สิงหาคม 10, 2563

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ NEW MG EXTENDER รถกระบะน้องใหม่ ในสไตล์รถยนต์นั่งอเนกประสงค์! | รีวิว ทดสอบรถใหม่ 2019 Drivingplace Featured

[ Test drive ] การเปิดตัวรถกระบะ NEW MG EXTENDER สู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย  ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของค่ายรถยนต์เอ็มจี หลังจากที่ผ่านมาเริ่มประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมในการบุกเบิกตลาดรถยนต์นั่งหลากหลายเซ็กเมนท์ แต่การเปิดฉากทำตลาดรถกระบะในเมืองไทยเวลานี้ ต้องยอมรับว่าไม่ใช่งานง่าย เพราะคู่แข่งระดับบิ๊กในตลาดรถกระบะมีจำนวนมาก แต่ละแบรนด์ก็มีจุดขายที่แข็งแกร่ง และมีฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นกันมาอย่างยาวนาน การมาของรถกระบะน้องใหม่จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของเอ็มจี ว่าจะพัฒนาสินค้าออกมาได้ดี มีจุดเด่นที่แตกต่างตรงต่อความต้องการเพื่อให้ลูกค้าเปิดใจยอมรับ จนสามารถแชร์ส่วนแบ่งตลาด ผลักดันให้รถกระบะรุ่นนี้เติบโตในระยะยาวต่อไปได้ไกลขนาดไหน (ตรงนี้ต้องรอชม)

สิ่งแรกที่เอ็มจี เริ่มเดินแผนการบุกตลาด คือการวางกลยุทธ์ในการสื่อสารให้ลูกค้ารู้จัก  NEW MG EXTENDER ภายใต้นิยาม “รถกระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” วางจุดเด่นหลัก คือความใหญ่โตของขนาดมิติตัวถัง ส่งผลให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ ให้ความกว้างขวางสะดวกสบาย รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันสไตล์รถกระบะอเนกประสงค์ มากกว่าการเน้นใช้งานบรรทุก หรือลุยหนักๆเหมือนรถกระบะยี่ห้ออื่นที่คุ้นเคย

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ช่วงประเดิมตลาด NEW MG EXTENDER เปิดตัวด้วยตัวถัง 2 ทางเลือก คือรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 4  ประตู หรือ Double Cab ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่จึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุก และภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ เอกสิทธิ์เฉพาะรถยนต์เอ็มจี และการขับเคลื่อนโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า เน้นให้สมรรถนะความแรง พร้อมการประหยัดน้ำมัน และประหยัดค่าบำรุงรักษา  นอกจากนี้ ยังให้ความสะดวกสบายและมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนนด้วยระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION และติดตั้งระบบความปลอดภัยในการขับขี่ครบครัน

NEW MG EXTENDER มาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ และมิติตัวถังขนาดใหญ่ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี  ผสานชุดไฟหน้ามาดเข้มแบบ LED PROJECTOR พร้อม Daytime Running Lights สว่างชัดเวลากลางวัน และระบบควบคุมไฟหน้าปรับเลี้ยวตามองศาพวงมาลัย ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ดียามค่ำคืน ด้านข้างตัวถังเน้นความโค้งมนบึกบึน เสริมมัดกล้ามจากโป่งล้อขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งล้ออัลลอยลายสวยเรียบขนาด 18 นิ้ว ประกบยางขนาด 255/60R18 เลยไปด้ายท้ายรถฝาท้าย และชุดกันชนตกแต่งสวยงามลงตัวให้ความโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ต พร้อมชุดไฟท้ายดีไซน์รูปทรงได้ดี สีสันสดใส ดูทันสมัยรับกับตัวรถ และมองเห็นได้ชัดเจนช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

เปิดประตูสู่ห้องโดยสาร ดีงามตามคอนเซ็ปท์รถกระบะพันธุ์ยักษ์ โดดเด่นที่สุดต้องยกให้ความกว้างขวางสะดวกสบาย ทั้งพื้นที่ด้านหน้า และพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลังกว้างๆ นั่งยืดแข้งขาสบายมากๆ เบาะด้านหน้ามีรูปทรงกึ่งสปอร์ตนั่งได้สบายแม้ผิวสัมผัสจะค่อนข้างแข็งไปหน่อย การปรับเบาะทำได้ละเอียดด้วยระบบไฟฟ้ารองรับสรีระได้ดี นั่งขับได้อย่างมั่นใจ บริเวณเบาะหลังพับได้เพิ่มความหลากหลายในการบรรทุกสัมภาระ และยังให้ความเย็นสบายอย่างทั่วถึงด้วยช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

การออกแบบภายในห้องโดยสารยังสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้ม และเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังเดินด้ายแดงแอบสปอร์ต พร้อมระบบมัลติฟังก์ควบคุมครุยคอนโทรล และชุดเครื่องเสียง บริเวณแผงหน้าปัดทรงกลมเรืองแสงสีแดงให้อารมณ์สปอร์ต บริเวณกึ่งกลางแผงหน้าปัดมีจอแสดงข้อมูลการขับขี่โชว์ทั้งระยะทางวิ่ง ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แรงดันลมยาง ฯลฯ ซึ่งสามารถเรียกดูค่าต่างๆได้จากปุ่มที่ปลายก้านปัดน้ำฝนด้านซ้าย และถ้าต้องการรีเซ็ทค่าต้องกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยวด้านขวา นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก  ครบครัน อาทิ กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start , ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ , คอนโซลกลางติดตั้งจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการ i–SMART ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสาร และเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check   โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ เรียกว่าเป็นรถกระบะไฮเทคเข้ากับยุคสมัยอย่างแท้จริง

สำหรับกิจกรรมทดลองขับใช้งานจริงเป็นครั้งแรก บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนสายรถยนต์บินลัดฟ้าสู่ภูเก็ต เพื่อสัมผัสกับรถรุ่นนี้บนเส้นทางที่หลากหลายเพื่อพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ ทั้งทางตรงยาว ทางคดโค้งหลายรูปแบบ รวมถึงการขับวัดผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในรูปแบบของการแข่งขันขับประหยัดน้ำมัน ภายใต้เส้นทางจาก จ.ภูเก็ต มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง จ.สุราษฏร์ธานี รวมระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร

สมรรถนะความแรงเป็นไปตามมาตรฐานของรถกระบะยุคนี้ ซึ่ง NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT รุ่นท็อปที่เรามีโอกาสทดลองขับเป็นครั้งแรก ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น แบบ 4 สูบ ขนาดความจุ 2.0 ลิตร ชาร์จพลังด้วยเทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมฟังก์ชั่นปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน และในรุ่นท็อปยังมาพร้อมขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งานตามสภาพเส้นทาง 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

การทดลองขับครั้งนี้เริ่มออกสตาร์ทจากโชว์รูม เอ็มจี ภูเก็ต ผมรับหน้าที่เป็นไม้แรกระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ขับออกนอกเมืองภูเก็ต ผ่านสภาพเส้นทางครบรสทั้งในเมืองรถหนาแน่น ช่วงทางตรงถนนโล่ง การขับเข้าโค้งกว้างๆในบางช่วง สัมผัสแรกจากการขับขี่ ว่ากันตั้งแต่ทัศนวิสัยการมองรอบทิศทางอยู่ในระดับที่ชัดเจน ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างคล่องตัว การตอบสนองของพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน ผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิค ถือว่าเซ็ทน้ำหนักแปลกไปจากรถกระบะที่คุ้นเคย ข้อดีคือเบาแรง เลี้ยวง่ายในช่วงความเร็วต่ำ ทำให้การขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัวดี (สอบถามไปยังผู้บริหารแจ้งมาว่าตั้งใจเซ็ทมาแนวนี้ให้ขับสบายใช้งานได้ดีทั้งผู้หญิง และผู้ชาย) ขณะเดียวกันเมื่อใช้ความเร็วสูง หรือการเข้าโค้งจึงรู้สึกเบาไปบ้างต้องอาศัยความคุ้นเคย จากนั้นก็จะเริ่มมั่นใจกล้าใช้ความเร็วมากขึ้น ส่วนช่วงล่างพื้นฐานเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ ด้านหน้า และแบบแหนบแผ่นซ้อน ด้านหลัง การปรับจูนเน้นความนุ่มนวล นั่งสบายแบบรถยนต์นั่งหรือเอสยูวี มาเป็นอันดับหนึ่ง ความรู้สึกในการขับขี่จึงค่อนข้างนุ่มสบาย ไร้อาการกระเด้งและกระด้าง ช่วงความเร็วต่ำขับในเมืองจึงให้ความรู้สึกดีขับสบายมากๆ และในช่วงใช้ความเร็วสูง หรือการขับเข้าโค้ง ตอนแรกนึกว่าจะโยน หรือย้วยจากเซ็ทช่วงล่างให้นุ่มมากๆ แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่านการยึดเกาะถนนอยู่ในระดับที่วางใจได้ถ้าไม่ใช้ความเร็วโอเวอร์เกินองศาของโค้งจนเกินพอดี และอีกจุดที่น่าสนใจในช่วงใช้ความเร็วเดินทาง จากการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด ภายในห้องโดยสารจึงมีการเก็บเสียงที่ดี ทั้งจากลมปะทะ เสียงพื้นถนน และเสียงจากห้องเครื่องยนต์

ทางด้านสมรรถนะความแรงด้วยขนาดเครื่องยนต์ กำลังแรงม้า และแรงบิด ที่จัดสรรมาประมาณนี้ ในการขับขี่ใช้งานจริง ก็ต้องถือว่ามีความแรงแบบพอเพียง ทั้งจังหวะออกตัว และการเร่งแซงที่ไว้วางใจได้  พร้อมให้ความประหยัดที่สมเหตุสมผล จากการขับทดสอบแข่งขันขับประหยัดน้ำมันระหว่างการเดินทางช่วงผ่านทางหลวงหมายเลข 44 เซาท์เทิร์นซีบอร์ด มีทั้งทางตรงยาว สลับเนินขึ้นลงทางชัน พร้อมวิ่งฝ่าฝน ระยะทางประมาณ 95 กม. ภายในเวลา 90 นาที ใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 80-100 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองคันที่ดีที่สุดทำได้ 16 กม./ลิตร และค่าเฉลี่ยรวมรถทดสอบทั้ง 8 คัน อยู่ที่ประมาณ14-15 กม./ลิตร.

ในการขับขี่ NEW MG EXTENDER ยังให้ความอุ่นใจด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System) , ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) , ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) , ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) , ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) , ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System) , ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) , ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System) นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

การทำตลาด NEW MG EXTENDER มีให้เลือก 9 รุ่นย่อย ครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้งแบบ 2 ล้อ และแบบ 4 ล้อ โดยรุ่นท็อป NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ที่เราทดลองขับมีสมรรถนะและออฟชั่นแบบจัดเต็ม เคาะราคาจำหน่าย 1,029,000 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับท็อปด้วยกัน ถือว่ามีราคาถูกกว่าพอสมควร ตรงนี้ก็น่าจะเป็นช่องว่างทางการตลาดส่วนหนึ่งที่ทำให้รถกระบะน้องใหม่มีโอกาสแจ้งเกิด และเติบโตในตลาดรถกระบะเมืองไทยได้ไม่มากก็น้อย !?!

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพุธ, 30 ตุลาคม 2562 01:09
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing