กันยายน 16, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ : NEW MAZDA 3 2019 เจเนอเรชั่นที่ 7 งานละเอียด พรีเมี่ยมมากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

[Test Drive] มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จัดกิจกรรมพิเศษ MAZDA THAILAND SNEAK PREVIEW เชิญสื่อมวลชนไทย ร่วมสัมผัสโฉมจริงเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดเผยแนวคิดหลักในการออกแบบของ NEW MAZDA 3 เจเนอเรชั่นที่ 7 และนับเป็นโมเดลที่ 4 สำหรับตลาดประเทศไทย ก่อนการเปิดตัวสู่ตลาดอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

มร.โคอิชิโร ยามากุชิ ผู้จัดการโครงการ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

คุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

MAZDA 3 ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญของมาสด้า ประเทศไทย ในการสร้างความแข็งแรงของแบรนด์มาสด้า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษ ซึ่ง MAZDA 3 เจเนอเรชั่นใหม่ ที่จะเปิดตัวสู่ตลาดช่วงกลางเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้ ยังเป็นเแรงผลักดันสำคัญของมาสด้า ในการก้าวเข้าสู่เป้าหมาย Premium Brand ของค่ายรถยนต์ในเมืองไทย

ย้อนอดีตที่ผ่านมา MAZDA 3 รุ่นแรกเริ่มทำตลาดประเทศไทยในปี 2547 ได้สร้างปรากฏการณ์ต่างๆ ไว้มากมายต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย โดยสร้างยอดขายถึง 30,000 คัน ก่อนส่งไม้ต่อให้รุ่นที่ 2 ในปี 2554 เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี ที่หลายคนตั้งคำถาม ทำไมมาสด้ากล้าฉีกกฏการตลาด ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ชื่นชอบเครื่อง 1.6 – 1.8 แต่มาสด้าสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้า จนสร้างยอดขายได้ถึง 15,000 คัน ในเวลาเพียง 3 ปี และเมื่อก้าวผ่านวันเวลาสู่รุ่นที่ 3 เมื่อปี 2557 มาสด้าได้เปลี่ยนเทคโนโลยีของโลก ด้วย SKYACTIV technology รถยนต์ที่ให้ได้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมพลิกโฉมการออกแบบ KODO DESIGN ที่เป็นเอกลักษณ์อันน่าหลงใหล ทำให้ MAZDA 3 รุ่นนี้ อยู่ในการครอบครองของลูกค้ามากถึง 33,000 คัน และล่าล่าสุดในปี 2562 มาสด้าพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับทำตลาด NEW MAZDA 3 โมเดลใหม่ ทายาทรุ่นที่ 4 สำหรับตลาดประเทศไทย

KODO DESIGN สุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น สู่ความตื่นเต้นครั้งใหม่

แนวคิดการออกแบบ หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงามปรากฎขึ้นครั้งแรกในปี 2010 และถูกเปิดตัวด้วยรูปลักษณ์ผ่านการเปิดตัวรถรุ่น CX-5 และ MAZDA6 ในปี 2012 และกลายเป็นแรงผลักดันในการเพิ่มมูลค่าระดับโลกของแบรนด์มาสด้า ที่มีมิติและความซับซ้อนมาสู่ระดับที่สูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนใหม่เพื่อยกระดับการออกแบบรถยนต์ให้มีความประณีตมากยิ่งขึ้น

เป้าหมายของวิวัฒนาการใหม่ของการออกแบบ KODO DESIGN คือ การแสดงออกถึงรูปแบบใหม่ของความสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น รถยนต์คันแรกที่รวบรวมภาษาการออกแบบใหม่ของมาสด้า คือ รถต้นแบบ RX-VISION ที่แสดงในงาน Tokyo Motor Show 2015 และรถต้นแบบ VISION COUPE ที่จัดแสดงในงานเดียวกันเมื่อปี 2017 องค์ประกอบที่ได้รับการยกย่องอย่างพิถีพิถันสร้างการออกแบบที่สะอาดและสวยงามผสมผสานกับการเล่นแสงเงาและการสะท้อนที่ละเอียดอ่อนเพื่อให้ได้สไตล์ที่หรูหรา

เมื่อแนวคิดการออกแบบต่างๆ ถ่ายทอดมาถึง MAZDA 3 SKYACTIV กระบวนการในการผลิตครั้งแรกที่นำการออกแบบ KODO design มาใช้ผสานกับ “การเคลื่อนไหวด้วยเส้นสายเส้นเดียว” เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายที่สุดในองค์ประกอบโดยรวม ทิศทางของแสงและเงาสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหว และสะท้อนไปบนตัวรถทำให้เกิดการแสดงออกที่มีนัยสำคัญ และน่าทึ่งเกินกว่าการออกแบบในรุ่นก่อนหน้า ต่อยอดมาจนถึง NEW MAZDA 3 เจเนอเรชั่นใหม่ จะเพิ่มเติมในส่วนของการออกแบบรถยนต์แบบแฮตช์แบคให้มีอารมณ์มากกว่าเดิม ในขณะที่รถซีดานมีเป้าหมายที่จะนำเสนอสัดส่วนที่หรูหรามากขึ้น ซึ่งสื่อให้เห็นถึงบุคลิกที่แตกต่างกับ MAZDA 3 รุ่นเดิมโดยสิ้นเชิง

การออกแบบภายนอกทั้งแฮตช์แบค และซีดาน มีบุคลิกที่แตกต่างกัน ตัวถังรถแฮตช์แบคมีรูปทรงต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน เน้นรูปลักษณ์ที่ทรงพลังและเย้ายวนด้วยการดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกของประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ในทางตรงกันข้ามความสวยงาม แลดูสะอาดสะอ้าน และทันสมัยของรถซีดานแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ เรียบหรู มีความประณีต ผลที่ได้คือตัวถังทั้งสองประเภทที่มีบุคลิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แนวคิดการออกแบบรถแฮตช์แบค หนักแน่นและเร้าใจ

แนวคิดการออกแบบสำหรับรุ่นแฮตช์แบค มุ่งเน้นไปที่การสร้างรถที่ดูแข็งแกร่ง และมีเสน่ห์ดึงดูด ซึ่งสื่อถึงการแสดงออกที่สดใหม่ มุมมองด้านข้างของตัวรถใช้การสะท้อนแสง และเงาที่สร้างการแสดงออกถึงความมีชีวิตชีวา โดยไม่ต้องใช้แนวเส้นตามลำตัวรถ เสาซีที่ดูทรงพลังช่วยสร้างการออกแบบด้านหลังอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งห้องโดยสารและตัวถังดูเหมือนเป็นรถที่ดูแข็งแกร่ง สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดความมีเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา สีเมทัลลิกเข้มของปีกที่เป็นสัญลักษณ์เน้นความเด่นของรถสปอร์ตสไตล์แฮตช์แบคที่แตกต่างจากรุ่นซีดาน

แนวคิดการออกแบบรถซีดาน โฉบเฉี่ยวและหรูหรา

รุ่นซีดานยังคงสไตล์การออกแบบดั้งเดิมโดยมีฝากระโปรงหน้า บริเวณห้องโดยสาร และกระโปรงท้ายเป็นองค์ประกอบสามอย่างที่ชัดเจน ผสานแนวคิดการออกแบบใหม่ที่เน้นความโฉบเฉี่ยว และหรูหราสง่างาม ดูไหลลื่นจากด้านหน้าไปด้านหลังด้วย “การเคลื่อนไหวด้วยเส้นสายเส้นเดียว” ตัวถังนั้นนำเสนอสัดส่วนที่ทรงพลังด้วยรูปทรงที่นุ่มนวล และสง่างาม การใส่ใจรายละเอียดในการเคลื่อนไหวของพื้นผิวที่เรียบทำให้อากาศไหลเรียบ องค์ประกอบทั้งหมดที่ด้านหน้าและด้านหลังใช้การวางแนวเค้าโครงแนวนอนที่เน้นลักษณะของท่าทางที่กว้างและต่ำ ปีกอันเป็นเอกลักษณ์ชุบโครเมียมแสดงถึงคุณภาพที่เหมาะสมกับความหรูหรา ผลลัพธ์ที่ได้คือความหรูหราสง่างาม

ภายในผู้ขับเป็นศูนย์กลาง เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา

เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการเชื่อมต่อระหว่างรถยนต์กับคนขับ ที่นั่งคนขับทุกด้านได้รับการจัดวางในแนวนอนที่สมมาตร คนขับเป็นศูนย์กลาง ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบให้หันหน้าไปทางคนขับโดยตรง นอกจากนี้การตกแต่งภายในยังรวมเอาอุดมคติ “เรียบง่ายแต่หรูหรา” ที่เป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบ KODO ของ NEW MAZDA3 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ การรักษาองค์ประกอบทั้งหมดนอกเหนือจากที่นั่งคนขับให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะช่วยขยายความเด่นของโซนที่นั่งคนขับ สิ่งนี้ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบาย ซึ่งรถยนต์และคนขับมีส่วนร่วมตามหลักธรรมชาติที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมุ่งเน้นไปที่การขับขี่

บริเวณที่นั่งคนขับและห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันตามปรัชญาที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางของมาสด้าโดยมีเป้าหมายแรก คือ เพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนได้รับความมั่นใจในการใช้งาน ซึ่งช่วยให้มีสมาธิในการขับขี่ อีกประการหนึ่ง คือ การใช้เวลาในการเดินทางสะดวกสบายและสนุกสนาน มาสด้าใช้ความรู้และเทคโนโลยีล่าสุดที่มีในการออกแบบตำแหน่งการขับขี่ ทัศนะวิสัย การจัดวางอุปกรณ์และฟังก์ชั่นใช้งานภายในรถตามธรรมชาติการเคลื่อนไหวของมนุษย์ (HMI) และคุณภาพเสียง สิ่งเหล่านี้ได้รับการปรับปรุงเพื่อยกระดับคุณภาพและความพึงพอใจโดยมอบความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ และใช้งานง่ายในการขับขี่

ตำแหน่งการขับขี่ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ

มาสด้าพิจารณาตำแหน่งการขับขี่ที่ถูกต้องเป็นพื้นฐาน เพื่อความสะดวกในการทำงานของยานพาหนะ โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบเบาะนั่งที่รองรับกระดูกเชิงกรานอย่างแน่นหนา เช่นเดียวกับรูปแบบการเหยียบ การปรับที่นั่ง และการบังคับเลี้ยว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาท่าทางที่เป็นธรรมชาติ การสร้าง NEW MAZDA3 ตามหลักปรัชญานี้สร้างสภาพแวดล้อมให้ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถใช้งานยานพาหนะได้ตามที่ต้องการในขณะที่มุ่งเน้นไปที่การขับขี่อย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่เป็นเวลานาน

อัพเดทสู่ Mazda MZD Connect ระบบเชื่อมต่อใช้งานง่ายมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต และการเชื่อมต่อ ได้รับการอัพเดทให้ผู้ใช้รถยนต์มีข้อมูลมากขึ้น ซึ่ง Mazda MZD Connect มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย และเติมพลังชีวิตด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ การขับขี่ในรถที่เชื่อมต่ออยู่นั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

SKYACTIV-Vehicle Architecture รุ่นใหม่

ทั้งการเดินและวิ่งเกี่ยวข้องกับการโยกและการเคลื่อนไหว แต่การกระทำเหล่านี้ไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกเวียนศีรษะ เนื่องจากมนุษย์มีความสามารถในการควบคุมเท้า อุ้งเชิงกราน และกระดูกสันหลังในลักษณะที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างสมดุล และศีรษะเคลื่อนไหวน้อยที่สุด  มาสด้าต้องการให้ผู้คนใช้ความสามารถตามธรรมชาตินี้ในรถได้เช่นกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ มาสด้าได้พัฒนาเบาะนั่งที่รองรับกระดูกเชิงกรานอย่างมั่นคงในตำแหน่งตั้งตรง ซึ่งกระดูกสันหลังของผู้ขับขี่จะรักษาเส้นโค้งรูปตัวเอสตามธรรมชาติ รวมทั้งโครงสร้างตัวถังและช่วงล่างที่เป็นเสมือนเท้าของมนุษย์ ในการส่งผ่านอินพุตจากถนนได้อย่างราบรื่นสู่กระดูกเชิงกราน ทุกแง่มุมของการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางนี้ถูกดำเนินการเพื่อทำงานร่วมกันในภาพรวม เป้าหมายคือเพื่อให้คนอยู่ในตำแหน่งที่นั่งตามธรรมชาติได้อย่างสะดวกสบายขณะขับขี่

เบาะนั่งนำโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรักษาเส้นโค้งรูปตัวเอส ตามธรรมชาติของกระดูกสันหลัง เบาะรองนั่ง และเบาะรองหลังช่วงล่างรองรับกระดูกเชิงกรานส่วนล่าง กระดูกเชิงกรานส่วนบน และต้นขาเพื่อให้กระดูกเชิงกรานอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง ในขณะเดียวกันเบาะนั่งด้านบนยังช่วยดึงจุดศูนย์ถ่วงของซี่โครง ยิ่งไปกว่านั้นการปรับรูปทรงเบาะนั่ง และเบาะหลังพร้อมการปรับค่าคงที่ของสปริงสำหรับแต่ละส่วนให้เหมาะสมช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขยับเชิงกราน และกระดูกสันหลังเพื่อปรับสมดุลของจุดศูนย์ถ่วงร่างกาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก นอกจากนี้ยังช่วยให้ศีรษะผู้ขับขี่มั่นคงตามธรรมชาติเพื่อตอบสนองต่ออินพุตจากพื้นผิวถนน เนื่องจากท่าทางนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษในการรองรับร่างกาย ผู้ขับขี่จึงมีความเหนื่อยล้าน้อยลง และรู้สึกสบายขึ้นแม้จะขับเป็นเวลานาน

ระบบกันสะเทือนพัฒนาใหม่

ระบบกันสะเทือนของ NEW MAZDA3 ได้รับการออกแบบตามแนวคิดของการส่งกำลังที่ราบรื่นไปยังมวลใต้สปริงเมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมายคือการเพิ่มเลเยอร์ใหม่ที่มีความแม่นยำในสิ่งที่มาสด้ามุ่งมั่นที่จะนำเสนอมาโดยตลอด การควบคุมตามความตั้งใจของผู้ขับขี่ และตระหนักถึงความมั่นคงขณะขับขี่ในขณะที่ยังคงสนุกสนานเพลิดเพลินอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อบรรลุผลในเรื่องนี้ มาสด้าเลือกใช้ระบบกันสะเทือนด้านด้านแบบ MacPherson Struts และด้านหลังพัฒนาขึ้นใหม่เป็นแบบ ทอร์ชั่น ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัวได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบเบรกพัฒนาให้ตอบสนองทันทีต่อการเหยียบของผู้ขับขี่ ด้วยแรงเบรกที่นุ่มนวล และรักษาระดับความแข็งแรงให้คงที่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการถอนเบรกอย่างราบรื่นเมื่อค่อยๆ ยกเท้าออกจากเบรกสามารถควบคุมรถได้อย่างสมดุล

เทคโนโลยีควบคุมรุ่นใหม่ SKYACTIV-Vehicle Dynamics

การควบคุม G-Vectoring ที่ถูกพัฒนาสู่ GVC Plus ซึ่งเป็นการใช้เบรกเพื่อเพิ่มการควบคุมการหักเหของตัวรถ (yaw moment) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถออกจากโค้งโดยคืนพวงมาลัยกลับไปที่ตำแหน่งกึ่งกลาง GVC Plus เพิ่มแรงเบรกเพียงเล็กน้อยไปที่ล้อด้านนอก ทำให้เกิดโมเมนต์ที่มีเสถียรภาพซึ่งจะช่วยให้รถกลับมาวิ่งตรงเหมือนเดิม ระบบรับรู้ช่วงการเปลี่ยนแปลงที่ราบเรียบอย่างต่อเนื่องของการหักเห (yal) การโครงของตัวรถ (roll) และการกระดกหน้า-หลัง (pitch) แม้อยู่ภายใต้แรงเข้าสู่ศูนย์กลางมาก เป็นการปรับปรุงความสามารถของยานพาหนะในการตรวจสอบการหมุนพวงมาลัยอย่างฉับพลัน และมุมทางออกจากโค้งที่แม่นยำ นอกเหนือจากการปรับปรุงการบังคับรถในการหลบหลีกจากการปะทะแบบฉุกเฉิน GVC Plus ยังให้ความรู้สึกมั่นใจในการควบคุมเมื่อเปลี่ยนเลนบนทางหลวง

ความเงียบสงบได้ยินแต่เสียงที่สำคัญในการขับขี่

มาสด้าคำนึงถึงสมรรถนะของเสียง การสั่นสะเทือน และความกระด้าง หรือ NVH (Noise, vibration and harshness) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ขับขี่ปลอดภัย และสะดวกสบาย โดยใช้มาตรการที่หลากหลายรวมถึงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างชิ้นส่วนในการพัฒนาให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกับความสงบสุขที่แยกออกจากโลกภายนอกเมื่อเข้าไปในห้องโดยสาร และปิดประตู จากนั้นเมื่อไปที่ถนนจะได้ยินเฉพาะเสียงที่จำเป็นเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้คือความเงียบที่มากขึ้น

มาสด้าได้นำผลการศึกษาวิจัยในมนุษย์มาใช้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ในการเน้นไปที่คุณลักษณะของเสียง 3 ประการ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสาร คือ ระดับเสียง การเปลี่ยนแปลงระดับเสียง และโทนเสียงตามเวลา รวมถึงทิศทางที่เสียงเกิดขึ้น เป้าหมายของ NEW MAZDA3 คือห้องโดยสารเงียบขึ้นโดยควบคุมเสียงที่ได้ยิน และกำจัดเสียงไม่พึงประสงค์ ลดเสียงรบกวน และลดระดับเสียงขณะที่ผันผวน และทิศทางเสียงถูกควบคุม เป้าหมายสุดท้ายคือการให้ “ความเงียบสงบคุณภาพสูง” ที่เป็นที่พอใจของผู้โดยสารทุกคน

สมรรถนะวางใจได้จากขุมพลังSKYACTIV-G

สำหรับสมรรถนะการขับเคลื่อน มาสด้ายังคงความมั่นใจในเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร(SKYACTIV-G 2.0) บล็อคเดียวกับ MAZDA 3 รุ่นที่แล้ว แต่ทำการปรับจูนใหม่หลายจุด เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านความแรง และประหยัดน้ำมัน ซึ่งการทดลองขับครั้งแรกในเมืองไทยจัดขึ้นที่สนาม Yokohama Tire Test Center of Asia โดยเป็นการทดลองขับแบบอุ่นเครื่องพอหอมปากหอมคอในสนามจำลองรูปแบบต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกับ MAZDA 3 รุ่นเดิม ทั้งด้านอัตราเร่ง การบังคับควบคุมรถ ความนุ่มนวลของช่วงล่าง และการยึดเกาะถนน รวมถึงการเก็บเสียงรบกวนเมื่อขับผ่านสภาพถนนหลากหลายรูปแบบ

สัมผัสแรกจากการลองของจริง!!

สัมผัสแรกที่ได้จากการทดลองขับเปรียบเทียบกันระหว่าง NEW MAZDA 3 และ MAZDA 3 รุ่นเดิมที่กำลังจะจากลาตลาดในช่วงกลางเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เริ่มตั้งแต่อัตราเร่งลองของจากจุดหยุดนิ่งจนถึง 100 กม./ชม. แม้ว่าจะใช้เครื่องยนต์บล็อคเดียวกัน แต่อารมณ์การเร่งความเร็วดูเหมือน NEW MAZDA 3 จะเร่งติดเท้า กระชากความเร็วพุ่งขึ้นได้ดีกว่าพอสมควร เมื่อความเร็วทะลุเกิน 100 กม./ชม.ลองชะลอความเร็วด้วยการเบรคลดความเร็วจนรถหยุดนิ่ง ต้องบอกว่าขับเพียงรอบเดียวจับความรู้สึกถึงความแตกต่างค่อนข้างยาก อารมณ์การเบรคเหมือนจับไวใกล้เคียงกัน แต่ก็พอรับรู้ได้ว่า NEW MAZDA 3 ให้สัมผัสการเบรคที่นุ่ม หนักแน่นเป็นธรรมชาติมากกว่าพอสมควร

ต่อด้วยการควบคุมรถผ่านโค้งด้วยความเร็วต่ำ 20 กม./ชม. การขับขี่แบบสลาลอมความเร็วประมาณ 40-50 กม./ชม. และการขับขี่ช่วงความเร็วระดับกลาง 70 กม./ชม. ตรงนี้จะเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน ว่า NEW MAZDA 3 ให้การบังคับควบคุมรถที่นิ่ง แม่นยำ และมีช่วงล่างหนักแน่น มั่นคง ทรงตัวดีขึ้นมากกว่า MAZDA 3 รุ่นเดิมอย่างชัดเจน รวมไปถึงเรื่องของการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทั้ง ลมปะทะ เสียงใต้ท้องรถ เสียงเครื่องยนต์ จากการใส่ใจพัฒนาเรื่องการลดเสียงรบกวนในการขับขี่ ก็ส่งผลให้เห็นชัดเจนว่า NEW MAZDA 3 มีห้องโดยสารที่เงียบขึ้น เสียงรบกวนต่างๆเกิดขึ้นน้อยมาก

สุดท้ายจะเป็นการทดลองขับที่สนาม Handling Track เน้นขับผ่านทางโค้งรูปแบบต่างๆ เสมือนการขับขี่ใช้งานจริง เพื่อรับรู้ถึงความง่ายในการควบคุมคันเร่ง และเบรค ทั้งช่วงความเร็วต่ำ เช่นเดียวกับการขับขี่ในเมือง รวมถึงการใช้ความเร็วคงที่ 60-70 กม./ชม. ควบคุมรถผ่านโค้งลักษณะต่างๆเพื่อตรวจสอบความนิ่ง แม่นยำ ของพวงมาลัย ซึ่ง NEW MAZDA 3 ก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านการขับขี่ที่ดีขึ้น ให้ความรู้สึกที่ต่างจาก MAZDA 3 รุ่นเดิมมากทีเดียว

เรื่องราวทั้งหมด ถือเป็นสัมผัสแรกในการทำความรู้จักกับ NEW MAZDA 3 โมเดลที่ 4 สำหรับตลาดประเทศไทย ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ทีมงาน Drivingplace.com จะมีโอกาสได้ทดลองขับรถยนต์รุ่นนี้อีกครั้งในรูปแบบของการขับขี่ใช้งานจริงบนท้องถนนเมืองไทย...ถึงเวลานั้นเราจะนำเสนอข้อมูลสเปคตัวรถที่ชัดเจน และสมรรถนะการขับขี่ให้ทราบกันอีกครั้งครับ !!!

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันอังคาร, 03 กันยายน 2562 22:48
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing