กรกฎาคม 02, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ NEW MG HS ขับสนุก ออฟชั่นแน่น ราคาไม่แรง! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By กุมภาพันธ์ 17, 2563 373

[ รีวิว รถใหม่ 2020 ] ค่ายรถยนต์เอ็มจี เริ่มต้นบุกเบิกตลาดรถเอสยูวีเป็นครั้งแรก ด้วย MG GS เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา ตามติดมาด้วยซับคอมแพ็คท์เอสยูวีรุ่นยอดนิยม MG ZS ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สร้างยอดขายได้อย่างสวยหรู ทำให้รถยนต์ในกลุ่มตลาดประเภทนี้ของเอ็มจี เป็นที่สนใจจากลูกค้าคนไทยเพิ่มมากขึ้น จนมาถึงคอมแพ็คท์เอสยูวีรุ่นล่าสุด NEW MG HS ที่เปิดตัวสู่ตลาดได้อย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน ซึ่งรถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้แทนที่ MG GS ด้วยรูปลักษณ์สดใหม่ ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร พร้อมเสริมความหรูหรา สะดวกสบาย ในสไตล์รถยุโรปมากยิ่งขึ้น

NEW MG HS พัฒนาตามมาตรฐานรถเอสยูวียุคใหม่ ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ภายใต้แนวคิด ELEGANCE เน้นการดีไซน์ที่สวยงาม ล้ำสมัย พร้อมความสะดวกสบายแบบรถซีดานหรูแต่ให้ความคุ้มค่า ประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่าในสไตล์รถอเนกประสงค์ และยังให้ความโดดเด่นด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

รูปโฉมภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่เน้นเรื่องความโค้งมนของตัวรถ ด้านหน้าดึงดูดสายตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ภายใต้แนวคิด Stella Magnetic Field ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน ไฟหน้ารูปทรงโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่าง   สำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายแบบ Space Light Field และยังออกแบบไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้า และหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential เพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้น  พร้อมล้ออัลลอยด์ลายสวยแบบทูโทนขนาด 18 นิ้ว ติดตั้งในรุ่น X ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้

ภายในห้องโดยสารถือเป็นจุดดึงดูดความสนใจให้กับรถเอสยูวีรุ่นนี้ได้ดีที่สุด การออกแบบเน้นความหรูหรา ทันสมัย พร้อมสีสันการตกแต่งที่เร้าใจ รุ่นที่ทดลองขับแต่งด้วยหนังสีแดงตัดสีดำ แผงแดชบอร์ดมีการเล่นระดับได้ลงตัว และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ครอบคลุมทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เพิ่มความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara เมื่อล้มตัวลงนั่งจัดว่านั่งสบายๆรองรับสรีระได้ดี ไม่รู้สึกอึดอัดจากรูปทรงเบาะที่ดูสปอร์ตมากๆ ในขณะที่เบาะหลังก็นั่งได้สบาย มีความกว้างขวางเพียงพอ สามารถปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้ และที่วางแขนขนาดใหญ่ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตู และสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ และที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เอ็มจียุคนี้คือ ออฟชั่นระดับท็อปหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof)  ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร ช่วยเพิ่มความหรูหรา และผ่อนคลายในการเดินทางยามเย็น

NEW MG HS ยังติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในขณะขับขี่อย่างครบครัน อาทิ หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function  Display ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลครบๆทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักบนคอนซลกลางแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมกุญแจระบบ Smart Key และปุ่ม Push Start นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความสะดวกในการบรรทุกสัมภาระ

อีกจุดเด่นที่ขาดไม่ได้ คือระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี    ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ง่ายๆ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Smart Command ระบบสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย ที่มีฟังก์ชั่นการสั่งการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การโทรออก สั่งการควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ รวมถึงค้นหาจุดที่น่าสนใจ (Point Of Interest) ผ่าน Navigator เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสามารถสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟน Smart Connect ที่สามารถค้นหาเพลงฮิต ผ่าน Online Music และค้นหาร้านอาหารเด็ด  สถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอในรถ และ Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนการสั่งการล็อกหรือปลดล็อกประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application

NEW MG HS ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST  (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด พร้อมรองรับน้ำมัน E85

ในรุ่น X ที่เราทดลองขับมาพร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง  4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport  เพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสนุกสุดขีดด้วยปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการเคลื่อนให้เร้าใจมากขึ้น โดยรอบเครื่องจะถูกดึงมารอไว้สูงกว่าปกติ ซึ่งเท่ากับว่าบูทส์เทอร์โบเตรียมพร้อมแล้ว แค่กดคันเร่ง อัตราเร่งก็ตามติดเท้ากันเลยทีเดียว ช่วยให้การขับสนุกสนาน สามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาไม่ถึง  10 วินาที   และถ้ากดคันเร่งจมต่อเนื่องแบบไม่ยกในโหมดนี้ก็สามารถพาคุณพุ่งทะยานไปแตะ 180 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็ว ตรงนี้จึงหมดห่วงในเรื่องการเร่งแซงที่วางใจได้ในทุกรอบความเร็ว

สำหรับการใช้งานทั้ง 4 โหมด รวมทั้งปุ่ม Supersport ยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการปรับจูนช่วงจังหวะของการใช้งานในแต่ละแบบอย่างเหมาะสม โดยมีรอบเครื่อง และการส่งผ่านกำลังเป็นตัวชี้วัด ถ้าใครไม่เน้นแรงใช้งานแบบรถครอบครัว ใช้โหมด ECO ก็ขับขี่กันได้สบายๆ ด้วยกำลังอย่างเพียงพอ พร้อมรอบเครื่องในการเดินทางไม่สูงมาก ความเร็ว 90-100 กม./ชม.อยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาที  อัตราสิ้นเปลืองในการเดินทางด้วยความเร็วประมาณนี้อยู่ที่ 15-16 กม./ลิตร ถือว่าใช้ได้เมื่อเทียบกับความแรงของเครื่องยนต์ในระดับที่เร้าใจ

ทางด้านการบังคับควบคุม และ ประสิทธิภาพของช่วงล่าง ต้องยอมรับว่า MG HS สร้างความประทับใจได้มากกว่ารถเอ็มจีทุกรุ่นที่เคยสัมผัสมา พวงมาลัยไฟฟ้าเซ็ทน้ำหนักมาใกล้เคียงรถยุโรปราคาแพง ให้ความเฉียบคม แม่นยำมากกว่า MG GS เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งช่วงความเร็วต่ำที่เบาแรงเลี้ยวง่าย และความเร็วสูงมีน้ำหนักพอดีๆ คุมรถได้อย่างมั่นใจ ส่วนเรื่องของการซับแรงกระแทก และการยึดเกาะถนนก็ทำได้ดี มีความแข็ง หนักแน่น แต่ไม่กระด้าง รองรับความเร็วสูง และการขับเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง โดยช่วงล่างมาในสไตล์ Euro Tuning Suspension ด้านหน้าเป็นแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ระบบเบรคเป็นดิสทั้ง 4 ล้อ ขับช่วงแรกๆอาจยังไม่คุ้น ความเร็วต่ำไม่มีปัญหา แต่การหยุดรถช่วงความเร็วสูงต้องลงน้ำหนักกดแป้นเบรคมากหน่อย พอเบรคจับแล้วถือว่าเอาอยู่ ต้องใช้เวลาสักพักก็เริ่มคุ้นเคยมากขึ้น

ช่วงเดินทางไกลถนนโล่ง มีโอกาสทดลองระบบ Adaptive Cruise control ถือว่าทำงานแม่นยำดี แต่ควรปรับปรุงในเรื่องของความนุ่มนวลในการเร่งความเร็วอยู่บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ต้องเร่งตามคันหน้าที่ขยับห่างออกไปคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมคันเร่งจะสั่งการให้คิกดาวน์หนักไปหน่อย น่าจะเร่งความเร็วได้เนียนกว่านี้

นอกจากนี้ NEW MG HS ยังจัดเต็มด้วยการติดตั้งระบบความปลอดภัยล้นคัน เริ่มตั้งแต่โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ที่แข็งแกร่ง ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป หรือ Advanced Synchronized Protection System มากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วยระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรก และช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP  (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)  และระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warnin) , ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) , ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) และระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยยุคใหม่ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ประกอบด้วย ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) , ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) , ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) , ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) , ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) และเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ  (3D Around View Monitor)

สรุปโดยรวม NEW MG HS ถือเป็นเอสยูวี ขนาดคอมแพ็คท์สำหรับคนเมือง อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งในเรื่องของสมรรถนะความแรงของเครื่องยนต์ ออฟชั่นต่างๆที่ใส่มาครบแบบไม่ต้องเรียกหาอะไรอีกแล้ว รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆจัดมาเต็มจริงๆ ยิ่งถ้าเทียบกับราคาค่าตัว บอกได้เลยว่าคุ้มค่า น่าคบหา ไม่น้อยหน้าคู่แข่งที่อยู่ในคลาสใกล้เคียงกัน!!

ราคาจำหน่าย NEW MG HS 2020

- MG HS TURBO รุ่น C ราคา 9.19 แสนบาท

- MG HS TURBO รุ่น D ราคา 1.019 ล้านบาท

- MG HS TURBO รุ่น X ราคา 1.119 ล้านบาท

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันจันทร์, 15 มิถุนายน 2563 21:49
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing