สิงหาคม 18, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ New Subaru Forester 2019 เจ้าป่าคอนกรีต จากฐานการผลิตในประเทศไทย (CKD) | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By พฤษภาคม 30, 2562 251

[ TestDrive ] New Subaru Forester ปี2019 เจเนอเรชั่นที่ 5 รุ่นประกอบในประเทศไทย (CKD) เผยโฉมครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2018 ก่อนเริ่มต้นบุกตลาดอย่างจริงจังในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยรถยนต์ 100 คันแรกจากฐานการผลิตในประเทศได้ถูกส่งมอบถึงมือลูกค้า เพื่อพิสูจน์คุณภาพจากการใช้งานจริงเป็นที่เรียบร้อย

ขณะเดียวกันเมื่อมองถึงตัวเลขยอดขายโดยรวมของซูบารุในปีนี้ นับว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง เดือนเมษายนที่ผ่านมามียอดขายทะลุ 300 คัน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 46 % ตรงนี้คงเป็นเพราะคนไทยเริ่มมองเห็นถึงความจริงจัง และตั้งใจในการทำตลาดรถยนต์ในเมืองไทย ทั้งการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ซูบารุ ณ.นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และการเร่งขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ โดยซูบารุมุ่งหวังที่จะจัดตั้งศูนย์บริการให้ได้มากถึง 45 แห่งภายในปีนี้

New Subaru Forester รุ่นนี้ ถือเป็นรถยนต์แบบน็อคดาวน์ (completely knocked-down หรือ CKD) รุ่นแรกที่ถูกประกอบขึ้นในประเทศไทย เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา โดยปีแรกตั้งเป้าผลิตให้ได้มากกว่า 6,000 คัน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารถยนต์ซูบารุในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มมากขึ้น

ในด้านคุณภาพตัวรถโดยรวมของ New Subaru Forester เวอร์ชั่น CKD ก็วางใจได้ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับโรงงานประเทศญี่ปุ่น โดยยึดมั่นใน 4 เทคโนโลยีหลักที่ครองใจแฟนค่ายดาวลูกไก่ทั่วโลก ประกอบด้วย ซูบารุ โกลบอล แพลทฟอร์ม (Subaru Global Platform) , ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) , เครื่องยนต์แบบ Boxer และเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยยุคใหม่ EyeSight ซึ่งการบุกตลาดในประเทศมาพร้อม 3 ทางเลือก เริ่มจากรุ่นท็อป Subaru Forester 2.0 i-S EyeSight , Subaru Forester 2.0 i-S และSubaru Forester 2.0 i-L

สำหรับการทดลองขับ New Subaru Forester เป็นครั้งแรกในเมืองไทย ทางซูบารุได้เชิญสื่อมวลชนไทย ร่วมกิจกรรมทดลองขับแบบวันเดย์ทริป เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ - บางแสน ชลบุรี เน้นการขับขี่แบบขับท่องเที่ยวสบายๆพร้อมร่วมกิจกรรม Walk Rally ท่องป่า ส่องสัตว์ ณ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

New Subaru Forester ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์และโครงสร้างตัวรถในสไตล์รถเอสยูวีแท้ๆ เช่นเดียวกับ Forester รุ่นที่ผ่านๆมา   ตัวถังสร้างจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูง ให้ความทนทานและความแข็งแกร่ง พร้อมขัดเกลารูปโฉมใหม่หมดให้สวยงาม ล้ำสมัย และแฝงไว้ด้วยความดุดันแบบสปอร์ตตามสไตล์นิยมของรถยนต์ซูบารุยุคใหม่ ใบหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าเรียวคม พร้อมลูกเล่นการส่องสว่างแพรวพราวแบบ LED กระจังหน้าดูเรียบๆเป็นสีดำขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยเส้นโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา และดีไซน์กันชนทรงสปอร์ตมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED  ขณะที่ด้านท้ายรูปทรงดูบึกบึนแบบเอสยูวีมากกว่าตัวถังแบบรถครอสโอเวอร์ที่หลังคาโค้งลาดเทไปด้านหลัง พร้อมเน้นความโดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายที่ดีไซน์ใหม่รูปทรงสะดุดตา และเพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดสปอยเลอร์ขนาดใหญ่แนบชายหลังคาทอดยาวมาจนถึงเสาท้ายทั้งสองด้าน นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการลุยด้วยความสูงจากพื้นถนนกับตัวรถมากถึง 220 มม. (Ground Clearance) มากกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกันพอสมควรที่ส่วนใหญ่จะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 185 -198 มม.

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบใหม่เน้นความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ต่างคู่แข่งในคลาสเดียวกัน แถมยังให้ความอเนกประสงค์ด้วยช่องใส่ของต่างๆรอบคัน และที่น่าสนใจคือการติดตั้งช่องเสียบชาร์จ USB หลายจุดทั้งบริเวณคอนโซลกลางด้านหน้าและบริเวณช่องแอร์ด้านหลังระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า

เมื่อล้มตัวลงนั่งกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องโดยสารค่อนข้างปลอดโปร่ง มองเห็นทัศนวิสัยรอบทิศทางได้อย่างชัดเจน เริ่มปรับท่านั่งพวงมาลัยจะเป็นแบบ 3 ก้านหุ้มหนังจับได้ถนัดมือดี มาพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นมีปุ่มควบคุมข้อมูลระบบการขับขี่ต่างๆที่ก้านด้านซ้าย และครุยส์คอนโทรลที่ก้านด้านขวา ส่วนเบาะนั่งเป็นทรงกึ่งสปอร์ตนั่งได้สบาย รองรับแผ่นหลังและช่วงต้นขาได้ดี เบาะสามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้หลายระดับช่วยในการปรับท่านั่งได้เหมาะสมตามสรีระส่งผลให้การขับขี่มีความมั่นใจ เบาะด้านหลังก็นั่งได้สบาย พื้นที่วางขาเหลือเฟือ ตัวเบาะมีความหนานุ่ม องศาการเอนทำได้พอดี ช่วงขากลับจากบางแสนถึงกทม.เป็นผู้โดยสารนั่งนานๆไม่รู้สึกเมื่อยล้า หลับยาวๆได้สบาย ในด้านความอเนกประสงค์เบาะหลังยังสามารถแยกพับได้ 60:40 และฝาท้ายเปิดได้กว้างให้ความสะดวกสบายในการขนสัมภาระขนาดใหญ่

New Subaru Forester รุ่นล่าสุดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน แบบ Boxer 4 สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดตรง ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที  เครื่องยนต์บล็อคนี้ลดความดิบในการขับเคลื่อนสู่การเป็นรถยนต์ซูบารุยุคใหม่ ที่เน้นการขับขี่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ด้วยการส่งผ่านกำลังจากชุดเกียร์ CVT 7 สปีด เน้นความราบเรียบ นุ่มนวล แต่ตรงนี้ก็ชดเชยความสนุกในการขับขี่ตามยุคสมัยด้วย Manual Mode สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้ทันทีตามใจต้องการจากแป้น Paddle Shift ติดตั้งด้านหลังพวงมาลัย

นอกจากนี้ยังเติมเต็มความสนุกในการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตร กับฟังก์ชัน X-MODE สามารถเลือกคุณสมบัติการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางผ่านปุ่มควบคุมด้านหลังคันเกียร์ ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย โดยระบบจะควบคุมเครื่องยนต์แบบบูรณาการ ทั้งการขับเคลื่อน All – Wheel Drive การส่งกำลัง และระบบเบรกให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด

การทดลองขับครั้งนี้เรามีโอกาสได้สัมผัส New Subaru Forester รุ่น 2.0 i-S หรือรุ่นรองท็อป ราคา 1,380,000 บาท (ราคารวมอุปกรณ์เสริม) รายละเอียดหลักๆที่ต่างจากรุ่นท็อป คือ การขาดหายไปของระบบความปลอดภัย EyeSignt ซึ่งประกอบด้วย  ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติก่อนการชน  ระบบล็อคความเร็วรถแบบแปรผันอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนหรือเมื่อรถส่าย ส่วนออฟชั่นมาตรฐานหรือระบบความปลอดภัย ทั้งในเชิงปกป้องและป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุก็ใส่มาให้ครบเช่นเดียวกัน แต่ที่เป็นจุดเด่นคือการให้ความอุ่นใจด้วยการจัดเต็มกับการติดตั้งถุงลมนิรภัยมากถึง 7 ตำแหน่ง พร้อมปกป้องทั่วห้องโดยสาร

สมรรถนะการขับขี่จากการสัมผัสช่วงสั้นๆต้องบอกว่า New Subaru Forester ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรถยนต์ซูบารุยุคก่อนๆ อย่างชัดเจน จากความดิบเต็มเปี่ยมด้วยฟิลลิ่งดุดันแบบรถสปอร์ตถูกแทนที่ด้วยการขับขี่ที่สะดวกสบาย ให้ความนุ่มนวล ควบคุมรถง่าย เหมาะกับการเป็นรถใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าการเป็นรถซิ่งเน้นขับสนุกแบบเดิม สมรรถนะการขับเคลื่อนจึงออกมาในแนวพอเพียงต่อการใช้งาน ช่วงออกตัวเร่งความเร็วได้ทันใจแบบเนียนๆเน้นความราบเรียบในการไต่ระดับความเร็ว ช่วงรอบกลางๆการเร่งแซงก็ทำได้ทันใจพอสมควร แต่ต้องเติมคันเร่งให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงานของเกียร์ CVT ถ้ากดลึกจัดหนักทันทีรอบจะตวัดสูงนำหน้าเข็มไมล์โดยไม่จำเป็น ช่วงถนนโล่งถ้าลองไล่ระดับความเร็วไปเรื่อยๆ ก็มีความเร็วสูงสุดรองรับไว้ถึง 193 กม./ชม.

ส่วนจุดเด่นของเครื่องยนต์รุ่นนี้ นอกจากความแรงที่เพียงพอต่อการใช้งาน คือการขับขี่บนท้องถนนทั่วๆไปจะให้ความประหยัดที่คุ้มค่าไม่เป็นรองรถยนต์ในคลาสเดียวกัน โดยซูบารุการันตีความประหยัดตามมาตรฐานอีโค สติกเกอร์ไว้ที่  7.4 ลิตร/ 100 กม. หรือ 13.5 กม./ลิตร ซึ่งตรงนี้เราลองจับอัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์จากค่าเฉลี่ยบนแผงหน้าปัดหลายๆช่วงการขับขี่ก็ทำได้ใกล้เคียงกัน

เรื่องราวทั้งหมดเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกจากการขับขี่ New Subaru Forester 2019 ช่วงเวลาสั้นๆ เท่าที่จะเก็บข้อมูลมาฝากกันได้ เอาไว้เรามีโอกาสทดลองขับยาวๆแบบใช้งานจริงจะนำเสนอข้อมูลการขับขี่โดยละเอียดให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง โปรดติดตามกันต่อไปครับ!!

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันอังคาร, 04 มิถุนายน 2562 00:02
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing