ตุลาคม 21, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ TOYOTA HILUX REVO ROCCO 4x4 2020 อัพพลัง ขับนุ่ม คุมง่าย สไตล์เอสยูวี! | ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By มิถุนายน 17, 2563 321

[ รีวิวรถยนต์ ] บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมทดลองขับ NEW TOYOTA HILUX REVO รุ่นปรับโฉมใหม่ปี 2020 อย่างเป็นทางการรอบสื่อมวลชน ณ.สนาม TOYOTA Driving Experience Park โดยเน้นการทดลองขับครั้งแรกในเมืองไทย ด้วยรุ่นท็อป TOYOTA HILUX REVO ROCCO 2.8L 4x4 ราคาจำหน่าย 1,239,000 บาท

TOYOTA HILUX REVO ROCCO รุ่นปรับโฉมใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2020 จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถกระบะ สไตล์รถอเนกประสงค์ ที่ขับสบายในเมือง มีความคล่องตัว ควบคุมง่ายมากขึ้น พร้อมชื่นชอบกิจกรรมในยามว่าง ท่องเที่ยวแบบผจญภัย ด้วยสมรรถนะการลุยที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับรถเอสยูวีแท้ๆ  

การปรับโฉมครั้งล่าสุด จัดว่าหล่อเข้ม มากกว่า REVO ROCCO รุ่นเดิมมากทีเดียวโดยเปลี่ยนดีไซน์ทั้งภายนอก และภายในแบบพิเศษเพื่อสื่อถึงความพรีเมียม แข็งแกร่ง ทรงพลัง สอดคล้องกับภาพลักษณ์ และการใช้งานที่แตกต่างไม่ซ้ำแบบใคร ส่วนสมรรถนะก็มีการปรับปรุงแบบจัดเต็มทั้งความแรงของเครื่องยนต์ และความนุ่มนวล ขับสบายของช่วงล่างที่แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เน้นตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยเป็นสำคัญ โดยมีวิศวกรคนไทยเป็นหัวใจหลักในการพัฒนารถรุ่นนี้ร่วมกับวิศวกรบริษัทแม่จากญี่ปุ่น โดยแต่งตั้ง ดร.จุฬชาติ จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด มาเป็นผู้ดูแลด้านการออกแบบ และพัฒนา HILUX REVO รุ่นล่าสุดนี้

รูปลักษณ์ภายนอกใหม่ให้ความแข็งแกร่งแฝงความล้ำสมัย มาพร้อมกันชนหน้า และกระจังหน้ารูปทรงใหม่มาดเข้มสีดำขนาดใหญ่ดีไซน์แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ชุดไฟหน้าก็ดีไซน์ใหม่ดูรับกันอย่างลงตัวเป็นแบบ Bi-Beam พร้อมไฟ LED Daytime Running Light ขณะที่ด้านท้ายก็ปรับเปลี่ยนรูปทรงไฟท้ายใหม่เป็นแบบ LED Light Guiding เพิ่มความล้ำสมัย และสว่างชัดในยามค่ำคืน และในรุ่น ROCCO ยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยชุดตกแต่งพิเศษ อาทิ สปอร์ตบาร์ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง DUNLOP แต่งอักษรสีขาว White Letters ขนาด 265/60R18 ตามสไตล์รถลุยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ภายในห้องโดยสารภายใต้พื้นฐานเดิม เพิ่มความล้ำสมัยด้วยมาตรวัดดีไซน์ใหม่ อัพเกรดหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple CarPlay เชื่อมต่อทุกความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อม T-Connect ระบบเชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อติดตามสถานะรถผ่านโทรศัพท์มือถือ และเพิ่มความอุ่นใจ ปลอดภัยไร้กังวลด้วยระบบป้องกันการโจรกรรม (Theft Track) หรือ การติดตามการโจรกรรม การแสดงข้อมูลการขับขี่ Trip Report การเช็กตำแหน่งรถ (Find My Car) และยังมีบริการผู้ช่วยส่วนตัว ที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ขับตลอดเวลาในทุกเส้นทาง

การทดลองขับครั้งนี้ ณ. TOYOTA Driving Experience Park ถือเป็นสัมผัสแรกเน้นทำความรู้จักในเบื้องต้น ทั้งด้านสมรรถนะความแรง การยึดเกาะถนน และการตะลุยเล็กๆบนเส้นทางออฟโรดจำลอง เพื่อชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ HILUX REVO ROCCO รุ่นเดิม ซึ่งเราได้ขับกันพอหอมปากหอมคอ ทั้งออนโรด และออฟโรด อย่างละ 1 รอบสนาม!

ในแง่ของสมรรถนะการขับขี่ มีการปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล พื้นฐานเดิม แบบ 4 สูบ ขนาด 2.8 ลิตร จากเดิม 177 แรงม้า ขยับกำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดเดิม 450 ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 500 นิวตัน-เมตร (Nm) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างขึ้นตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ตอบรับทุกการขับขี่ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นทั้งความแรง และประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่นเดิม 7% ซึ่งพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการปรับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ไม่เกี่ยวกับกล่องควบคุม โดยเคลือบ Diamond-Like ไว้ที่แหวนรองลูกสูบเพื่อลดแรงเสียดทานทำให้ได้ความประหยัดมากขึ้น และมีการปรับเปลี่ยนเทอร์โบใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วเพิ่มตลับลูกปืน (Ball bearing)ในแกนเทอร์โบแทนที่บูชแบบเก่าเพื่อลดแรงเสียดทาน ทำให้กำลังเครื่องยนต์ดีขึ้น  และใช้หัวฉีดน้ำมันอัจฉริยะ i-Art เพื่อควบคุมการจ่ายน้ำมันในแต่ละหัวฉีดให้มีประสิทธิภาพมากสูงสุด  โดยไม่จำกัดว่าจะฉีดจ่ายกี่ครั้ง แต่จะฉีดให้เหมาะสมกับการทำงานเครื่องยนต์ในแต่ละช่วงความเร็ว ทำให้ได้ความประหยัดเพิ่มขึ้น

สำหรับสมรรถนะความแรง เมื่อขับขี่ในสนามออนโรด ด้วยกำลังของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นทั้งแรงม้า และแรงบิด จึงแสดงผลลัพธ์ให้เห็นชัดเจน โดยเฉพาะอัตราเร่งช่วงออกตัว หรือการเร่งส่งออกจากโค้งทำได้ดีขึ้น อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ประมาณ 10 วินาที ขณะเดียวกันการส่งต่อกำลังของชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ก็ทำงานได้ราบเรียบเข้าขากับความแรงได้ดีทั้งจังหวะเร่ง และลดความเร็ว

การขับขี่ในสนามออนโรดตามสถานีต่างๆ ทั้งการสลาลอมแคบความเร็วต่ำ 10 กม./ชม. สลาลอมความเร็วสูงระดับ 60-70 กม./ชม. การเปลี่ยนเลนกระทันหันความเร็ว 60 กม./ชม. ยังชี้ให้เห็นถึงการควบคุมรถที่ง่ายขึ้น โดยเฉพาะน้ำหนักของพวงมาลัยที่เบาแรง เลี้ยวง่ายมากกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน ซึ่งระบบบังคับเลี้ยวมีการปรับปรุงใหม่เป็นแบบ VFC (Variable Flow Control) พวงมาลัยสามารถแปรผันน้ำหนักให้เหมาะสมในทุกช่วงความเร็ว ช่วงความเร็วต่ำแม้ว่าจะเลี้ยวง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเบาหวิวจนเกินไป ยังรู้สึกถึงความหนักแน่นเวลาหักเลี้ยวมากกว่ารถกระบะที่ใช้พวงมาลัยไฟฟ้า  ส่วนความเร็วสูงก็จะหนักมือมากขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงในการควบคุมรถ โดยรวมจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ทั้งในเมืองช่วงความเร็วต่ำ และการขับทางไกลได้มากทีเดียว

นอกจากนี้ HILUX REVO ROCCO ยังมีการอัพเกรดความนุ่มสบาย ด้วยช่วงล่างที่ถูกปรับปรุง และพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของการดูดซับแรงกระแทกของโช้คอัพ และลดจำนวนแหนบจากเดิม 5 แผ่น เหลือ 3 แผ่น พร้อมเปลี่ยนวัสดุของแหนบ โดยเฉพาะแหนบแผ่นกลางทำจากเหล็ก High Tensile steel ที่มีน้ำหนักเบาลง แข็งแรงมากขึ้น แต่สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกเทียบเท่ากับรุ่นเดิม การขับขี่ในสนามทดสอบก็จะเห็นผลชัดเจน ทั้งด้านการทรงตัวที่พลิ้วมากขึ้น เวลาผ่านโค้งต่างๆถึงจะนุ่มขึ้น เบาขึ้น แต่ก็ไม่โยนตัว ส่ายเซ ให้เห็นจนเกินงาม ส่วนเรื่องความนุ่มนวลนี่ถือเป็นพระเอก  ช่วงล่างสามารถซับแรงสั่นสะเทือน ทั้งจากการลองจั๊มคอสะพาน หรือการขับผ่านพื้นผิวขรุขระจำลองลักษณะต่างๆ ได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน

 

เสร็จจากสนามออนโรด ต่อด้วยการขับขี่ในสนามออฟโรดจำลอง ตรงนี้ต้องถือเป็นทีเด็ดของ NEW HILUX REVO ROCCO 4x4 รุ่นล่าสุด เพราะเครื่องยนต์ และช่วงล่างที่มีการปรับปรุง และพัฒนาขึ้นใหม่ ล้วนส่งผลดีขึ้นต่อการตะลุยเส้นทางทุระกันดารแบบออฟโรด ซึ่งเครื่องยนต์นอกจากแรงม้า และแรงบิดที่สูงขึ้น ยังมีการปรับลดความเร็วรอบเดินเบาจาก 850 รอบ/นาที เป็น 680 รอบ/นาที การขับขี่สถานีแรกขึ้นทางชันประมาณ 35-40 องศา ใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ (4L) ด้วยกำลังที่มีอย่างเหลือเฟือ สามารถปีนไต่ได้อย่างง่ายดาย เติมคันเร่งนิดเดียวก็ขึ้นไปได้สบาย ขณะที่ขึ้นทางชันยังได้ลองหยุดรถกลางเนิน เพื่อลองระบบช่วยออกตัวบนทางชันไม่ให้รถไหล โดยจะหยุดรถให้ประมาณ 3 วินาที หลังจากปล่อยเบรก เช่นเดียวกันเมื่อลงเนินก็ลองกดปุ่ม DAC ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติขณะลงเนิน ซึ่งการช่วยชะลอความเร็วในรุ่นนี้ทำได้ฉับไว เบรกนุ่ม เสียงเงียบ ลงเนินได้อย่างนุ่มนวลโดยที่ผู้ขับไม่ต้องเหยียบเบรกแม้แต่น้อย 

จากนั้นเป็นการควบคุมรถผ่านเนินสลับ จากแรงบิดที่สูงขึ้น และมีรอบเดินเบาที่ต่ำลง จึงสามารถคุมคันเร่งได้ง่ายขึ้น ใช้รอบต่ำลงไม่เกิน 1,000 รอบ/นาที หรือเพียงแค่ใช้รอบเดินเบาก็สามารถลุยเส้นทางออฟโรดจำลองลักษณะนี้ไปได้อย่างราบรื่น และช่วงล่างใหม่ ก็จะให้ความนุ่มนวลมากขึ้น มีระยะยืด ยุบตัว และซับแรงกระแทกที่ดีขึ้น ทำให้การขับบนเส้นทางออฟโรด เป็นไปได้อย่างง่ายดายแบบเนียนๆ ตัวรถนิ่งขับง่ายมากๆ นอกจากนี้ยังติดตั้งหน้าจอ TFT บนแฝงหน้าปัด แสดงข้อมูลตำแหน่งองศาของล้อเวลาเลี้ยวช่วยให้ผู้ขับไม่หลงพวงมาลัย และติดตั้งสัญญาณเตือนกะระยะบริเวณมุมกันชนหน้า-หลัง เพื่อช่วยตรวจสอบสิ่งกีดขวางภายนอก ช่วยเสริมความปลอดภัยจากการชนขณะขับขี่

ทางด้านความปลอดภัย TOYOTA HILUX REVO ROCCO ยังเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ ด้วยการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานใหม่ของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) เป็นครั้งแรกในรถกระบะ อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert) ซึ่งระบบนี้ได้ทดลองกันนิดหน่อยในสนาม ถือว่าทำงานได้ดีดึงรถไม่ให้ออกนอกช่องทางแบบนุ่มๆพร้อมมีเสียงเตือนให้ผู้ขับตื่นตัว ใช้งานจริงน่าจะช่วยได้เยอะเวลาเผลอ หรือหลับใน

โดยสรุปต้องยอมรับว่าการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ในรุ่นปรับโฉมของ TOYOTA HILUX REVO ROCCO โมเดลปี 2020 มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน  ทั้งด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะ เรียกว่าอัพเลเวลการขับขี่ได้ดีกว่ารุ่นเดิม ภายใต้ฟิลลิ่งใหม่ในสไตล์ที่ใกล้เคียงกับรถเอสยูวีมากกว่ารถกระบะสายลุยที่คุ้นเคย!!!

TOYOTA HILUX REVO ROCCO ปี 2020 วางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 949,000 – 1,239,000 บาท โตโยต้ายืนยันพร้อมเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

TEST DRIVE by WWW.DRIVINGPLACE.COM

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันศุกร์, 19 มิถุนายน 2563 00:28
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing