ตุลาคม 21, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รีวิว ทดลองขับ All-New TOYOTA CAMRY 2.5 G ความหรูคู่ความแรง! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By กรกฎาคม 24, 2562 273

[TestDrive] ย้อนอดีต Toyota Camry เริ่มบุกเบิกตลาดที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2523 ในฐานะรถสปอร์ตซีดาน ระดับตำนานที่ใช้ชื่อว่า Celica-Camry จากนั้นในปี 2525 โตโยต้าจึงได้ให้กำเนิด Toyota Camry เจเนอเรชั่นที่ 1 อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับความหรูหรา กว้างขวาง สะดวกสบาย นับจากนั้นเป็นต้นมา Toyota Camry เริ่มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญของโตโยต้าในระดับโลกที่ประสบสำเร็จอย่างท่วมท้นกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจำนวนยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกก้าวเข้าสู่ 20 ล้านคัน

สำหรับในประเทศไทย Toyota Camry เริ่มแนะนำเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี 2536 ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี เมื่อกระแสตอบรับเพิ่มมากขึ้น โตโยต้าจึงตัดสินใจขึ้นไลน์ประกอบรถรุ่นนี้ในประเทศไทย โดยเริ่มต้นที่เจนเนอเรชั่นที่ 4 เมื่อปี 2542 และที่สำคัญ Toyota Camry ยังถือเป็นรุ่นบุกเบิกยนตรกรรมระบบไฮบริดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2552 ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่เริ่มจัดจำหน่าย All-new Camry เจเนอเรชั่นล่าสุด ซีดานหรูรุ่นนี้มียอดจำหน่ายสะสมในประเทศไทยรวมกว่า 200,000 คัน!

All-new Toyota Camry รุ่นล่าสุด ถือเป็นการยกระดับรูปลักษณ์ลักษณ์ใหม่หมด ภายใต้ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา เด่นชัดด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน สื่อถึงความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้น จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์ ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการควบคุมรถ การทรงตัว และสมรรถนะความแรง

สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ถือเป็นจุดเปลี่ยนด้านสมรรถนะของรถยนต์โตโยต้า โดยเน้นการยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยการนำโครงสร้างที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ผสานเข้ากับเครื่องยนต์ Dynamic Force รุ่นล่าสุด พร้อมออกแบบการจัดวางตำแหน่งระบบช่วงล่างขึ้นใหม่ เน้นการทรงตัวและยึดเกาะถนนให้ดียิ่งขึ้น โดยจุดเด่นสำคัญของ TNGA ที่ทำให้ Camry ใหม่ขับดีขึ้นจนเห็นได้ชัดแบ่งเป็นหัวข้อหลักๆดังนี้

- OUTSTANDING PERFORMANCE ขุมพลังแห่งการขับเคลื่อนใหม่ ที่ได้รับการออกแบบให้ลงตัวกับโครงสร้างของรถยนต์โดยเฉพาะ สมรรถนะแรง ตอบสนองได้อย่างใจ

- BODY RIGIDITY เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot welding) ช่วงรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน

- LOW CENTER OF GRAVITY ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงรถต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและการเข้าโค้งดีขึ้น

- DOUBLE WISHBONE SUSPENSION ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนน

- GOOD HANDLING พวงมาลัยมีการปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การควบคุมรถง่าย เป็นไปอย่างมั่นใจ

- EXCELLENT VISIBILITY ออกแบบตัวรถให้เหมาะกับสรีระผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ลดจุดอับสายตา

รูปลักษณ์ภายนอกของ All-new Toyota Camry ผ่านมาถึงวันนี้ เชื่อว่าทุกท่านคงคุ้นหูคุ้นตากันพอสมควรเพราะรถรุ่นนี้วิ่งให้เห็นอยู่บนท้องถนนเป็นจำนวนมาก การดีไซน์โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่าน มีความสวยงาม ล้ำสมัยมากกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน ในรุ่น Camry 2.5 G ที่เราทดลองขับใบหน้าดีไซน์ใกล้เคียงกับรุ่น Hybrid แต่จะเน้นความดุดันด้วยการตกแต่งกระจังหน้ารูปตัววีเป็นสีดำเงา รูปทรงของกระจังยังทำมุมรับกับแนวกรอบไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light และไฟเลี้ยวแบบ LED ได้อย่างลงตัว มองต่ำลงบริเวณกันชนหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์เป็นแถบแนวนอนหลายชั้นเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ดี และบริเวณมุมทั้งสองด้านติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ในขณะที่ด้านท้ายรถรูปทรงออกแนวเรียบหรูดูอ่อนช้อยกว่ารุ่นเดิม จุดสังเกตุความสดใหม่อยู่ที่ชุดไฟท้าย LED สีสันสดใส มีขนาดใหญ่ทอดยาวตั้งแต่ด้านข้างตัวถังไปจรดแถบโครเมี่ยมประทับตรา Camry บริเวณกึ่งกลางฝากระโปรงท้าย มองต่ำลงไปเสริมความโหดด้วยปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่แยกออกซ้าย-ขวา และในรุ่น 2.5G ยังดูสปอร์ตมากขึ้นด้วยล้อแม็กขนาดใหญ่ 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/45/18 นอกจากนี้เมื่อพิจารณาขนาดตัวถังโดยรวมต้องบอกว่าใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,885 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,840 มิลลิเมตร ความสูง 1,445 มิลลิเมตร ฐานล้อกว้าง 2,825 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากใต้ท้องรถ 140 มิลลิเมตร และน้ำหนักรถเปล่า 1,550 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่น Hybrid จะเบากว่าถึง 100 กิโลกรัม

ภายในห้องโดยสารเน้นการออกแบบให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางของการควบคุมรถ สามารถนั่งขับได้อย่างมั่นใจ มองเห็นทัศนวิสัยรอบตัวรถได้ชัดเจน และสามารถหยิบจับอุปกรณ์ควบคุมและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆได้อย่างคล่องตัว ซึ่งเราค่อนข้างชื่นชอบการจัดวางตำแหน่งการนั่งขับของรถรุ่นนี้มากๆให้อารมณ์คล้ายรถสปอร์ตตำแหน่งเบาะนั่งต่ำแต่ให้มุมมองกว้างไกลชัดเจน เบาะนั่งปรับไฟฟ้าได้ละเอียดคู่หน้าปรับระดับได้ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้ารองรับสรีระได้ดี พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นจับได้ถนัดมือ บังคับเลี้ยวได้ดีมีความแม่นยำสูงเลี้ยวคมกริบ ขับคล่องมือไม่รู้สึกว่าตัวถังใหญ่เป็นอุปสรรคในการขับขี่ในเมือง และที่ชอบอีกจุดคือการออกแบบคันเกียร์สั้นกระชับ สวยงามแบบรถสปอร์ตไม่เกะกะตา และอยู่ในระยะที่จับได้พอดีกับวงแขน

การตกแต่งภายในห้องโดยสารต้องบอกว่าหรูหราครบสูตร ไล่ตั้งแต่คอนโซลหน้าออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงเล่นระดับอย่างสวยงาม และสามารถใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย มาตรวัดความเร็วเป็นแบบเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT ตรงกึ่งกลาง แสดงสถานะการทำงานของระบบต่างๆ อย่างเด่นชัด ส่วนออฟชั่นที่น่าสนใจต้องบอกว่าจัดมาเต็มสูตร ทั้งระบบการแจ้งเตือนระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติที่แผงหน้าปัดช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบเมื่อลมยางอ่อน , ติดตั้งระบบสตาร์ทอัจฉริยะ สตาร์ทรถได้ง่ายดายแค่ปลายนิ้วสัมผัส พร้อมระบบเปิดประตูอัจฉริยะ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชั่นการควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตูและที่เก็บสัมภาระท้ายรถ , ระบบปรับอากาศแยกอิสระ 3 โซน ซ้าย-ขวา และ , ติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย รองรับระบบการชาร์จไฟแบบ Qi ชาร์จไฟสะดวก เพียงวางสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนถาดชาร์จ เสริมด้วยช่องต่อ USB ด้านหลัง 2 ช่อง ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆได้สะดวกสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และภาคบันเทิงจัดเต็มทั้งเครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีฟังเพลิน แต่ก็ยังเป็นรองเครื่องเสียงระดับเทพ JBL ในรุ่น Hybrid พอสมควร

All-new Toyota Camry รุ่น 2.5G ที่เราทดลองขับในครั้งนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหญ่สุดแรงสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน รหัส A25A-FKB VVT-iE D-4S ขนาด 2.5 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 209 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ รองรับการใช้งาน E20 และ E85 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ 8 สปีด

การทดลองขับใช้งานจริงทั้งในเมืองและนอกเมือง ต้องบอกว่ารถรุ่นนี้มีสมรรถนะที่น่าสนใจ เรียกว่าครบสูตรทั้งความแรง ความนุ่มนวล การยึดเกาะถนน และให้ความประหยัดน้ำมันที่คุ้มค่า เริ่มตั้งแต่อัตราเร่งช่วงออกตัวที่ทันใจ เร่ง เร็ว แรง ได้ดีตามน้ำหนักเท้า ลองจับเวลาคร่าวๆ 0-100 กม./ชม.ใช้เวลาประมาณ 9 วินาที ไล่ไปถึงจังหวะเร่งแซงช่วงความเร็วสูงก็ทันอกทันใจเช่นเดียวกัน เพราะเวลาเรากดหนักๆเครื่องยนต์จะทำงานเต็มประสิทธิภาพจากแรงม้าและแรงบิดที่มีค่อนข้างมาก เรียกว่าให้อารมณ์น้องๆรถสปอร์ต ขับสนุก ต่างไปจากซีดานแนวหรูที่เราคุ้นเคย

การตอบสนองของระบบส่งกำลังจากเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สอดประสานการทำงานกับเครื่องยนต์ได้ลงตัว จังหวะเปลี่ยนเกียร์ฉับไว ราบเรียบ สามารถลากรอบได้ไหลลื่น ช่วงรอบสูงๆลากไปสุดแบบไม่ยกให้เสียงกระหึ่มเร้าใจ และยังมาพร้อม 3 โหมดการขับให้เลือกทั้งโหมด ECO, NORMAL และที่เด็ดคือโหมด SPORT เน้นความเร้าใจด้วยการตอบสนองคันเร่งต่างกับโหมดอื่นอย่างชัดเจน โดยโหมด SPORT รอบเครื่องจะขยับสูงขึ้นประมาณ 500 รอบ/นาที ที่ความเร็วเท่าเดิม ทำให้เมื่อกดคันเร่งเพิ่มความเร็วจะตอบสนองไวขึ้นแบบไม่ต้องรอรอบ ไม่ต้องลงน้ำหนักเท้ามากก็พุ่งทะยานได้ทันใจ จึงเหมาะอย่างยิ่งในการเร่งแซงทุกช่วงความเร็ว นอกจากนี้ยังมีโหมด S สามารถเปลี่ยนเกียร์เองด้วยการโยกคันเกียร์ หรือ ผลัก Paddle Shift ด้านหลังพวงมาลัย ก็ทำให้ขับสนุกสนานเพิ่มขึ้น ให้อารมณ์ดิบใกล้เคียงกับเกียร์ธรรมดาที่ต้องเปลี่ยนเกียร์เอง

การขับขี่เดินทางไกลออกนอกเมือง ลองใช้โหมด ECO เป็นหลัก เน้นความนุ่มนวล ขับสบาย เสมือนขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์มีรอบการทำงานค่อนข้างต่ำ ความเร็ว 90-100 กม./ชม. รอบเครื่องอยู่ที่ประมาณ1,300-1500 นาที ซึ่งความเร็วคงที่ในการเดินทางระดับนี้จะให้ความประหยัดคุ้มค่ามากๆเราลองจับอัตราสิ้นเปลืองหลายๆครั้งที่แผงหน้าปัดแสดงค่าเฉลี่ยสวยหรูประมาณ 18-20 กม./ลิตร และความเร็วเดินทาง 120 กม./ชม.รอบเครื่องอยู่ประมาณที่ 1,800 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองจะกินมากขึ้นเล็กน้อยประมาณ 15-16 กม./ลิตร ส่วนการขับขี่ในเมืองช่วงรถเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง ก็ต้องทำใจบ้างกับรถเครื่องใหญ่กำลังสูง ลองวัดผลหลายๆช่วงได้ประมาณ 10-12 กม./ลิตร

All-new Toyota Camry 2.5G ระบบกันสะเทือนจะเป็นแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังปีกนก 2 ชั้น การปรับเซ็ทยังคงเน้นความนุ่มนวลนั่งสบาย แรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนสู่ห้องโดยสารเกิดขึ้นน้อย พร้อมให้ความนิ่งมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง หรือบนทางโค้งให้ความรู้สึกในการควบคุมรถที่วางใจได้ เรียกว่าควบคุมง่าย ยึดเกาะถนนหนึบแน่น ขณะที่พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าตอบสนองการบังคับเลี้ยวแม่นยำ น้ำหนักการเลี้ยวเป็นธรรมชาติทุกความช่วงเร็ว  และระบบเบรกเป็นดิสก์ 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยครบ ทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ระบบเสริมแรงเบรก ระบบกระจายแรงเบรก ความรู้สึกในเบรกอยู่ในระดับที่นุ่มนวล เบรกหน้าไม่ทิ่ม แต่ก็จับไวทันทีที่ลงน้ำหนักไปที่แป้นเบรก มั่นใจได้ว่าเอาอยู่ทุกช่วงความเร็ว

All-new Toyota Camry เจเนอเรชั่นล่าสุด นับเป็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรถยนต์โตโยต้ายุคใหม่ ด้วยการออกแบบภายนอกที่มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัยมากขึ้น ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตกแต่งหรูหราใกล้เคียงรถยุโรป และที่สำคัญสมรรถนะการขับขี่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทุกด้าน อันเป็นผลมาจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่พัฒนามาอย่างดีเยี่ยม แสดงให้เห็นจากการขับขี่ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม !!

All - New Toyota Camry แบ่งการทำตลาดเป็น 4 รุ่นย่อย

- 2.5 HV Premium 1,799,000 บาท

- 2.5 HV 1,639,000 บาท

- 2.5 G 1,589,000 บาท

- 2.0 G 1,445,000 บาท

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันอังคาร, 03 กันยายน 2562 22:38
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing