มิถุนายน 17, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ BMW 3 Series และ X5 เจเนอเรชั่นล่าสุด 2019 ครั้งแรกในเมืองไทย ณ.สนามปทุมธานีสปีดเวย์ | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

By พฤษภาคม 16, 2562 109

[ TestDrive ] บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะการขับขี่ครั้งแรกในเมืองไทย กับ All-new Bmw ซีรีส์ 3 รุ่น 320d Sport , 330i M Sport เจเนอเรชั่นที่ 7 และ All-new Bmw X5 xDrive30d M Sport เจเนอเรชั่นที่ 4 ณ.สนามแข่งรถปทุมธานีสปีดเวย์

กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทย สัมผัสสมรรถนะการขับขี่รถยนต์ทั้ง 3 รุ่น อย่างเต็มที่ โดยแบ่งเป็น 3 สถานี ทั้งการขับขี่แบบใช้งานจริง ออนโรด ออฟโรด และทดสอบสมรรถนะเทคโนโลยีการขับขี่บนสนามแข่งเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การลองของความแรงจากขุมพลังที่เร้าใจ ความคล่องตัวในการควบคุมรถ การยึดเกาะถนน และปิดท้ายลองความปราดเปรียวในการขับขี่แบบ Gymkhana พร้อมการทดสอบฟังก์ชั่น Reversing Assistant ระบบช่วยขับถอยหลังอัตโนมัตในรุ่น 330i M Sport

ในส่วนของการทดสอบการขับขี่บนถนนจริงเราได้สัมผัสรถยนต์ Bmw ซีรี่ส์ 3 ทั้ง 2 รุ่น ภายใต้เส้นทางไป - กลับจากสนามแข่งปทุมธานีสปีดเวย์ – อยุธยา ขณะที่ Bmw X5 ได้ลองขับขี่ทั้งแบบออนโรดทางยาว และยังได้ลองสมรรถนะของระบบช่วงล่างแบบ Adaptive M และระบบขับเคลื่อน xDrive บนเส้นทางแบบออฟโรด ทั้งทางลูกรัง พื้นหญ้า และเนินดินกันพอหอมปากหอมคอ

ไฮไลท์ของกิจกรรมในครั้งนี้ ทางบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังเน้นย้ำการนำเสนอความโดดเด่นของ Bmw ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ที่เพิ่งโชว์โฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่งาน บางกอก มอเตอร์โชว์ 2019 ทั้งด้านการดีไซน์แบบสปอร์ตซีดานแท้ๆ ด้วยรูปโฉมใหม่สะดุดตา และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัย และในรุ่น 320d Sport ยังยืนยันความคุ้มค่าด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่ 21.7 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานมลพิษของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ในช่วงแรกของการบุกตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับมอบรถยนต์ Bmw 320d Sport ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2562 จะได้รับการขยายแพคเกจการบำรุงรักษา BSI Standard ระยะเวลา 3 ปี / 60,000 กม. เพิ่มเป็นแพคเกจ BSI Plus ระยะเวลา 5 ปี / 100,000 กม. พร้อมรับฟรี บัตรเติมน้ำมันปตท. มูลค่า 30,000 บาท

สัมผัสแรก เร้าอารมณ์ All-New Bmw 320d Sport  & Bmw 330i M Sport !

ในยุคบุกเบิก Bmw ซีรี่ส์ 3 เจเนอเรชั่นแรก เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา Bmw ซีรี่ส์ 3 ได้พิสูจน์ถึงความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรม หรือ “Ultimate Driving Machine” ด้วยเอกลักษณ์ดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมถึงนวัตกรรมล้ำยุคที่ครองใจแฟน ๆ มาทุกยุคทุกสมัย ส่งต่อมาสู่รุ่นล่าสุด Bmw ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ที่กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชั่นที่ 7 กับการพัฒนาใหม่หมดทั้งในด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

Bmw 320d Sport  รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์โฉบเฉี่ยวสะดุดตาในสไตล์สปอร์ตซีดานขนานแท้ ด้วยเส้นสายที่แข็งแกร่งและคมชัด ด้านหน้าของตัวรถมาในรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบที่เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาวดีไซน์ใหม่ล่าสุด รับกับช่องดักอากาศรูปทรง T เพิ่มความโดดเด่นให้แก่ด้านหน้าของรถ ด้านข้างตัวรถโดดเด่นด้วยกรอบหน้าต่างดีไซน์แบบ Hofmeister Kink อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูที่ได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเสา C-pillar ไร้ขอบดูหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่เรียวคมยิ่งขึ้นในรูปทรงแนวนอนแบบสามมิติ และท่อไอเสียแบบคู่ส่งให้ท้ายรถดูกว้างและดุดันยิ่งขึ้น

การตกแต่งภายนอกยังมาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้วลาย V Spoke ประกบยาง Runflat และเสริมหล่อด้วยชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ด้วยขอบหน้าต่าง ขอบช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงาเช่นเดียวกับภายในเน้นตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect พร้อมพวงมาลัยและเบาะที่นั่งด้านหน้าแบบสปอร์ต สามารถปรับ เดินหน้า สูงต่ำได้หลายระดับ รองรับสรีระทั้งแผ่นหลังและต้นขาได้ทีดีเดียว

การออกแบบตัวรถอยู่ภายใต้โครงสร้างแชสซีส์แบบใหม่ล่าสุด เน้นให้การควบคุมที่มั่นคงและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ผสมผสานทั้งความสปอร์ตและความนุ่มสบายไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยประสิทธิภาพของชุดเบรกที่มั่นใจได้ ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 55 กิโลกรัม จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมในชิ้นส่วนและโครงสร้างต่าง ๆ เช่น กระโปรงและกันชนหน้า ส่วนการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำถึง 0.26 ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า ทั้งจากระบบ Active Air Flap แผ่นปิดด้านในกระจังหน้าไตคู่รูปแบบใหม่ และการจัดระเบียบทิศทางการไหลของอากาศผ่าน Air Curtains ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขนาดมิติของตัวรถโดยรวมเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมจะมีความใหญ่โตและกว้างขวางมากขึ้น ความกว้าง 1,827 มม.เพิ่มขึ้น 16 มม. ความยาว 4,709 มม.ยาวมากขึ้น 76 มม. ฐานล้อมีขนาด 2,851 มม. กว้างขึ้น 41 มม. ทำให้บริเวณห้องโดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีพื้นที่กว้างขวางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ส่วน Bmw 330i M Sport การออกแบบรูปลักษณ์โดยพื้นฐานต่างๆก็จะเหมือนกับ 320d Sport แต่จะเพิ่มความสปอร์ตดุดดันมากขึ้นด้วยชุดแต่ง M Sport ช่วยเสริมทั้งความโฉบเฉี่ยวและสมรรถนะปราดเปรียว (สังเกตุความแตกต่างที่ชัดเจนได้ที่ชุดกันชนหน้า/หลัง) พร้อมอัพเกรดระบบช่วงล่าง ชุดเบรก แบบ M Sport  และล้ออัลลอยก็ต่างดีไซน์กันชัดเจน เป็นล้อ M ขนาด 18 นิ้วลาย Double Spoke และภายในให้ความแตกต่างด้วยพวงมาลัย M แบบ 3 ก้านหุ้มหนังแท้ มาพร้อมแพ็ทเดิ้ลชิฟ และตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียม Tetragon เพิ่มความสปอร์ตทั่วห้องโดยสาร

โดยพื้นฐานห้องโดยสารของ ซีรีส์ 3 ใหม่ ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหัวใจสำคัญ แผงหน้าปัด และจอ Control Display ดีไซน์ใหม่มองเห็นเด่นชัด สะดวกสบายด้วยพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่บรรจุสัมภาระมีมากถึง 480 ลิตร เบาะนั่งสามารถพับได้แบบ 40:20:40 และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 ตอน รวมถึงติดตั้งระบบ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด สนับสนุนการสื่อสารในยุคดิจิตอลได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistant) โดยมีระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) และระบบใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งใน 330i M Sport เพื่อก้าวสู่อนาคตแห่งรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ คือ ฟังก์ชั่น Reversing Assistant ระบบนี้เราได้ลองของจริงทั้งการขับเดินหน้า-ถอยหลังจากที่จอดรถและการขับแบบจิมคาน่า ทดลองให้รถถอยหลังเอง โดยระบบจะเซ็ทมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบโดยอัตโนมัติ ทั้งบริเวณอาคารจอดรถ ทางเลี้ยวโค้งแคบ หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวจะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่ต่างๆได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 36 กม./ชม. สามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant บริเวณด้านขวาของจอภาพคอนโซลกลาง ขณะจอดนิ่งเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง จากนั้นปล่อยเบรครถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับขี่มีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง โดยความเร็วในการถอยอัตโนมัติต้องไม่เกิน 9 กม./ชม. ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน

(Credit by BMW)

สำหรับการทดลองขับครั้งแรกในเมืองไทย เราได้สัมผัส Bmw 320d Sport  และ 330i M Sport ทั้งรูปแบบใช้งานจริงบนท้องถนน ระยะทางสั้นๆสลับกันขับคนละประมาณ 40 กม. และได้ลองเต็มสมรรถนะกับทางโค้งหลายรูปแบบในสนามแข่งคนละ 2 รอบสนาม

สมรรถนะโดยรวมที่สัมผัสได้จากเครื่องยนต์ดีเซล BMW TwinPower Turbo  แบบ 4 สูบ ขนาด 1,995 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที ในรุ่น 320d Sport ถือว่าให้ความแรงแบบพอเหมาะพอดี สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันด้วยกำลังขับเคลื่อนที่ทันใจทั้งจังหวะออกตัว และเร่งแซง ไม่ถึงกับดึงกระชากหลังติดเบาะ แต่ก็ไต่ระดับความเร็วทันใจแบบเนียนๆ เมื่อโลดแล่นบนถนนก็วางใจได้ว่าสามารถปราบพยศรถกระบะดีเซลเทอร์โบทุกรุ่น และซีดานญี่ปุ่นพิกัดเครื่องยนต์ใกล้เคียงกันได้สบาย โดยการันตีอัตราเร่ง 0 -100 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 6.8 วินาที และความเร็วสูงสุดพุงทะยานได้ถึง 240 กม./ชม

ขณะที่ช่วงล่างทั้งการขับบนถนนและในสนามแข่งจะให้ความนุ่มนวล ผสานความหนึบแน่นพอดีๆ สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบายๆหรือจะแอบซิ่งบ้างก็วางใจได้ว่าเอาอยู่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ ซึ่งช่วงล่างของ BMW 320d Sport จะให้อารมณ์ต่างจาก 330i M Sport พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องความแข็ง หนักแน่น ในสไตล์รถสปอร์ตแท้ๆ ถูกเซ็ทให้มาอยู่ใน 330i M Sport อย่างครบถ้วน ใครที่ชอบขับรถนุ่มๆสบายๆอาจไม่โดนใจ แต่ถ้าชอบขับรถเร็ว กล้าเล่นกับโค้ง คันนี้แจ่มจริง คุมรถผ่านทุกโค้งได้ง่าย ตัวรถแทบไม่เสียอาการ และบนทางตรงความเร็วระดับ 150-180 กม./ชม.ช่วงล่างยังนิ่ง ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ!

ทางด้านสมรรถนะความแรง Bmw 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน BMW TwinPower Turbo แบบ 4 สูบ ขนาด 1,998 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,550 – 4,400 รอบ/นาที เครื่องยนต์บล็อกนี้ ต้องบอกว่าเน้นความดิบ ฉีกกฏซีดานหรู หวังเทียบชั้นรถแรงรหัส M แท้ๆ ซึ่งก็ทำได้ดี เร่งได้แรง เร้าใจตั้งแต่จังหวะออกตัว ช่วงถนนโล่งทางยาวต้องระวังอย่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสายลม เพราะถ้าเผลอกดคันเร่งต่อเนื่องความเร็วจะพุ่งทะยานไปแตะ 200 กม./กม.โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ก็ยังดีที่ระบบเบรค M Sport เอาอยู่! หยุดหรือชะลอรถได้อย่างรวดเร็ว ด้วยน้ำหนักการเบรคที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ  พร้อมกันนี้ยังมีเสียงท่อดังทุ้มๆปรุงแต่งให้เร้าใจทั้งจังหวะเติมและถอนคันเร่ง เรียกว่าให้อารมณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตที่แท้จริง! 

สำหรับอัตราเร่งตามสเปคโรงงาน 330i M Sport การันตี 0 - 100 กม./ ชม.ภายในเวลา 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. นอกจากนี้ ซีรีส์ 3 ใหม่ทั้ง 2 รุ่นยังรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO แต่ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่รายงานให้ทราบต้องบอกว่าเราเน้นทดลองขับแบบจัดหนักเฉพาะโหมด SPORT เท่านั้น!

สัมผัสนุ่ม ควบคุมง่าย All-New Bmw X5 xDrive30d M Sport !

Bmw X5 เริ่มบุกเบิกตลาดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งรถรุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รถยนต์ในกลุ่ม SUV ที่มาในสไตล์ Sports Activity Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านมาถึงปัจจุบัน Bmw X5 ได้เดินทางไกลมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 4 โดยเปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยเพียงรุ่นเดียว คือ BmwX5 xDrive30d M Sport โดดเด่นด้วยบุคลิกแบบสปอร์ตเอสยูวี ผสมผสานสมรรถนะและความสะดวกสบาย ภายใต้เทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัย

Bmw X5 ใหม่ ยังคงรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Sports Activity Vehicle แต่มาในดีไซน์ใหม่ที่เรียบหรู ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ด้วยพื้นผิวตัวถังที่ราบเรียบ ตัดกับเส้นสายที่เฉียบคมและดุดัน พร้อมขนาดตัวรถที่ใหญ่ขึ้นทุกมิติ ความยาวตลอดคัน 4,922 มม. มากกว่ารุ่นเดิม 36 มม. ความกว้าง 2,004 มม. มากกว่ารุ่นเดิมถึง 66 มม. และความสูง 1,745 มม. สูงขึ้น 19 มม. จึงให้ความรู้สึกโปร่งสบายแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร พร้อมพื้นที่ในการบรรจุสัมภาระมากถึง 650-1,870 ลิตร

รูปลักษณ์นอกจากความใหญ่โต บึกบึน ยังให้ความปราดเปรียวยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics เสริมลุคสปอร์ตด้วยขอบหน้าต่างและราวหลังคาสีดำเงา กระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีผิวอลูมิเนียมแบบด้าน พร้อมให้ความรู้สึกทรงพลัง ด้วยชุดเบรกและช่วงล่างแบบ M Sport และล้ออัลลอย M ขนาดใหญ่สุดๆ 22 นิ้ว ลาย Double-spoke ยาง Runflat เพิ่มความสปอร์ตดุดัน

 

ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกหรูหรา ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม ผสานดีไซน์หรูที่ลงตัวทุกชิ้นส่วน แผงหน้าปัดเป็นแบบดิจิทัลและจอ Control Display ได้รับการออกแบบกราฟฟิกที่สวยล้ำ อ่านค่าต่างๆได้ชัดเจน พร้อมด้วยความหรูนุ่มนวลชวนสัมผัสจากเบาะนั่งหนังแท้ Vernasca โซนควบคุมเด่นสุดต้องยกให้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแท้อวบๆ แบบ M Sport มีแพ็ทเดิลชิฟขนาดใหญ่ใช้งานได้ถนัดมือ และยังมาพร้อมออฟชั่นขั้นเทพด้วยหลังคากระจกแบบ Panorama ที่มีขนาดกว้างใหญ่กว่ารุ่นเดิม

สมรรถนะการขับเคลื่อนให้ความแรงเหลือเฟือจากเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบ ขนาดความจุ 2,993 ซีซี. เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ / นาที และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบ/นาที ส่งผ่านกำลังจากเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อบีเอ็มดับเบิลยู xDrive โชว์อัตราเร่ง รุนแรง ราบเรียบ ด้วยความเร็วจาก 0 - 100 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 6.5 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 230 กม/ชม.

จุดเด่นด้านการขับขี่จากการสัมผัสครบรส ทั้ง ออนโรด ออฟโรด และในสนามแข่ง ต้องบอกว่าเป็นรถคันใหญ่ที่ขับนุ่มควบคุมง่าย มีความคล่องตัวสูง พวงมาลัยคม บังคับเลี้ยวแม่นยำ น้ำหนักพวงมาลัยแปรผันตามความเร็วของรถได้ลงตัว ขับขี่มั่นใจทั้งบนถนนหลวง และทางออฟโรดแบบลุยเล็กๆ รวมถึงในสนามแข่งต้องควบผ่านโค้งหลากหลายรูปแบบด้วยความเร็ว ก็คุมรถได้ดี เรียกว่ากล้าที่จะไล่บี้กับซีดานจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทั้ง 320d Sport และ 330i M Sport ได้สนุกไม่ทิ้งระยะห่าง เพียงแต่ต้องระวังเรื่องการยึดเกาะถนนของช่วงล่างที่ออกแนวนุ่มนวลกว่า ตามสไตล์เอสยูวีเน้นนั่งสบาย ตัวถังใหญ่ น้ำหนักเยอะ การโยนตัวในโค้งจะมีมากกว่า แต่โดยภาพรวมถือว่าน่าพอใจมากๆกับการทดลองขับในครั้งนี้

สำหรับช่วงล่างของ X 5 ใหม่ ที่เราค่อนข้างชื่นชอบฟิลลิ่งในการขับขี่จะเป็นแบบ Adaptive M พร้อมอัดแน่นด้วยระบบสนับสนุนการขับขี่ ทั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Dynamic Traction Control) , ระบบ Driving Experience Control สำหรับเลือกรูปแบบการขับขี่พร้อมโหมด ECO PRO และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Dynamic Stability Control) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Parking Assistant Plus ที่มาพร้อมกับระบบ Reversing Assistant ช่วยถอยรถในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับรุ่น 330i M Sport  ทั้งนี้ Parking Assistant Plus ยังมาพร้อมกับกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera รวมทั้งวิวด้านบน วิวพาโนรามิค และรีโมท 3D วิวที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อเพื่อดูภาพของรถที่จอดทางสมาร์ทโฟนได้ ผ่านระบบ BMW ConnectedDrive และอีกหนึ่งความพิเศษ คือระบบ BMW Live Cockpit Professional โดดเด่นด้วยจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครัน และ BMW Head-Up Display เจเนอเรชั่นล่าสุด ขนาด 7x3.5 นิ้ว สามารถแสดงภาพกราฟฟิคสามมิติได้ ขณะที่ระบบควบคุมผ่าน iDrive , BMW Gesture Control และจอ Control Display ระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ก็ยังเป็นตัวช่วยที่ให้ความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ และนี่เป็นเพียงออฟชั่นบางส่วนที่นำมาบอกกล่าวกันคร่าวๆ ในความเป็นจริงแต่ละออฟชั่นมีความน่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย อยากรู้จักใช้งานเป็นต้องมีเวลาในการเรียนรู้มากพอสมควร!

All-New BMW 320d Sport

- ราคาจำหน่าย 2,959,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

All-New BMW 330i M Sport

- ราคาจำหน่าย 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

All-New BMW X5 xDrive30d M Sport

- ราคาจำหน่าย 5,699,000 (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันจันทร์, 03 มิถุนายน 2562 23:50
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing