มิถุนายน 27, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ HONDA CIVIC ใหม่ ! สีสันดึงดูดใจ ผสานความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น จากเทคโนโลยี Honda SENSING | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

[ TestDrive ] HONDA CIVIC ถือเป็นซีดานรุ่นยอดนิยมอันดับต้นๆของเมืองไทยที่ผ่านการทำตลาดมาอย่างยาวนาน รุ่นปัจจุบันเดินทางก้าวสู่เจเนอเรชั่นที่10 ในเดือนมีนาคมปี 2016  ผ่านมาถึงปัจจุบันปี 2019 กระแสความนิยมของรถรุ่นนี้ยังคงร้อนแรง ด้วยยอดขายที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง และเมื่อนับรวมกับทุกเจเนอเรชันที่ทำตลาดในเมืองไทย HONDA CIVIC มียอดขายสะสมมากกว่า 5 แสนคัน!

สำหรับ New HONDA CIVIC รุ่นล่าสุด เปิดตัวด้วยสีสันใหม่ที่ดึงดูดใจมากขึ้น ทั้ง สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ และสีขาวแพลทินัม ในรุ่นท็อป 1.5 TURBO RS ที่เราทดลองขับในครั้งนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ล่าสุด  Honda SENSING ช่วยเสริมความอุ่นใจในทุกการขับขี่

รูปลักษณ์ภายนอกของ New HONDA CIVIC 1.5 TURBO RS ที่เราเน้นทดลองขับในครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นรถซีดานที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แต่การดีไซน์รูปลักษณ์กับให้ความรู้สึกสปอร์ตเร้าใจด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน พร้อมเสริมความดุดันยิ่งขึ้นด้วยการตกแต่งสไตล์สปอร์ต กันชนหน้าและกระจังหน้าใหม่แบบ RS เน้นสีดำเงาตัดกับสีสันตัวถัง เชื่อมต่อกับไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Light (DRL) ในขณะที่ด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED รูปทรงตัว C เอกลักษณ์เฉพาะของ Civic ใหม่ พร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED กันชนหลังตกแต่งด้วยแถบคาดโครเมียมใหม่ บริเวณหลังคาติดตั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ให้ความโฉบเฉี่ยวและหรูหรา และเพิ่มความลงตัวด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตสีทูโทน แต่ถ้ายังสปอร์ตไม่สะใจ ยังมีชุดตกแต่งจากโมดูโล (Modulo) ให้เลือกสรรตามใจชอบ ทั้งไฟตัดหมอก สเกิร์ตข้าง คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า คิ้วตกแต่งกระจกมองข้างโครเมียม คิ้วกันสาดขอบโครเมียม สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ฯลฯ

ภายในห้องโดยสาร ในรุ่น1.5 TURBO RS ให้ความรู้สึกหรูหรา ผสานความสปอร์ต ด้วยการดีไซน์ในโทนสีดำทั่วทั้งคัน พร้อมพวงมาลัย เบาะนั่ง หุ้มหนังสีดำเดินด้ายสีแดงเพิ่มความเร้าใจ คอนโซลตกแต่งลูกเล่นแบบ Piano Black ให้ความหรูแบบล้ำๆ บริเวณแผงคอนโซลกลางได้รับการออกภายใต้แนวคิด “Tech Center” ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางเทคโนโลยี ด้านบนสามารถแยกออกเป็น 2 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับช่องเชื่อมต่อได้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมนำเสนอฟังก์ชั่นที่ทันสมัยในการใช้งาน ทั้งหน้าจอแสดงผลการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย (Hands-free Telephone) สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง สวิตช์รับและวางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย พร้อมสวิตช์สั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri ช่องเชื่อมต่อ USB พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง ตอบสนองโลกโซเชียลได้อย่างเพียงพอ ขณะที่การออกแบบแผงหน้าปัดและมาตรวัดต่างๆจะมีลูกเล่นความล้ำสมัย ด้วยจอแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ แสดงภาพคล้ายๆจอมือถือ ในชุดมาตรวัดประกอบด้วย มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์  มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ตรงกลางด้านในมีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอลทันสมัย สามารถอ่านค่าการทำงานต่างๆได้ชัดเจน

ในโซนควบคุมเด่นที่พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังเดินด้ายแดงเพิ่มความสปอร์ต เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น ก้านด้านซ้ายติดตั้งปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง , ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ , ปุ่มควบคุมข้อมูลการขับขี่ และก้านด้านขวาติดตั้งปุ่มควบคุมระบบความปลอดภัยใหม่ๆทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบช่วยเตือนรถให้อยู่ในช่องทางจราจร นอกจากนี้ยังมีออฟชั่นน่าสนใจที่รถยนต์ยุคใหม่ควรมี.ทั้งระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบกดปุ่ม พร้อมระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เปิดเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท สามารถสั่งการได้จากระยะไกล , เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง , ติดตั้งกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง ช่วยเสริมความปลอดภัยในการถอยจอดได้มากทีเดียว

HONDA CIVIC รุ่น  1.5 TURBO RS ที่เราทดลองขับในครั้งนี้ ให้ความแรงจากเครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม รองรับพลังงานทางเลือก E85 พื้นฐานเป็นแบบ 4 สูบ ขนาดความจุ 1.5 ลิตร 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์ว Dual Valve Timing Control DOHC VTEC TURBO  ฉีดน้ำมันตรงแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น  ท่อไอดีแบบตรงเพิ่มการอัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดมากถึง 173  แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุดแบบ flat torque  220 นิวตัน-เมตร 1700 -5500 รอบ/นาที   ซึ่งการนำเครื่องยนต์ขนาดเล็กมาใช้เป็นเทรนด์ของรถยนต์ยุคใหม่ที่นิยมในตลาดโลก เพราะถึงเครื่องจะเล็กก็ถูกพัฒนาให้มีความแรงพอๆ กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แถมด้วยความประหยัดที่คุ้มค่า ถ้าวิ่งทางไกลใช้ความเร็วคงที่ไม่สูงมาก ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับอีโคคาร์ ซึ่งการทดลองขับแบบใช้งานจริง ขับขี่แบบปกติไม่ได้ขับช้าหรือเร็วจนเกินไป ที่ความเร็วประมาณ 100-120 กม./ชม. ค่าเฉลี่ยในการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 16-17 กม./ลิตร!

ส่วนระบบส่งกำลังเลือกประกบคู่ชุดเกียร์ CVT ใหม่  ที่สามารถรองรับเครื่องยนต์กำลังสูงๆ ได้ดี มีความเร็วที่สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ ทำให้ขับขี่ได้สนุกสนาน ตั้งแต่จังหวะออกตัว ไปจนถึงความเร็วปลายที่สามารถเร่งแซงได้อย่างอุ่นใจ หรือถ้าใครเป็นสายซิ่งนานๆทีอยากหยืดเส้นสายช่วงถนนโล่ง ด้วยการลากรอบสูงกระชากความเร็วแบบสุดๆก็เข้าโหมดเกียร์ S พร้อมจัดการเปลี่ยนเกียร์เองด้วย Paddle Shift ก็ให้ความสนุกเร้าใจ อารมณ์มาเต็มแบบรถสปอร์ต

การทดลองขับครั้งนี้เรายังมีโอกาสได้ทดลองเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกใน HONDA CIVIC รุ่นล่าสุด ซึ่งระบบนี้จะเป็นการผสานการทำงานของเรดาร์กับกล้องด้านหน้าในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถในทุกสถานการณ์การขับขี่ที่มีความซุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน

เริ่มด้วยระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System - CMBS) เป็นระบบที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถเมื่อมีรถคันข้างหน้า หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะที่ไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีที่มีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนองหรือในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow - ACC with LSF) เป็นระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องและเรดาร์ตรวจจับรถคันหน้า เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม โดยระยะห่างสามารถปรับตั้งได้ 4 ระดับที่ปุ่มบริเวณพวงมาลัย  และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามรถคันหน้าอัตโนมัติ ระบบนี้เราได้ทดลองหลายๆช่วงความเร็ว ถือว่าใช้งานได้ดีมากๆ สามารถเซ็ทให้ระบบทำงานตั้งแต่ช่วงความเร็วต่ำ 30 กม./ชม.ขึ้นไป โดยกดปุ่ม MAIN ที่ก้านพวงมาลัยด้านขวา บริเวณแผงหน้าปัดจะขึ้นคำว่า ACC แสดงว่าระบบพร้อมทำงานเมื่อเร่งความเร็วเกิน 30 กม./ชม.ขึ้นไปก็สามารถกดปุ่มคำว่า SET - ล็อคความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติให้ทำงานได้ทันที ถ้าอยากเพิ่มความเร็วตามสภาพเส้นทางก็สามารถกดปุ่มRES+ ได้เลยโดยไม่ต้องกดคันเร่ง จุดสังเกตเมื่อระบบ ACC ทำงานสมบูรณ์ เรดาห์ตรวจจับรถคันหน้าได้จะมีรูปรถเป็นกราฟฟิกแสดงอยู่ด้านบนตัวเลขที่เราล็อคความเร็วไว้ และในกรณีที่ผู้ขับเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วเอง ACC จะตัดการทำงานชั่วคราวและจะกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อความเร็วลดลงมาตามที่เราล็อคไว้ แต่ถ้าผู้ขับจำเป็นต้องเหยียบเบรครถเองระบบจะตัดการทำงานทันที ต้องกดล็อคความเร็วใหม่ให้ระบบกลับมาทำงานอีกครั้ง ระบบนี้ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในเรื่องความปลอดภัยจากการชนท้าย

- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System - LKAS) ทำงานโดยใช้กล้องด้านหน้า ทำหน้าที่ตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้ควบคุมรถอยู่ภายในช่องทางปกติรวมทั้งช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่จากการขับขี่

- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning - RDM with LDW) เป็นระบบที่ใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจรเช่นเดียวกัน หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย  และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง หากรถยังคงเบี่ยงออกนอกช่องทางอย่างไร้การควบคุมจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร จากการทดลองระบบนี้ถือว่าทำงานได้ดี ถ้าเส้นการจราจรมีความชัดเจน บางช่วงผู้ขับแทบไม่ต้องจับพวงมาลัย ระบบจะดึงพวงมาลัยให้รถอยู่ในช่องทางจราจรตลอดเวลา พร้อมมีสัญลักษณ์ขึ้นเตือนที่แผงหน้าปัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ขับก็ต้องมีสมาธิในการควบคุมรถตลอดเวลา ระบบเป็นเพียงตัวช่วยเสริมเท่านั้น

(Credit by Honda)

- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam - AHB) เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือมีรถยนต์ด้านหน้า

- ระบบแสดงภาพในมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lane Watch) เมื่อผู้ขับเปิดให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายหรือกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยว จอบริเวณคอนโซนกลางจะแสดงภาพจากด้านข้างรถโดยอัตโนมัติ ที่มักจะเป็นมุมอับที่กระจกข้างอาจมองไม่เห็น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถที่แซงมาจากด้านข้างฝั่งซ้าย

สำหรับระบบความปลอดภัยอื่นๆ นอกเหนือจาก Honda SENSING ก็ยังให้ความอุ่นใจเช่นเดิม ทั้งในเชิงปกป้องและป้องกัน ไล่ตั้งแต่ การติดตั้งถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้า i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags , เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และเข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง , ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) โดยระบบป้องกันล้อล็อกจะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกในระหว่างที่มีการเบรกกะทันหัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรกถูกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ให้ความสมดุลกับน้ำหนักบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก , ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ช่วยป้องกันการลื่นไถล และให้ความมั่นใจในระหว่างการขับ การเลี้ยว หรือการหยุด และให้การทรงตัวที่ดีของรถยนต์ในทุกทิศทาง , ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน ระบบจะทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก และติดตั้งสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ทำงานทันทีเมื่อมีการเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง ป้องกันการถูกชนท้าย

การทำตลาด New HONDA CIVIC รุ่นล่าสุด มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท , รุ่น TURBO ราคา 1,104,000 บาท , รุ่น 1.8 EL ราคา 964,000 บาท และรุ่น 1.8 E ราคา 874,000 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด   5 สี ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และ 2 สีใหม่  สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) และสีขาวแพลทินัม (มุก) สนใจลองของจริงด้วยตัวคุณเองได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันจันทร์, 03 มิถุนายน 2562 23:49
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing