ตุลาคม 21, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ New Mercedes-Benz GLA 200 Urban จุดเริ่มต้นของสายลุย จากค่ายดาวสามแฉก! | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By มิถุนายน 11, 2562 620

[TestDrive] New Mercedes-Benz GLA รุ่นล่าสุด ปัจจุบันแบ่งรุ่นย่อยในการทำตลาดเป็น 3 ทางเลือก เริ่มจากพี่ใหญ่รุ่นสูงสุดจัดอยู่ในกลุ่มรถแรงจากสายพันธุ์ Mercedes-AMG รุ่น GLA 45 4MATIC ตามด้วยชายกลางบุคลิกสปอร์ต Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic และน้องเล็กสายลุยรุ่นเริ่มต้นในการบุกตลาดเอสยูวี Mercedes-Benz GLA 200 Urban ที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้

Mercedes-Benz GLA ค่ายดาวสามแฉกวางตำแหน่งทางการตลาดตามบุคลิก และสไตล์การออกแบบตัวรถให้อยู่ในกลุ่ม Premium Compact Car ประเภท SUV ด้วยรูปลักษณ์ออกแนวตัวลุยเล็กๆตัวถังยกสูง ดูบึกบึนแข็งแรงมากกว่ารถรถเก๋ง แต่การดีไซน์โดยพื้นฐานก็ไม่ทิ้งความหรู ภูมิฐาน ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือการขับขี่ท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อนก็ตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องความอเนกประสงค์ที่มีมากกว่ารถเก๋ง

 

Mercedes-Benz GLA 200 Urban รุ่นที่ทดลองขับ ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์ในแบบฉบับรถยนต์คอมแพ็ค ที่ผสานกับความสปอร์ต อเนกประสงค์ เหมาะทั้งการขับขี่ภายในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดี จุดเด่นอยู่ที่การยกตัวถังให้สูงขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดให้ดีขึ้น พร้อมวางตำแหน่งที่นั่งให้ยกสูงขึ้นช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการมองที่ชัดเจน กว้างไกลกว่ารถเก๋งตัวถังต่ำ ในขณะที่การดีไซน์รูปลักษณ์ดูสมบุกสมบันแบบรถเอสยูวี พร้อมอัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจตามสไตล์รถหรูยุคใหม่เต็มคัน ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้าแบบ LED High Perfomance ให้คุณสมบัติการส่องสว่างด้วยอุณหภูมิแสงที่ใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาผู้ขับขี่เมื่อต้องขับรถในเวลากลางคืน พร้อมระบบ Adaptive highbeam Assist ช่วยปรับไฟสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ เพื่อลดการบดบังทัศนวิสัยของผู้ร่วมใช้ถนน และติดตั้งไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้า ถัดมาเป็นกระจังหน้าทรงสวยเสริมความดุดันผสานความล้ำสมัยด้วยโทนสีบรอนซ์เงิน บริเวณหลังคาติดตั้งราวหลังคาอลูมิเนียมตามสไตล์รถอเนกประสงค์ ด้านท้ายรถรูปทรงบึกบึนสมส่วนเน้นความโดดเด่นด้วยไฟท้ายมีดีไซน์ทันสมัยสีสีนคมชัด พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ประตูบานท้ายสะดวกสบายด้วยระบบเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มองต่ำลงมาเสริมความดุดันด้วยปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่ท่อ และรุ่น GLA 200 Urban ยังติดตั้งล้ออัลลอย ลายสวยแกร่งแบบ 5 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/50R18

ภายในห้องโดยสารการดีไซน์อุปกรณ์ต่างๆออกแนวเรียบหรู ตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มตัดกับลูกเล่นสีโครเมี่ยมทั่วทั้งคัน  บริเวณคอนโซนกลางสิ่งที่ชวนมองที่สุด คือหน้าจอขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบมัลติมีเดียครบถ้วนทั้ง วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ช่องเสียบUSB ใช้เล่นเพลงและชาร์จโทรศัพท์ , ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (BlueTooth) , รองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation) , ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay) ฯลฯ บริเวณคอนโซนกลางยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THEMOTRONIC แบบ 2 โซน ช่วยกระจายความเย็นได้อย่างอิสระตามใจผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ในโซนควบคุมแฝงหน้าปัดเป็นทรงกลมแต่งสปอร์ต พร้อมกับเข็มไมล์สีแดงอ่านค่าต่างๆ ได้ชัดเจน , พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านหุ้มหนัง พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นควบคุมชุดเครื่องเสียง และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่แผงหน้าปัด ด้านหลังพวงมาลัยยังมาพร้อมแพ็ทเดิ้ลชิฟช่วยเติมเต็มความสนุกในการขับขี่ เบาะนั่งมีขนาดใหญ่ทรงกึ่งสปอร์ตนั่งได้สบาย รองรับสรีระได้พอดี จากการปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ พร้อมตกแต่งเบาะนั่งด้วยการหุ้มหนัง ARTICO โทนสีดำเดินด้ายขาวดูเรียบๆ ไม่วือหวาแบบสปอร์ตเหมือนพี่น้องร่วมสายพันธุ์เวอร์ชั่น AMG ส่วนเบาะนั่งด้านหลังมีความกว้างขวางสมตัว นั่งได้สบายไม่อึดอัด มาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ตัวเบาะสามารถพับได้หลายแบบทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระหลายรูปแบบ และบริเวณที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเมื่อไม่พับเบาะก็จัดว่ามีขนาดใหญ่ใส่สัมภาระได้เยอะมากกว่ารถเก๋งที่มีขนาดตัวถังใกล้เคียงกัน แถมยังมีช่องจ่ายไฟขนาด 12 โวลต์ รองรับการใช้งานแบบอเนกประสงค์

สมรรถนะการขับเคลื่อน GLA 200 Urban เน้นให้ความแรงแบบพอเพียงต่อการใช้งานจากเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก เมื่อขับขี่ใช้งานสบายๆไม่เร่งรีบโดดเด่นด้วยความประหยัดที่คุ้มค่า แต่เมื่อถึงเวลาอยากสนุกก็ซุกซ่อนเขี้ยวเล็บด้วยการกระตุ้นพลังจากเทอร์โบ  โดยพื้นฐานของเครื่องยนต์จะเป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาดความจุ 1,595 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด156 ที่ 5,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT ดูอัลคลัตช์ ปรับจูนการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วกว่าเกียร์ธรรมดา จึงให้ฟิลลิ่งการขับขี่ที่สนุกช่วงรอยต่อเกียร์กว้างลากรอบได้ยาวๆไร้อาการกระตุก เมื่อลองเข้าโหมด M ควบคุมตำแหน่งเกียร์จากแป้นแพ็ทเดิ้ลชิฟยิ่งเติมความดิบขับสนุกกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วๆไปอย่างชัดเจน ช่วงออกตัวการรันตีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ไว้ที่ 8.1 วินาที ส่วนการเร่งแซงด้วยการคิกดาวน์เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงจะสัมผัสได้ถึงแรงดึงเล็กๆพร้อมความเร็วที่พุ่งทะยานพอให้สนุกตื่นเต้นได้บ้าง และช่วงความเร็วปลายไหลไปได้ยาวๆไม่แพ้รถเครื่องใหญ่ ความเร็วพุ่งทะลุไปได้ถึง 215 กม./ชม.!!

ในการขับขี่ใช้งานทั่วๆไป GLA 200 Urban ยังมีโหมดของการขับเคลื่อนให้เลือกตามความต้องการแบ่งเป็น 3 โหมดหลักๆ เลือกใช้งานได้จากสวิทซ์ DYNAMIC SELECT บริเวณคอนโซนกลาง เริ่มจากโหมด Sport  เอาใจคนชอบความแรง เน้นการบังคับควบคุมที่นิ่งแม่นยำผสานการทำงานกับระบบกันสะเทือนมีความแข็งหนักแน่นแบบสปอร์ต พร้อมการตอบสนองของคันเร่งรวดเร็วเป็นพิเศษ และยังปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้ความว่องไวพุ่งทะยานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ต่อด้วยโหมด Comfort โหมดการขับขี่แบบมาตรฐานมุ่งเน้นความนุ่มนวลขับสบายในทุกสภาพถนน ส่วนสายชิลที่ชอบความคุ้มค่าในการใช้งาน ก็ควรเลือกโหมด Eco ที่จะช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมันสูงสุดในทุกช่วงความเร็ว ซึ่งการทดลองขับแบบเดินทางไกลด้วยโหมด Eco ใช้ความเร็วประมาณ 90-110 กม./ชม. จากกรุงเทพฯปลายทางพัทยา เราลองวัดผลจากค่าเฉลี่ยบนแผงหน้าปัดทั้งขาไปและกลับทำได้ประมาณ 16-17 กม./ลิตร!

การรองรับแรงสั่นสะเทือนและการยึดเกาะถนนของ GLA200 Urban ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์พร้อมชิ้นส่วนของช่วงล่างที่ทำจากอะลูมินั่มอัลลอยเพื่อลดน้ำหนัก ผสานกับตัวถังของรถยนต์แบบเอสยูวีหรือครอสโอเวอร์ยกสูง การขับขี่ใช้งานในเมืองด้วยความเร็วปกติจะให้ความรู้สึกถึงความแข็ง หนักแน่น นำหน้าความนุ่มนวลแบบรถเก๋ง แต่ก็ไม่ถึงกับกระด้าง หรือกระเด้ง ยังนั่งได้สบายตามมาตรฐานรถหรูจากดวงดาว ส่วนช่วงใช้ความเร็วสูง ผ่านสภาพถนนหลายรูปแบบทั้งทางตรงและทางโค้ง ถือเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้อาการโคลงหรือส่ายแทบไม่ปรากฎให้เห็น

ทางด้านความปลอดภัยในการขับขี่ ให้ความอุ่นใจ ด้วยการติดตั้งระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) เป็นระบบความปลอดภัยมาตรฐาน โดยระบบนี้จะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่ระยะห่างระหว่างรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ขับอยู่กับรถยนต์คันข้างหน้านั้นมีน้อยเกินไป และหากจำเป็น ระบบจะสั่งชะลอหรือหยุดรถให้โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะที่เหมาะสม รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน ทั้งถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ,เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง , กล้องแสดงภาพด้านหลังสำหรับถอยรถ , โปรแกรมควบคุม การทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) , ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) , ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)

ราคาจำหน่าย New Mercedes-Benz GLA รุ่นล่าสุดสำหรับปี 2019

Mercedes-Benz GLA 200 Urban ราคา 2,175,000 บาท

Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic ราคา 2,410,000 บาท

Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ราคา 4,840,000 บาท

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพุธ, 12 มิถุนายน 2562 00:12
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing