ตุลาคม 21, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ TOYOTA FORTUNER TRD sportivo 4WD แต่งสปอร์ต ตอบรับทุกการใช้งาน! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

[ Test Drive ] Toyota Fortuner  รุ่นบุกเบิกเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดรถยนต์เมืองไทยตั้งแต่ปี 2548 โดยออกแบบและพัฒนาภายใต้โครงการ IMV หรือ Innovative International Multi-Purpose Vehicle เช่นเดียวกับรถกระบะ HILUX VIGO ผ่านมาถึงปัจจุบันในโมเดลที่ 2 ยังคงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับรถกระบะรุ่นใหม่อย่าง HILUX REVO ซึ่งทั้ง 2 โมเดลได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า จนกลายเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท PPV ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน สามารถสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ ทั้งด้านรูปลักษณ์สวยงาม และสมรรถนะการขับขี่ที่วางใจได้ รวมถึงการสร้างความภาคภูมิใจ ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นเจ้าของ

สำหรับการทำตลาดในปีนี้ โตโยต้าเริ่มเดิมแผนกระตุ้นตลาด Toyota Fortuner ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2019 มีการปรับไลน์รุ่นย่อย เพิ่มทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมอัพเกรดให้ทุกรุ่น รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 20 ตามนโยบายภาครัฐ ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การเพิ่มรุ่น 2.4 G เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift และใส่ออฟชั่นเพิ่มเติม ภายใต้ราคาที่ดึงดูดใจมากขึ้น

ในขณะที่รุ่นท็อป Toyota Fortuner TRD sportivo 4WD AT  ที่เรามีโอกาสทดลองขับครั้งนี้ นอกจากออฟชั่นที่ใส่มาแบบจัดเต็ม ยังมีจุดเด่นชวนมอง ด้วยชุดแต่งรอบคันสไตล์สปอร์ต ให้อารมณ์ต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน โดยมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ เข้มทั้งคัน ราคา 1,769,000 บาท และสีขาว หลังคา BLACK TOP ราคา 1,789,000 บาท

Toyota Fortuner TRD sportivo คันที่เห็นอยู่นี้ สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน แน่นอนต้องอยู่ที่การตกแต่งเพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง  TRD sportivo ไล่เรียงความโดดเด่นตั้งแต่ กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต และกระจังหน้าสีดำเมทัลลิกมาพร้อมสเกิร์ตหน้า และกรอบไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ ด้านข้างตัวถังเด่นสุดต้องยกให้กับล้ออัลลอย TRD ลายสวยสีทูโทนขนาด 20 นิ้ว เมื่อเปิดประตูยังมองเห็นสคัฟเพลท พร้อมไฟเรืองแสงสัญลักษณ์ TRD ตกแต่งบริเวณชายประตู เพิ่มความสปอร์ตแพรวพราว ขณะที่ด้านท้ายเพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ ติดตั้งแนบชายหลังคา และบริเวณกันชนท้ายแต่งทรงสปอร์ต มองต่ำลงมาจะเห็นท่อไอเสียสแตนเลส ดีไซน์สปอร์ตประดับสัญลักษณ์ TRD sportivo

ภายในห้องโดยสาร นอกจากพื้นฐานการออกแบบโดยรวมเหมือนกับรุ่นมาตรฐาน ในรุ่น TRD sportivo ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ปุ่ม Push Start สีแดง พร้อมสัญลักษณ์ TRD เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต พร้อมกุญแจ Smart Key ดีไซน์พิเศษประดับสัญลักษณ์ TRD บริเวณเบาะหนังคู่หน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง นั่งได้สบายพอตัว เน้นแต่งด้วยสีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายแดงสไตล์สปอร์ต และยังมาพร้อมพรมปูพื้นเฉพาะรุ่น TRD sportivo

ในโซนควบคุมโดดเด่นด้วยพวงมาลัยหุ้มหนัง เดินด้านสีแดง วงพวงมาลัยด้านบนแต่งด้วย Kevlar สีดำให้สัมผัสเรียบเนียน  มองทะลุไปจะเห็นมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ดีไซน์ใหม่เพิ่มความสปอร์ต สีแดงลาย Carbon Kevlar พร้อมสัญลักษณ์ TRD และบริเวณคอนโซลกลางแต่งด้วยหนังสีดำสลับแดงเข้าชุดกับเบาะนั่ง มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ระบบนำทาง (Navigator) รองรับ t-connect เครื่องเล่น DVD เชื่อมต่อ Bluetooth และกล้องมองหลัง ผสานการทำงานกับชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL จัดเต็มถึง 11 ตำแหน่ง

ทางด้านความอเนกประสงค์ที่เป็นจุดขายของรถประเภทนี้ ก็สามารถตอบโจทย์นักเดินทางได้อย่างเพียงพอ  ด้วยการดีไซน์อุปกรณ์ต่างๆช่วยเสริมความสะดวกสบายในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เบาะนั่งสามารถพับ และปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามความต้องการใช้งาน ทั้งแบบ L-SPACE ปรับพับได้หลากหลาย , แบบ TUMBLE & SPACE-UP ปรับพับเบาะเพื่ออรรถประโยชน์ในการใช้สอยสูงสุด พร้อมรองรับของที่มีขนาดที่หลากหลาย , แบบ REAR SPACE ปรับพับเบาะแถว 3 เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายทั้งผู้โดยสาร และการบรรทุกของได้อย่างลงตัว     และบริเวณประตูท้าย สามารถ เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขับโดยเฉพาะ ก็มีทั้งพวงมาลัยมาพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง  และ Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) และบริเวณแผงหน้าปัดติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi-Information Display) เป็นหน้าจอสีแบบ TFT สามารถปรับตั้งค่าการทำงานของระบบต่างๆ พร้อมแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ เช่น ข้อมูลการขับขี่ , ข้อมูลระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ , ข้อมูลการขับขี่แบบ ECO , ข้อมูลระบบนำทาง และข้อมูลการเล่นเพลง ฯลฯ

มาถึงสมรรถนะการขับเคลื่อนของ Toyota Fortuner TRD sportivo 4WD ในรุ่นที่ทดลองขับ แฟนคลับโตโยต้าคงคุ้นเคยกันดี กับเครื่องยนต์ดีเซลพิกัด 2.8  ลิตร แบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1600 – 2400 รอบ/นาที   ซึ่งเครื่องยนต์บล็อคนี้จะให้กำลังแบบจัดหนักด้วยเทอร์โบแปรผัน (VN Turbo) ออกแบบให้มีขนาดเล็กลงแต่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมการเปิด-ปิด ครีบเทอร์ไบน์ จึงทำงานทันที่ที่กดคันเร่งลงไป นอกจากนั้นการเลือกใช้ระบบหัวฉีดแรงดันสูง  สามารถอัดฉีดน้ำมันได้เป็นฝอยละเอียด ด้วยแรงดันถึง 220 เมกะปาสตาล โดยมีรูหัวฉีดถึง 9 รู ควบคุมการทำงานด้วยโซลินอยล์ ความต้านทานต่ำ ให้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบหมดจด เพิ่มระดับความประหยัดได้มากยิ่งขึ้น และเครื่องยนต์ยังเดินเงียบ ลดเสียง และการสั่นสะเทือนได้ดี        

การทดลองขับเราจะเน้นการขับขี่ใช้งานทั่วๆไปทั้งในเมืองและชานเมือง สิ่งที่น่าสนใจคือกำลังของเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ค่อนข้างเหมาะสมกับน้ำหนักและขนาดตัวถัง จึงมีกำลังเพียงพอทั้งการออกตัวที่ทันใจ และเร่งแซงได้มั่นใจในทุกจังหวะความเร็ว ขณะที่ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ได้ทันที ด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ซึ่งเกียร์ชุดนี้ตอบสนองการขับขี่ได้ดีในทุกช่วงความเร็ว สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขึ้น-ลง ตามจังหวะความเร็วได้เหมาะสม พร้อมความราบเรียบ และนุ่มนวลรับรู้ถึงอาการกระตุกเวลาเปลี่ยนเกียร์เพียงเล็กน้อย  ส่วนช่วงล่างนอกจากพื้นฐานเดิมๆด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ยังอัพเกรดสมรรถนะด้วยชุดแต่งช่วงล่าง TRD sportivo ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้นุ่มสบาย กระเด้ง กระด้างน้อยลง พร้อมการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น  รวมไปถึงการเสริมความมั่นใจในการหยุดหรือชะลอรถ ด้วยดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ ให้สัมผัสการเบรคที่รวดเร็วเอาอยู่ทุกช่วงความเร็ว

ส่วนสายลุยก็หมดห่วง ในรุ่นนี้มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อซิกม่าโฟร์ เน้นเอาชนะอุปสรรคทุกสภาพเส้นทาง ตามสไตล์รถออฟโรดขนานแท้ สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลาย ทั้งโหมด H2 H4 และ L4 ผสมผสานการทำงานร่วมกับ DAC ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และ A-TRC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ซึ่งระบบนี้ทำงานแทนที่ระบบ LSD Limited Slip Differential โดยใช้เซนเซอร์ของระบบ ABS ตรวจจับการหมุนฟรีของล้อ ถ้ามีล้อใดล้อหนึ่งหมุนฟรี ระบบจะสั่งให้ ABS Actuator ส่งแรงเบรคไปที่ล้อที่กำลังหมุนฟรีเพื่อลดกำลังลง และแรงขับเคลือนก็จะถูกส่งไปล้ออีกฝั่งหนึ่งทันที ช่วยให้การลุยเส้นทางทุรกันดารต่างๆผ่านไปได้โดยง่าย เพียงแค่อาศัยทักษะการขับรถแบบออฟโรดขั้นพื้นฐานก็เพียงพอแล้ว

ในมุมมองการตลาด Toyota Fortuner รุ่นล่าสุด ทั้งรุ่นมาตรฐาน และรุ่น TRD sportivo 4WD ในเรื่องภาพลักษณ์ และสมรรถนะการขับขี่ รวมถึงบริการหลังการขายตามมาตรฐานโตโยต้า ต้องถือว่าสอบผ่านเอาชนะใจใครหลายคนไปแล้ว ด้วยตัวเลขยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อมองอีกมุม สิ่งที่ยังเป็นรองคู่แข่งอยู่บ้าง คืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยยุคใหม่ที่ใส่มาให้น้อยไปหน่อย ถ้าในอนาคตมีการอัพเกรดให้มากขึ้นภายใต้ราคาที่เหมาะสม ตัวเลขยอดขายของรถรุ่นนี้ และรุ่นต่อๆไปน่าจะขยับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้คู่แข่งทั้งหน้าเก่า และใหม่ ออกอาการหนาวๆร้อนๆ กว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน !!!

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันจันทร์, 30 กันยายน 2562 15:32
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing