ตุลาคม 21, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MAZDA CX-30 2.0 SP หล่อดี ขับขี่สบาย สไตล์เก๋งผสานเอสยูวี! | ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By กรกฎาคม 30, 2563 206

[ REVIEW ] มาสด้า เดินหน้าบุกตลาดรถครอสโอเวอร์เอสยูวีอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลผลิตจากสายพันธุ์ CX-SERIES มากถึง 4 รุ่นหลัก ไล่ระดับคลาสตั้งแต่ CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 ซึ่งการทำตลาดของ CX-30 โมเดลล่าสุดที่เราทดลองขับในครั้งนี้ หลายคนอาจมองว่าน่าจะเป็นตัวแทน CX-3 ในอนาคต แต่มาสด้ายังยืนยันทำตลาด CX-3 โมเดลนี้ต่อไป โดยเปิดตัวรุ่นอัพเกรดสู่ปี 2020 ไปเรียบร้อยแล้วที่งานมอเตอร์โชว์ 2020 ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา

MAZDA CX-30 นับเป็นครอสโอเวอร์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่ ที่เข้ามาเติมเต็มตลาดรถอเนกประสงค์ของมาสด้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตัวรถจัดอยู่ในคลาส ซี-เอสยูวี เช่นเดียวกับคู่แข่งหลักทั้ง HONDA HR-V , MG HSและ TOYOTA COROLLA CROSS ซึ่งมาสด้ามองว่า MAZDA CX-30 สามารถต่อกรกับคู่แข่งได้สบาย ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ทำให้ห้องโดยสารมีความกว้างขวางสะดวกสบาย แถมยังมีสมรรถนะความแรงจากเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในคลาสเป็นข้อได้เปรียบด้านการขับขี่ ขณะที่ราคาค่าตัว MAZDA CX-30 รุ่นท็อป 2.0 SP ที่เราทดลองขับราคาอยู่ที่  1,199,000  บาท เมื่อลองเทียบกับคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง TOYOTA COROLLA CROSS Hybrid Premium Safety รุ่นท็อปเช่นเดียวกันราคาจะเท่ากันแปะที่ 1,199,000 บาท ส่วนตัวผมมองว่าคู่นี้สู่สีกันมาก ขับแล้วชอบทั้ง 2 คัน เลือกคันไหนก็ได้มีดีไปคนละแบบ มาสด้าจะเด่นที่สมรรถนะ และฟิลลิ่งในการขับขี่เอาใจคนขับมากๆ แต่โตโยต้ารุ่นนี้เด่นด้านความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมความประหยัดจากเครื่องยนต์ไฮบริด รักหรือชอบคันไหน แค่เลือกให้ตรงใจ และตรงต่อความต้องการในการใช้งาน

MAZDA CX-30 ถือเป็นครอสโอเวอร์สายหล่อ สามารถดึงดูดสายตาให้จับจ้องตั้งแต่แรกเห็น ภายใต้ดีไซน์จาก โคโดะ ตามคอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม โดยยึดโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมทั้งหมดมาจาก MAZDA 3 โมเดลล่าสุด ทั้งโครงสร้างตัวถัง สไตล์การออกแบบภายนอก และภายในห้องโดยสาร รวมถึงเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบเบรก เพียงแต่ว่ามีการปรับจูนใหม่ให้เหมาะสมกับคุณลักษณะที่ดีของรถครอสโอเวอร์/เอสยูวี ตัวถังยกสูงกว่ารถเก๋ง ซึ่งวัดจากพื้นถนนระยะต่ำสุดอยู่ที่ 175 มม.(สูงกว่า CX-3 15 มม.) จึงรองรับการใช้งานแบบลุยเล็กๆได้ดีขึ้นในทุกสภาพเส้นทาง และในรุ่นท็อปจะใช้ล้อแม็กลายสวยเรียบขนาด 18 นิ้ว ประกบยางขนาด 215/55R18 ถือว่าขนาดแก้มยางกำลังดีซิ่งหน่อยๆ เหมาะสมต่อการขับขี่ใช้งานทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน

จากแนวคิดการออกแบบของ โคโดะ เจเนอเรชั่นใหม่ เส้นสายตัวถังจะดูเรียบง่าย กลมกลืนต่อเนื่องตลอดคัน พร้อมตกแต่งเพิ่มเติมในสไตล์รถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่ดูดุดัน โดยเน้นการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำด้านยาวต่อเนื่องรอบคัน ตั้งแต่ชายกันชนหน้า โป่งล้อ ชายกาบตัวถังด้านข้าง ทอดยาวไปจนถึงชายกันชนหลัง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบุคลิกการเป็นรถสายลุยที่แตกต่างจากรถเก๋งได้อย่างชัดเจน

การดีไซน์จากภายนอกสู่ภายห้องโดยสาร ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ยังรับรู้ได้ถึงความพิถีพิถัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา พร้อมความสะดวกสบายทั้งในตำแหน่งขับขี่ และผู้โดยสารทุกที่นั่ง ซึ่งมีความกว้างขวาง โปร่งสบายมากกว่า CX-3 อย่างชัดเจน ซึ่งห้องโดยสารถูกพัฒนาตามหลักปรัชญา HUMAN CENTRIC PHILOSOPHY ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ออกแบบให้โอบกระชับรองรับกับสรีระ ช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะกำลังเดิน พวงมาลัยและคันเร่งได้รับการจัดวางอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ รวมถึงฟังก์ชั่น และการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ในรุ่นท็อบ MAZDA CX-30 2.0 SP ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านหุ้มหนัง รูปทรงเหมือน MAZDA 3 รอบวงดูใหญ่ไปนิดแต่จับได้ถนัดมือดี แผงหน้าปัด และมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้าช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สามารถเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่ม Center Commander ใช้งานได้สะดวกไม่ซับซ้อน พร้อมสร้างอารมณ์สุนทรีย์ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose® รอบทิศทาง ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ช่องแอร์จัดให้ครบด้านหน้า 4 ช่อง และมีช่องแอร์แยกให้สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ส่วนเบาะนั่งรูปทรงกึ่งสปอร์ต ด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง ตัวเบาะรองรับสรีระได้ดีทั้งแผ่นหลัง สะโพก ต้นขา ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ขณะที่เบาะหลังนั่งสบายใกล้เคียง MAZDA 3  โดยมีพื้นที่วางขาสบายๆ และพื้นที่เหนือศรีษะโปร่งโล่งถึง 973 มม. และยังเพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกัน และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

MAZDA CX-30 ถูกวางตำแหน่งให้อยู่ตรงกลางระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง ด้วยขนาดตัวถังกำลังดีไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป พร้อมกับตัวถังที่ยกสูงพองามระยะต่ำสุดจากพื้นถนนอยู่ที่ 175 มม ช่วยให้มีทัศนวิสัยที่ดีกว่ารถเก๋ง ขณะที่ช่วงล่างภายใต้พื้นฐานเดียวกับ ALL-NEW MAZDA 3 ด้านด้านเป็นแบบ อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังพัฒนาขึ้นใหม่เป็นแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม เมื่อมาอยู่ใน CX-30 ที่ตัวถังสูงกว่า จึงทำการปรับเปลี่ยนโช้คอัพ และสปริงชุดใหม่ แต่มาสด้าพยายามปรับจูนฟิลลิ่งการขับขี่ให้ใกล้เคียงกันมากที่สุดไม่เหมือนกับรถยกสูง ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาจากการทดลองขับก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่รู้สึกว่าตำแหน่งการนั่งอยู่สูงกว่า MAZDA 3 มากนัก การขับจะคล้ายกับรถเก๋งยกสูงนิดๆ มุมมองด้านหน้าสามารถกะระยะการมองผ่านฝากระโปรงหน้า และถนนหนทางได้อย่างชัดเจน

ด้านการทรงตัวทั้งทางตรง และการขับเข้าโค้ง ในช่วงการขับขี่ทางไกลนอกเมือง ด้วยความเร็วที่เหมาะสม การยึดเกาะพื้นถนนทำได้แบบเนียนๆ ไม่แสดงออกถึงอาการโยนตัว หรือส่ายเซให้เสียความมั่นใจ ช่วงล่างจะเซ็ทออกแนวหนึบ แน่น นำหน้าความนุ่มนวล ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับบุคลิกของรถครอสโอเวอร์ที่ขับขี่ได้ดุดันกว่ารถเก๋ง

ในการขับเข้าโค้งลักษณะต่างๆ ยังมีตัวช่วยเสริมสมรรถนะการทรงตัว ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ระบบนี้จะแอบช่วยเราแบบเนียนๆ โดยปรับลดแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย และเป็นธรรมชาติ ลดการแก้พวงมาลัยน้อยลง ช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่ และผู้โดยสารยังรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นจากการโคลงตัวที่น้อยลง

MAZDA CX-30 ให้สมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร เช่นเดียวกับ MAZDA 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาทั้งด้านสมรรถนะความแรง พร้อมประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับน้ำมันได้ถึง E85 กำลังสูงสุดอยู่ที่ 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้เองโดยการโยกคันเกียร์+/- และรุ่นท็อปจะเพิ่มในส่วนของแพ็ทเดิลชิฟที่พวงมาลัยช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

สมรรถนะการขับขี่โดยรวมจะคล้ายๆกับ MAZDA 3 ใหม่ กำลังของเครื่องยนต์รองรับกับขนาด และน้ำหนักรถประมาณ 1,400 กก.ได้สบาย อัตราเร่งเพียงพอต่อการใช้งาน จัดว่าทันใจทั้งจังหวะออกตัว และการเร่งแซงที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงความเร็ว 90-150 กม./ชม.เร่งและลดความเร็วได้สนุกตามน้ำหนักเท้า

การส่งต่อกำลังของชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำได้ราบเรียบ นุ่มนวล มีอาการกระตุกระหว่างรอยต่อเกียร์เล็กน้อยพอให้รับรู้ ช่วงถนนโล่งความเร็วปลายตั้งแต่ 150 กม./ชม.ขึ้นไปไหลได้เรื่อยๆไม่ถึงกับพุ่งปรี๊ดแต่ก็ไปได้เฉียด 200 กม./ชม. ส่วนการขับขี่ใช้งานทั่วไป เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร นอกจากสมรรถนะความแรง ในด้านความประหยัดผมถือว่ายอดเยี่ยม ช่วงการขับขี่ในเมืองการจราจรหนาแน่นแต่ไม่ติดหนัก ลองเซ็ทค่าเฉลี่ยจากแผงหน้าปัดดูหลายๆช่วงการเดินทาง ทำได้สบายๆประมาณ12-15 กม./ลิตร ส่วนนอกเมืองใช้ความเร็วคงที่ในการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ ความเร็วเฉลี่ย 90-120 กม./ชม.ค่าเฉลี่ยความประหยัดดีงามประมาณ 17-18 กม./ลิตร และถ้าใครเป็นสายย่อง เน้นขับเลนซ้ายไปแบบชิลๆ ใช้ความเร็วต่ำกว่า 90 กม./ชม.ตัวเลขความประหยัดจะทะลุเกิน 20 กม./ลิตร ไปได้อย่างเหลือเชื่อว่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะทำได้ดีขนาดนี้!

เมื่อต้องการหยุด หรือชะลอรถ ระบบเบรกแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้อ พื้นฐานเหมือน MAZDA 3 แต่ปรับจูนน้ำหนักการเบรกให้เหมาะสมกับตัวรถ ความรู้สึกในการเบรกช่วงความเร็วต่ำทำได้ดี เบรกนุ่มหน้าไม่ทิ่ม แต่ช่วงความเร็วสูงต้องลงน้ำหนักเท้าลึกหน่อย เมื่อเบรกเริ่มจับแล้ว ก็สามารถสกัดความเร็วได้ดีไม่มีปัญหา

MAZDA CX-30 ในรุ่นท็อป ยังมาพร้อมความปลอดภัยระดับสูงสุดด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ที่ได้รับการคิดค้น และพัฒนาโดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุมากถึง 12 ระบบ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 ̊ View Monitor) , ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) , ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert , ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) , ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support) , ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support) , ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) , ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing) , ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) , ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System) , ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System) และระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)

MAZDA CX-30 ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าในปีนี้ เพื่อผลักดันสู่การเป็นผู้นำตลาดรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทุกรูปแบบชีวิต ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือว่ามาสด้ามาถูกทางก่อนใคร! เพราะตลาดรถประเภทนี้ในเมืองไทยมีแนวเน้นที่ดีกว่ารถเก๋ง หรือรถยนต์นั่งรูปแบบอื่นค่อนข้างชัดเจน!!

ราคาจำหน่าย MAZDA CX-30 ปี 2020

- MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 C ราคา  989,000  บาท

- MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 S ราคา  1,099,000  บาท

- MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 SP ราคา  1,199,000  บาท

TEST DRIVE  By WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันอาทิตย์, 02 สิงหาคม 2563 14:41
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing