลง หรือแผนที่ เพิ่มความสะดวก และปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน

BMW 630d GT M Sport ให้สมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล แบบ 6 สูบ ขนาดความจุ 3.0 ลิตร เสริมกำลังด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ส่งผ่านกำลังสูงสุดออกมาได้ 195 กิโลวัตต์ หรือ 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมให้แรงบิดสูงสุดมหาโหดที่ 620 นิวตัน-เมตร แสดงผลตั้งแต่ 2,000-2,500 รอบ/นาที คอนเฟิร์มอัตราเร่ง 0 - 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 6.1 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดถึง 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง  จึงหมดห่วงได้เลยในเรื่องอัตราเร่งช่วงออกตัว และการเร่งแซงที่ทันใจในทุกช่วงความเร็ว โดยการขับขี่ยังมีโหมดให้เลือก 3 แบบ คือ Eco Pro , Comfort , Sport  ซึ่งแต่ละโหมดจะปรับน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้า และความนุ่มของช่วงล่าง รวมถึงความจัดจ้านของรอบเครื่องยนต์ที่ต่างกัน ถ้าต้องการความเร้าใจที่แท้จริงก็เลือกโหมด Sport จะให้ความรู้สึกต่างจากโหมดอื่น ทั้งเรื่องพวงมาลัยที่หนืดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง และสามารถเลี้ยวได้ไวแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นใจ   รวมถึงช่วงล่างที่โดดเด่นสไตล์นุ่มหนึบแบบรถยุโรป ก็จะรู้สึกแข็งขึ้น ระยะการให้ตัวของโช้คออกแนวหนึบแน่น ไม่เด้ง ทำให้ตัวรถนิ่งมั่นคงมากขึ้น ส่วนเรื่องความแรงก็จะโดดเด่นที่อัตราเร่งสามารถลากรอบได้ยาวๆ โดยที่เกียร์จะเปลี่ยนได้กว้างในรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ช่วยให้การขับขี่สนุกสนานกว่าโหมดอื่น

การขับขี่ใช้งานทั่วๆไปในเมืองด้วยโหมด Comfort  หรือ Eco Pro จะให้ฟิลลิ่งในการขับขี่ใกล้เคียงกัน กำลังของเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ทำงานร่วมกันได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ แม้จะมีความดิบตามสไตล์เครื่องยนต์ดีเซลอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าขับสบาย นุ่มนวล ราบเรียบ เก็บเสียงดีจนเกือบจะใกล้เคียงกับเครื่องยนต์เบนซิน ถ้าขับขี่ด้วยโหมด Eco Pro ไปเรื่อยๆแบบชิลๆเหมือนเป็นเจ้าของรถ ไม่ลองของกดหนักกันบ่อยๆ รถรุ่นนี้ยังโดดเด่นสุดๆด้านความประหยัดน้ำมัน ในเมืองแย่สุดช่วงรถหนาแน่นใช้ความเร็วต่ำเป็นส่วนใหญ่ยังทำได้เกิน 13 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนนอกเมืองถนนโล่งใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 90-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตัวเลขดีสุดเราทำได้อยู่ที่ 22 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าไม่ธรรมดาเป็นรถหรูที่ผสมผสานความแรงและประหยัดได้อย่างลงตัว

สำหรับการทำตลาด  BMW 630d GT M Sport มีจำหน่ายเฉพาะรุ่นนำเข้าทั้งคัน (CBU) เคาะราคาค่าตัว 4,739,000 บาท พร้อม BSI Standard บริการบำรุงรักษา 3 ปี / 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ถ้าเบื่อรถยนต์ตัวถังรูปแบบเดิมๆ อยากลองของแปลกใหม่ จากการดีไซน์ตัวถังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร รถหรูแรงแถมอเนกประสงค์แบบ Gran Turismo คันนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ!!

TEST DRIVE by  WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันศุกร์, 07 สิงหาคม 2563 10:21
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing