กรกฎาคม 02, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว MG EXTENDER 4WD ตะลุยออฟโรด ณ สนาม Spirit Adventure Ground | รีวิว ทดสอบรถ2020 Drivingplace Featured

By กุมภาพันธ์ 13, 2563 251

[ รีวิว รถใหม่2020 ] ค่ายรถยนต์ เอ็มจี ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสการขับขี่แบบออฟโรด MG EXTENDER เป็นครั้งแรก เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และทดสอบสมรรถนะโดยรวมของรถกระบะน้องใหม่ ในการตะลุยผ่านอุปสรรคต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ณ สนามรถขับเคลื่อน 4 ล้อ Spirit Adventure Ground จังหวัดนครนายก

MG EXTENDER รุ่นที่เราทำการทดสอบในครั้งนี้ คือ รุ่นท็อป DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคาจำหน่าย 1,029,000 บาท มาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ และมิติตัวถังขนาดใหญ่ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี  ผสานชุดไฟหน้าแบบ LED PROJECTOR พร้อม Daytime Running Lights สว่างชัดเวลากลางวัน และระบบควบคุมไฟหน้าปรับเลี้ยวตามองศาพวงมาลัย ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ดียามค่ำคืน ด้านข้างตัวถังเน้นความโค้งมนบึกบึน เสริมมัดกล้ามจากโป่งล้อขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยลายสวยเรียบขนาด 18 นิ้ว ประกบยางขนาด 255/60R18 เลยไปด้ายท้ายรถฝาท้าย และชุดกันชนตกแต่งสวยงามลงตัวให้ความโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ต พร้อมชุดไฟท้ายดีไซน์รูปทรงได้ดี สีสันสดใส ดูทันสมัยรับกับตัวรถ และมองเห็นได้ชัดเจนช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

การออกแบบภายในห้องโดยสารยังสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้ม และเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังเดินด้ายแดงแอบสปอร์ต พร้อมระบบมัลติฟังก์ควบคุมครุยคอนโทรล และชุดเครื่องเสียง บริเวณแผงหน้าปัดทรงกลมเรืองแสงสีแดงให้อารมณ์สปอร์ต บริเวณกึ่งกลางแผงหน้าปัดมีจอแสดงข้อมูลการขับขี่โชว์ทั้งระยะทางวิ่ง ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แรงดันลมยาง ฯลฯ ซึ่งสามารถเรียกดูค่าต่างๆได้จากปุ่มที่ปลายก้านปัดน้ำฝนด้านซ้าย และถ้าต้องการรีเซ็ทค่าต้องกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยวด้านขวา

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก  ครบครัน อาทิ กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start , ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ , คอนโซลกลางติดตั้งจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการ i–SMART ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ รวมถึงความสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสาร และเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check   โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ เรียกว่าเป็นรถกระบะไฮเทคเข้ากับยุคสมัยอย่างแท้จริง

MG EXTENDER ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร พร้อมส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมฟังก์ชั่นปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน และในรุ่นท็อปยังมาพร้อมขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งานตามสภาพเส้นทาง 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L ส่วนระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ ปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบแผ่นซ้อน (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ Brit Dynamic เน้นให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ช่วงความเร็วต่ำ พร้อมความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง และให้ความปลอดภัยในการหยุดรถด้วยเบรคแบบจานดิส์กทั้ง 4 ล้อ

สำหรับการขับขี่ MG EXTENDER 4WD ผ่านเส้นทางทุรกันดารภายในสนามรถขับเคลื่อน 4 ล้อ Spirit Adventure Ground ซึ่งแบ่งเป็น 15 สถานี ประกอบด้วย เนินสลับ, เนินสูงชัน, ทางทราย, เนินโค้งสลับ, เนินเอียงหลายรูปแบบ , ทางโคลนร่องลึก และการลุยร่องน้ำทั้งทางสั้นๆ ต่อด้วยบ่อน้ำยาวลึกในระดับ 70-80 เซนติเมตร

ผลลัพธ์ในการตะลุยเส้นทางออฟโรดหลากหลายรูปแบบ MG EXTENDER 4WD รุ่นนี้สามารถผ่านอุปสรรค์ต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น ด้วยความปลอดภัย ตัวรถไม่ได้รับความเสียหาย โดยการขับขี่เราใช้โหมดขับเคลื่อน 4L พร้อมส่งกำลังขับเคลื่อนด้วยตำแหน่งเกียร์  D ปกติ  ใช้การเดินคันเร่งคงที่เป็นส่วนใหญ่ด้วยรอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,000 - 1,500 รอบ/นาที และควบคุมพวงมาลัยในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางต่างๆ ก็สามารถควบผ่านทุกสถานีได้อย่างง่ายดายแบบไม่ต้องลุ้น ซึ่งการปรับอัตราทดของระบบส่งกำลังถือว่ามีความเหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ทุรกันดารทุกรูปแบบ รวมถึงการทำงานของระบบรองรับที่มีระยะยืด และยุบให้ตัวได้มาก ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้การขับขี่บนเส้นทางออฟโรดผ่านไปได้ด้วยดี

หลังจากลองสมรรถนะในสนามออฟโรดเรียบร้อย ก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯ ยังได้ทดลองขับออฟโรดแบบลุยเล็กๆบนเส้นทางธรรมชาติ ภายในไร่ผู้พัน ใกล้กับสนาม Spirit Adventure Ground ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกบริเวณเชิงเขา วิ่งผ่านสภาพเส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นลงทางชัน ลัดเลาะไปตามพื้นเชิงเขา ซึ่งเส้นทางทั้งหมดนี้ MG EXTENDER 4WD ก็สามารถควบผ่านไปได้สบายๆแบบไม่ต้องลุ้น โดยรวมต้องถือว่าสอบผ่านการตะลุยออฟโรด ตามเกณฑ์มาตรฐานรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ในระดับเดียวกับคู่แข่งที่อยู่ในคลาสใกล้เคียงกัน!!!

TEST DRIVE By Drivingplace.com

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันจันทร์, 15 มิถุนายน 2563 21:51
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing