กรกฎาคม 19, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ All-new HONDA ACCORD 2019 1.5 VTEC TURBO ELซีดานขนาดกลาง ขับสนุกกว่าที่เคย! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By มิถุนายน 18, 2562 119

[TestDrive] All-new HONDA ACCORD เจเนอเรชั่นที่ 10 สำหรับตลาดประเทศไทย เริ่มเดินแผนการบุกตลาดอย่างจริงจัง ตั้งแต่การจัดงานเปิดตัวโชว์โฉมคันจริง พร้อมเปิดเผยสเปคทั้งหมดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2562 ต่อจากนั้นในวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงทำการประกาศราคาพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยแบ่งรุ่นย่อยในการทำตลาดเป็น 3 รุ่น ท็อปสุด คือ รุ่น HYBRID TECH ราคา 1.799 ล้านบาท รองลงมาเป็นรุ่น HYBRID ราคา 1.639 ล้านบาท และทางเลือกสุดท้ายน้องเล็กสเปคแรง รุ่น TURBO EL ราคา 1.475 ล้านบาท และจากการเปิดรับยอดจองตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ ประสบความสำเร็จสวยหรูตัวเลขทะลุ 2800 คัน ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดกว่า 50% ของยอดจองทั้งหมด คือ  รุ่น TURBO EL ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้

การทดลองขับครั้งแรกในประเทศไทย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของ All-new HONDA ACCORD เจเนอเรชั่นที่ 10 โดยโฟกัสไปที่รุ่น TURBO EL ที่เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกถึงมือลูกค้าไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่รุ่น HYBRID จะตามออกมาให้ลูกค้าพิสูจน์ของจริงในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ สำหรับเส้นทางที่ใช้ทดลองขับจะเน้นการขับขี่ในรูปแบบของการใช้งานจริงทั้งในเมือง และนอกเมือง ภายใต้เส้นทางภาคเหนือ จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่ อ.ดอยสะเก็ด รวมระยะทางไปกลับกว่า 172 กิโลเมตร

ก่อนเริ่มกิจกรรมทดลองขับก็เป็นธรรมเนียมที่ต้องทำความรู้จัก กับข้อมูลรายละเอียดตัวรถในเบื้องต้น จากทีมวิศวกรและทีมการตลาดของฮอนด้า นำโดย มร. เท็ตซึยะ มิยาฮะระ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา HONDA ACCORD ใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และคุณมนวรา เพชรพลากร ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์นำโดยคุณ ศิริพร ศรีสุข ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

All-new HONDA ACCORD เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการพัฒนาผ่านแนวคิด Absolute Confidence มุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจสูงสุด ทั้งในด้านการขับขี่และการได้เป็นเจ้าของ แบ่งเป็น 3 แนวทางหลักๆ คือ Dynamics ความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว ทั้งในด้านดีไซน์ และสมรรถนะการขับขี่ , Captivating ความมีเสน่ห์และน่าดึงดูดของรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และ Upscale ยกระดับคุณภาพการพัฒนายนตรกรรมให้สง่างาม และเหนือระดับเกินคลาส นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมจะมีน้ำหนักเบาลง 2 % ( รวม 56 กก.) ทนทานต่อการหักงอเพิ่มขึ้น 24 % ทนต่อการบิดตัวเพิ่มขึ้น 32 % และตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง 1 % ช่วยให้ขับขี่ได้มั่นคงมากขึ้น รวมถึงการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ด้วยการฉีดโฟมบริเวณหลังคา เสาประตูรวม 10 จุด จากการทดลองขับก็ถือว่าห้องโดยสารค่อนข้าง นิ่ง เงียบ เสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ พื้นถนน และลมปะทะจากภายนอกอยู่ในระดับที่ดีขึ้น

แรกสัมผัสการดีไซน์ภายนอก ต้องบอกว่ามีรูปลักษณ์และรูปทรงตัวรถ ต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน การดีไซน์รายละเอียดต่างๆเน้นการผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ผ่านชิ้นงานที่ดูเรียบหรูแต่ประณีตในทุกรายละเอียด ด้านหน้าเด่นสุดต้องยกให้กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่ออย่างกลมกลืนกับไฟหน้าทรงเฉียบแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED ติดตั้งอยู่ในกรอบเดียวกัน ด้านข้างตัวถังมีความโค้งมนเรียบเนียนตัดกับเส้นสายที่เฉียมคม พร้อมโชว์ความเรียบหรูด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ในขณะที่ด้านท้ายรูปทรงดูคล้ายรถตัวถัง Fastback จากความลาดเทของเสาท้ายไปจรดฝากระโปรง แต่ความโดดเด่นสะดุดตาที่สุดต้องยกให้กับรูปทรงของไฟท้ายใหม่แบบ LED สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ HONDA ACCORD ใหม่ ได้อย่างชัดเจน

ภายในห้องโดยสารได้รับการดีไซน์ใหม่หมดเช่นเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอก องค์ประกอบโดยรวมมีความสวยงาม หรูหรา ประณีต สู่สีกับรถยุโรปในคลาสใกล้เคียงกัน การตกแต่งเน้นความหรูจากลายไม้สีเข้มผสานกับความล้ำสมัยจากการตกแต่งลูกเล่นโครเมี่ยม ในขณะที่การหุ้มเบาะนั่งและแผงข้างประตู สามารถเลือกโทนสีตามใจชอบได้ทั้งหนังสีดำ และสีไอวอรี่เบจ ล้มตัวลงนั่งเบาะผู้ขับมีขนาดใหญ่ รูปทรงกึ่งสปอร์ตมีปีกโอบรับเต็มแผ่นหลัง ตัวเบาะบริเวณฐานรองนั่งช่วงสะโพกมีการปรับตำแหน่งให้ต่ำลง เน้นอารมณ์ใกล้เคียงการขับรถสปอร์ตมากกว่าซีดานหรูที่คุ้นเคย คนตัวเล็กหรือใครที่ชอบนั่งเบาะสูงๆก็ไม่ต้องตกใจ สามารถปรับเบาะให้เข้ากับสรีระได้ถนัดแน่ๆจากระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง และมีระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Seat) ขับหลายคนไม่ต้องปรับเบาะบ่อยๆ เมื่อดับเครื่องยนต์หรือสตาร์ทรถเบาะยังสามารถเลื่อนเข้าออกอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาขึ้น-ลงรถ

ทางด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ก็สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานได้ค่อนข้างครบด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว (สวิทซ์ควบคุมอยู่ที่พวงมาลัยด้านซ้าย) , ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay , ติดตั้งช่องเชื่อมต่อ USB เฉพาะด้านหน้า 2 ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลาง น่าเสียดายที่ด้านหลังไม่มีช่องเสียบเพิ่มเหมือนรุ่น HYBRID , ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเป็นแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง , ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) สามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์และสั่งการเปิดเครื่องปรับอากาศได้จากระยะไกล , พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านรอบวงไม่ใหญ่มากออกแนวสปอร์ตนิดๆจับถนัดมือ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชันควบคุมเครื่องเสียงและปุ่ม รับ-วางสายโทรศัพท์ รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI ด้านหลังพวงมาลัยติดตั้ง Paddle Shift สามารถเปลี่ยนเกียร์ - + เข้าโหมด M ได้ทันทีตามจังหวะความเร็วที่เหมาะสม เมื่อเข้าโหมด M แล้วจะมีเลขบอกตำแหน่งเกียร์ทั้ง 7 จังหวะที่แผงหน้าปัด โดยสามารถลากรอบได้สุดทุกเกียร์จนถึงเรดไลน์เกียร์ก็จะปรับตำแหน่งขึ้นให้เอง เพื่อป้องกันความเสียหายของเครื่องยนต์

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานรถรถยนต์ฮอนด้ายุคนี้ ทั้งระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) , กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) , ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) , ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และติดตั้งถุงลม 6 ตำแหน่งเพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในรุ่น TURBO EL น่าเสียดายที่ระบบความปลอดภัยยุคใหม่ (honda sensing) ยังขาดหายไป ด้วยเหตุผลเรื่องราคาค่าตัวที่เป็นข้อจำกัด

ในรุ่น TURBO EL ที่ทดลองขับให้สมรรถนะความแรงจากเครื่องยนต์เบนซิน ไดเร็คอินเจ็คชั่น 1.5 Di VTEC TURBO พื้นฐานเดียวกับ Civic Turbo RS แต่ปรับเซ็ทเครื่องยนต์ใหม่หลายจุด   โดยเฉพาะเทอร์โบใช้คนละชุดเน้นเพิ่มแรงอัดอากาศดียิ่งขึ้น ฝาสูบก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ และโปรแกรมในกล่องควบคุมใหม่หมดเน้นปรับจูนให้มีกำลังมากขึ้น สามารถรองรับขนาดตัวถังใหญ่โตและน้ำหนักตัวรถที่มีมากถึง 1,464 กิโลกรัมได้สบายหายห่วง!

พื้นฐานของเครื่องยนต์จะเป็นแบบ 4 สูบแถวเรียง ความจุ 1,498 ซีซี  DOHC 16 วาล์ว i-VTEC TURBO อัตราส่วนการอัด 10.3:1 ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ CVT เทคโนโลยี Earth Dream ทำการเซ็ทอัตราเกียร์ทดเกียร์ใหม่และปรับปรุงทอร์คคอนเวอร์เตอร์ใหม่ ให้ตอบสนองไว ลากรอบได้ยาว ต่อเนื่อง ไร้อาการกระตุก สอดคล้องกันได้อย่างลงตัวกับความเร็วของเครื่องยนต์

ก่อนการทดลองขับฮอนด้าการันตีสมรรถนะของเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบรุ่นนี้ว่าให้ความแรงกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิมที่ตัวเลขสวยๆ 16.4 กม./ลิตร พร้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับพลังงานทางเลือกสูงสุดถึง E85 เมื่อถึงเวลาทดลองขับใช้งานจริง ต้องบอกว่าค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับสมรรถนะอันร้อนแรงของเครื่องยนต์ขนาดเล็กบล็อคนี้ที่มีความจัดจ้านเกินตัว ให้อารมณ์ความสนุกต่างจากซีดานขนาดกลางหลายๆรุ่นที่คุ้นเคยมาก่อนหน้านี้  โดยเฉพาะการเร่งความเร็วที่ทันใจ ไหลลื่นต่อเนื่องตั้งแต่ออกตัว โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม เราลองจับเวลาได้ประมาณ 9.6 วินาที ถือว่าไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับบุคลิกของรถในคลาสนี้ที่ออกแนวหรูเน้นความนุ่มนวลขับสบายเป็นหลัก

ช่วงออกนอกเมืองถนนเริ่มโล่งลองกดคันเร่งหนักๆไล่ระดับความเร็วอย่างต่อเนื่อง ด้วยกำลังของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ พร้อมแรงบิดสูงแสดงผลหยืดหยุ่นตั้งแต่รอบต่ำ และระบบเกียร์แบบ CVT ที่ทำงานผสมผสานกันอย่างเข้าขา ความเร็วปรับลดขึ้นลงได้อย่างไหลลื่น ทำให้การเร่งความเร็วทั้งจังหวะออกตัวจากการติดไฟแดง หรือเร่งแซงช่วงรอบกลางไปสู่รอบสูงอยู่ในระดับที่ทันใจเพียงต่อการใช้งาน อัตราเร่งแซงเมื่อความเร็วเริ่มลอยตัวประมาณ 80-120 กม./ชม.วัดได้ประมาณ 6.1 วินาที และถ้าใจถึงก็พึ่งได้ เผลอลองไม่ยกคันเร่งแช่กันยาวๆช่วงถนนโล่งก็ไหลไปเตะเลขสองได้อย่างเนียนๆ แบบไม่ต้องเค้นคันเร่งกันนาน

เมื่อถึงเวลาต้องปรับลดความเร็วแบบทันท่วงที เครื่องยนต์รุ่นนี้มีการลดความเร็วกับลดตำแหน่งเกียร์ที่ค่อนข้างสัมพันธ์ไม่รู้สึกถึงการกระตุกหรือดึงรอบจนกระชากมากนัก  และระบบเบรกก็ทำหน้าที่ในการปราบพยศความแรงของม้าทั้ง 190 ตัว ได้ชะงัก กดลงไปเบาๆจับไว เอาอยู่ทันใจ พร้อมกับน้ำหนักการเบรคที่นุ่มนวลพอดีๆ วางใจได้เลย!

นอกจากนี้ยังมีโหมด Sport  ให้เลือกใช้งาน จากสวิทซ์ควบคุมด้านหลังคันเกียร์ เมื่อกดให้ทำงาน มาตรวัดรอบจะเปลี่ยนรูปแบบโชว์มาตรวัดบูสท์เทอร์โบแสดงอยู่วงนอกด้านในและมีตัวอักษร Sport แถบสีแดงโชว์บนกึ่งกลางแผงหน้าปัดให้เห็นชัดเจน ในโหมดนี้รอบเครื่องจะขยับสูงขึ้นกว่าโหมดปกติ หรือ โหมด Econ ประมาณ 500-1000 รอบ ที่ความเร็วเท่าเดิม ทำให้เมื่อกดคันเร่งเพิ่มความเร็วจะตอบสนองเร็วขึ้น เหมาะกับการขับบู๊บนถนนแบบเลนสวนที่ต้องเร่งแซงบ่อยๆช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 

การควบคุมรถไม่ว่าการขับขี่ในเมืองหรือนอกเมือง รวมถึงการขับเข้าโค้งขึ้น-ลงเขาในบางช่วง ต้องบอกว่าขนาดตัวถังที่ใหญ่แแบบนี้ก็ไม่ทำให้รู้สึกถึงความอืดอาด สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว การบังคับเลี้ยวผ่านพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า แปรผันตามความเร็วได้ดี เบาแรงเลี้ยวง่ายช่วงความเร็วต่ำ และหนักแน่นมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงไม่รู้สึกเบามากจนขาดความมั่นใจ รวมทั้งการบังคับเลี้ยวผ่านโค้งต่างๆด้วยความเร็วประมาณ 80-100 กม./ชม. มีความแม่นยำ ควบคุมรถได้ง่ายไม่เครียด ขณะเดียวกันระบบช่วงล่างที่มีการพัฒนาใหม่หลายจุดเน้นความแข็งแรงมากขึ้นพร้อมลดน้ำหนักให้เบาลง ลดแรงเฉื่อยของชิ้นส่วน และปรับตำแหน่งจุดยึดต่างๆใหม่ ภายใต้โครงสร้างพื้นฐาน ด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง จะให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดีขึ้นในสไตล์นุ่มนวลผสานความหนึบแน่นแบบพอดีๆ น่าจะถูกใจทั้งคนชอบขับนุ่มๆสบายๆไปเรื่อยๆแบบรถครอบครัว และคนชอบขับรถเร็วแบบวัยรุ่นก็เอาอยู่ให้การทรงตัวในทุกสภาพถนนได้อย่างมั่นใจ

การทำตลาด All-new HONDA ACCORD รุ่น TURBO EL เคาะราคาจำหน่าย 1,475,000 บาท ถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาถูกกว่ารุ่น HYBRID พอสมควร  โดยความคุ้มค่าเบื้องต้น นอกจากราคาค่าตัว และความแรงที่ดีเกินคาด เมื่อขับขี่ใช้งานปกติในชีวิตประจำวันต้องบอกว่าให้ความประหยัดสมเหตุสมผลในเมืองอย่างน้อยๆ 11-13 กม./ลิตร นอกเมืองขับด้วยความเร็วคงที่ตามกฎหมาย 16-18 กม./ลิตร มีให้เห็นแน่ๆ ตรงนี้จึงเป็นความคุ้มค่าล่าสุดที่จะหาได้จากเครื่องยนต์ยุคใหม่ แบบ Downsizing Engine ปรับขนาดเล็กลง แต่แรงและประหยัดน้ำมันมากขึ้น!!

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถยนต์ All-New Honda Accord รุ่นนี้ยังมาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งระดับพรีเมียมโมดูโล (Modulo) รอบคัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็กเกจ

-Modulo Aero Supreme Package ราคา 43,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น สปอยเลอร์หลัง แบบดักเทล กระจังหน้าแบบสปอร์ต และคิ้วกันชนหลังโครเมียม

-Modulo Aero Sport Package ราคา 30,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และสปอยเลอร์หลัง แบบดักเทล

-Modulo Aero Smart Package ราคา 22,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น

รายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมคลิกhttps://hondaaccess.co.th/line-up/honda-accord/

ท้ายสุดเมื่อเป็นเจ้าของยังสร้างความมั่นใจด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ เพิ่มอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance)

 

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันอังคาร, 09 กรกฎาคม 2562 01:47
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing