สิงหาคม 10, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ ALL NEW MAZDA CX-8 XDL EXCLUSIVE เอสยูวีคันใหญ่ ขับนุ่ม ควบคุมง่าย ความสะดวกสบายที่แท้จริงแบบ 6 ที่นั่ง! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By พฤศจิกายน 25, 2562 681

[ รีวิวรถยนต์ ] All-New Mazda CX-8 รถเอสยูวี หรือครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม เปิดตัวสู่ตลาดเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับครอบครัวใหญ่ ภายใต้ขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย จากพื้นฐานการออกแบบเบาะนั่ง 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ทั้ง 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ซึ่งมาสด้ายืนยันชัดเจนว่าสามารถนั่งได้จริงในทุกตำแหน่ง ตอบโจทย์ในการเดินทางที่สะดวกสบาย แตกต่างจากรถอเนกประสงค์ประเภท PPV ที่ดัดแปลงจากรถกระบะอย่างชัดเจน !

การตัดสินใจทำตลาด  All-New Mazda CX-8 ปัจจัยสำคัญน่าจะมาจากการมองเห็นถึงช่องว่างทางการตลาดในเซ็กเมนต์ของรถเอสยูวีขนาดใหญ่ เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งแท้ๆ ที่ยังมีความต้องการในตลาดสูง จากผลสำรวจตลาดรถยนต์นับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงครึ่งปีงบประมาณ 2562 มาสด้าพบว่าความต้องการของผู้ที่สนใจเลือกซื้อรถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ หรือ PPV และเมื่อรวมกับ C-SUV แบบ 7 ที่นั่ง นับว่ามีสัดส่วนการขายสูงเป็นอันดับที่ 3 หรือคิดเป็น 8.2% ของปริมาณการขายรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากเป็นรถที่มีขนาดพื้นที่ภายในเหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ทั้งการโดยสาร และการขนสัมภาระ ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งมาสด้ามองว่ารถ PPV ถึงแม้จะมีสัดส่วนการขายสูงถึงร้อยละ 88.8% ของปริมาณการขายรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ทั้งหมด แต่จากผลสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าที่สนใจซื้อรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง พบว่ารถ PPV ไม่คล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง ผนวกกับช่วงล่างสไตล์รถกระบะ และความสูงของรถที่ส่งผลต่อความสะดวกในการขึ้น-ลงรถของผู้สูงอายุและเด็ก ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างทางตลาดที่ดีในการเปิดตัว Mazda CX-8 เพื่อเข้ามาเพิ่มทางเลือกที่แตกต่างในด้านการใช้งานทั้งด้านความคล่องตัวในการขับขี่ และความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่สะดวกสบายตามมาตรฐานรถยนต์นั่งแท้ๆ แถมยังมีราคาค่าตัวที่ใกล้เคียงกัน เริ่มต้น 1,599,000 บาท ทำให้การตัดสินซื้อ หรือ การแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดมีความเป็นไปได้สูง

แนวทางการออกแบบของ All-New Mazda CX-8 ยังคงเน้นความประณีตพิถีพิถัน ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More” เพื่อลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเหลือแต่ความสง่างาม เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่เรียบหรู ตัวถังโค้งมนเนียนตาตลอดคัน ส่งต่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร เน้นความหรูเรียบง่าย เลือกใช้เฉพาะวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพสูง มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความสะดวกสบาย สามารถรองรับการใช้งานจริงของผู้โดยสารในทุกตำแหน่งที่นั่ง โดยมีรูปแบบของห้องโดยสารที่นั่งให้เลือก ทั้งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ในรุ่น XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D ที่เราเน้นทดลองขับครั้งนี้ ซึ่งห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง จะมาพร้อมเบาะที่นั่งแถวสองแบบ Exclusive Captain Seat 2 ที่นั่ง แยกซ้าย-ขวา พร้อมอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกับคอนโซลกลางที่เป็นทั้งกล่องเก็บของ ที่วางแก้วน้ำ ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง และม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง เรียกว่าให้ความสบายระดับเอ็กซ์คลูซีฟต่างจากรถยนต์รุ่นอื่นๆในคลาสใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน

ส่วนรุ่นที่มีห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง สามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเบาะที่นั่งแถวสามของทั้ง 2 แบบ ยังสามารถรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. และสามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวางสัมภาระได้อย่างหลากหลาย

การตกแต่งภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่ง Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลเข้ม เรียกว่าให้ความหรูเทียบชั้นกับรถยุโรป อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone  พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ติดตั้งบริเวณด้านหลังคอนโซลเกียร์อยู่ในระยะที่หยิบจับใช้งานได้สะดวก

ด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้ง 6 และ 7 ที่นั่ง ยังสร้างมาตรฐานใหม่ของรถอเนกประสงค์เอสยูวีสำหรับครอบครับยุคใหม่ ทั้งในแง่ของพื้นที่การใช้งาน คุณภาพระดับพรีเมียมภายในห้องโดยสาร สมรรถนะในการขับขี่ที่ดี โดยมีการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ โดยยึดหลัก “Human-Centric Development” การพัฒนาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานได้สูงสุด

คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร (ขวา) และคุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ (ซ้าย) รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์  บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด

สำหรับการทดลองขับเป็นครั้งแรกในเมืองไทย มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนไทยร่วมพิสูจน์สมรรถนะการใช้งานจริง ภายใต้เส้นทางจากจังหวัดเชียงราย ไปยังจังหวัดเชียงใหม่  โดยมี All-New Mazda CX-8 ให้ทดลองขับครบทุกรุ่น ทั้งรุ่นเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร และขุมพลังสกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ซึ่งผมโชคดีทีมงานจัดให้ขับรุ่นท็อป  XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D พร้อมเพื่อนสื่อมวลชนอีก 3 ท่านสลับกันขับคนละประมาณ 70 กิโลเมตร ใครยังไม่ขับก็ได้นั่งสบายๆบนเบาะนั่งแบบ Exclusive Captain Seat ร่วมแชร์ความรู้สึกต่างๆที่ค้นพบจากรถเอสยูวีคันนี้ตลอดการเดินทางประมาณ 290 กิโลเมตร

All-New Mazda CX-8 XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D รุ่นท็อปที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาด 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) เป็นเครื่องยนต์ยอดนิยมที่คุ้นเคยประจำการอยู่ใน CX-5 รุ่นล่าสุด ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ให้แรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้า ที่4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที โดยในรุ่น XDL EXCLUSIVE มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน พร้อมการันตีความประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนอีกหนึ่งทางเลือกจะเป็นเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น ให้แรงม้าสูงสุดถึง 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 258 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สมรรถนะการขับขี่ในฐานะผู้ขับผมรับหน้าที่ไม้สุดท้ายจากร้านกาแฟเชียงดาว มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 76 กิโลเมตร ความรู้สึกที่รับรู้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ สิ่งที่น่าชื่นชมว่ากันตั้งแต่ตำแหน่งการนั่งของผู้ขับให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง มองทัศนวิสัยรอบตัวได้ชัดเจน แม้ตำแหน่งของเบาะนั่งจะค่อนข้างต่ำตามจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ให้ความรู้สึกคล้ายๆขับรถเก๋งหรูยกสูงพองาม ตรงนี้ยังเป็นข้อดีในเรื่องการก้าวขึ้นลงรถที่สะดวกสบายกว่ารถเอสยูวีรุ่นอื่น หรือ พีพีวี ส่วนเรื่องการบังคับควบคุมรถต้องบอกว่าเป็นรถคันใหญ่ที่ขับง่าย มีความคล่องตัวสูง พวงมาลัยช่วงความเร็วต่ำค่อนข้างเบาแรงในการเลี้ยว แต่มีความแม่นยำสูง และช่วงใช้ความเร็วสูงทั้งทางตรง หรือการขับผ่านโค้ง พวงมาลัยจะหนักตึงมือ นิ่ง เลี้ยวคมกริบ ซึ่งเป็นจุดเด่นเหมือนกับรถมาสด้ายุคใหม่หลายๆรุ่น ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และแบบมัลติลิงค์หรือแขนยึดหลายจุดที่ด้านหลัง ก็ให้สัมผัสที่ดีตามสไตล์เอสยูวีหรูขนานแท้ โดดเด่นด้วยความนุ่มนวล ไม่กระด้าง กระเด้ง นั่งสบายทุกที่นั่ง ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพของตัวรถได้อย่างมั่นคง ทรงตัวดีเยี่ยม ทั้งการขับขี่บนทางตรง และการขับเข้าโค้งด้วยความเร็ว แถมการเก็บเสียงต่างๆ จากภายนอกทั้งเสียงลมปะทะ เสียงจากใต้ท้องรถ และเสียงจากเครื่องยนต์ ผ่านเข้ามารบกวนในห้องโดยสารน้อยมากๆทำให้ผู้ขับ และผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลาย พูดคุย หรือฟังเพลงกันได้อย่างเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

การควบคุมรถยังให้ความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยี G-Vectoring Control  (GVC) ด้วยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการทำงานของพวงมาลัยเป็นการควบคุมแบบผสมผสานระหว่างแรงเร่งด้านข้าง และตามยาวของตัวรถ พร้อมปรับแรงกดในแนวดิ่งให้เหมาะสมที่ลงสู่ล้อแต่ละล้อ ระบบ GVC จะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ลดลงในขณะที่คนขับเริ่มหมุนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนภาระให้กับล้อหน้า ช่วยเพิ่มความกระชับของล้อหน้าและเพิ่มความสามารถในการตอบสนองของรถ หลังจากนั้นเมื่อผู้ขับรักษามุมพวงมาลัยคงที่ ระบบ GVC จะคืนแรงบิดของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเพื่อถ่ายโอนภาระไปยังล้อหลัง และช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรถ  การถ่ายโอนภาระนี้จะช่วยให้เห็นถึงพฤติกรรมของรถที่ราบรื่น และมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้องกับการบังคับรถของผู้ขับขี่ ซึ่งระบบ GVC มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถเอสยูวี ที่อาจจะมีแนวโน้มจะเกิดแรงกระทำด้านข้างรถอันเนื่องมาจากศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่ค่อนข้างสูง ช่วยให้การตอบสนอง และความมั่นคงของรถดีขึ้น ในขณะที่ยังช่วยลดการลื่นไถลออกด้านข้างของตัวผู้โดยสารในห้องโดยสารและช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น

ในส่วนของพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ยิ่งหมดห่วงด้วยกำลังแรงม้า และแรงบิดมหาศาล สามารถแบกรับตัวถังขนาดใหญ่น้ำหนักตัวกว่า 1,924 กิโลกรัม ได้สบาย อัตราเร่งทั้งช่วงออกตัว และเร่งแซง ไม่ถึงกับดึงกระชาก แต่ก็ถือว่าว่องไวเร่งได้ทันใจเหมาะสมต่อการเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่คนขับไม่ได้ขับเร็วกดหนักตลอดเวลา หรือถ้าต้องการเค้นความเร็วแบบจัดหนักก็มีโหมดเกียร์ M สามารถเปลี่ยนเกียร์+ -ได้เองช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่

ส่วนช่วงการขับขี่ทางไกลแบบใช้งานจริง ในครั้งนี้ด้วยความหลากหลายของสภาพเส้นทางมีทั้งทางตรงแบบเลนสวน และทางคดโค้งบนเขา ความเร็วการเดินทางจึงไม่คงที่มีการเร่งและลดความเร็วแบบจัดหนักตลอดเวลา ซึ่งเราลองวัดผลความประหยัดจากค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองบนแผงหน้าปัดในทุกช่วงที่มีการสลับผู้ขับ ตัวเลขจากการใช้งานจริง ถือว่าไม่ธรรมดาทำได้ใกล้เคียงกันในทุกช่วงการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 12 -13 กิโลเมตรต่อลิตร ลองนึกดูถ้าขับขี่ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆสบายๆความเร็วคงที่ตามกฎหมายกำหนดตัวเลข 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ที่มาสด้าการันตีเป็นจริงได้ง่ายๆอย่างแน่นอน!

 

นอกเหนือจากสมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายในการเดินทาง All-New Mazda CX-8 ยังให้ความมั่นใจสำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่ i-Activsense รอบคันที่จะช่วยคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกัน และลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ได้แก่  ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) ช่วยรักษาระยะห่างจากคันหน้า เมื่อขับเข้าใกล้รถคันหน้าในระยะห่างที่กำหนดจากการตั้งค่าที่สวิทซ์บริเวณก้านพวงมาลัย  ระบบจะลดและเพิ่มความเร็วให้เอง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย  , ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support พร้อมระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) ที่มีการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนนร่วมกัน

ด้วยคุณภาพตัวรถโดยรวม และราคาจำหน่าย รวมถึงแผนงานการตลาดที่มาสด้าวางกลยุทธ์ไว้อย่างแยบยล ทำให้การประเดิมตลาดช่วงเปิดตัวของ All-New Mazda CX-8 ค่อนข้างประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายด้วยตัวเลขยอดจองพุ่งทะลุเฉียดพันคัน เชื่อว่าเป้ายอดขายที่มาสด้าตั้งไว้สวยหรู 6,000 คันต่อปี คงไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน!

All-New Mazda CX-8 ราคาจำหน่ายแบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย!

-2.5 S SKYACTIV-G 2.5 7 ที่นั่ง 1,599,000 บาท

-2.5 SP SKYACTIV-G 2.5 7 ที่นั่ง 1,699,000 บาท

-XDL SKYACTIV-D 2.2 7 ที่นั่ง 1,899,000 บาท

-XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D 2.2 6 ที่นั่ง 2,069,000 บาท


Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพุธ, 11 ธันวาคม 2562 21:17
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing