กรกฎาคม 23, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ Mercedes-Benz GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ขุมพลังเบนซิน รุ่นประกอบในประเทศ | รีวิว ทดสอบรถ Drivingplace Featured

[TestDrive] New Mercedes-Benz GLC Coupe ยนตรกรรมหรูสไตล์เอสยูวีผสมผสานคูเป้ ในปัจจุบันแบ่งรุ่นย่อยในการทำตลาดหลักๆคือรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG ประกอบในประเทศ และรุ่นล่าสุดที่เรามีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้คือ GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ที่ให้ความแตกต่างในด้านการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ประกอบในประเทศไทย เคาะราคาจำหน่ายไว้ที่ 4,090,000 บาท

สำหรับ GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ขุมพลังเบนซินรุ่นนี้ ถือเป็นยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีกับความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวแบบรถคูเป้เข้าไว้ด้วยกัน โดยให้อารมณ์ ความรู้สึกในการขับขี่ต่างจากรุ่นตัวถังเอสยูวีแท้ๆพอสมควร

การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกโดยพื้นฐาน ในรุ่น GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ก็จะเหมือนกับรุ่น GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG เครื่องยนต์ดีเซล  ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ มีสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลาง รับกับชุดไฟหน้าเป็นแบบ LED Intelligent Light System ให้การส่องสว่างอัจฉริยะปรับการทำงานได้ตามสภาพอากาศ แสง และสถานการณ์การขับขี่โดยอัตโนมัติ พร้อมไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED fibre-optic เพื่อความเสริมความปลอดภัยในทุกช่วงเวลา  เส้นสายหลังคาและลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายตามสไตล์รถคูเป้ เน้นความอ่อนช้อยเรียบหรู ไม่บึกบึกแข็งกร้าวแบบรถเอสยูวี

ด้านท้ายรถเพิ่มความสวยงามลงตัวด้วยประตูบานที่ห้ามีความโค้งสอดรับกับแนวลาดเทของหลังคา ส่วนปลายฝากระโปรงหลังดีไซน์คล้ายสปอยเลอร์ในตัวเพิ่มความสปอร์ต และชุดไฟท้ายมีขนาดใหญ่รูปทรงเรียวยาวสวยงามพร้อมแต่งด้วยแถบเส้นโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา ถัดลงไปบริเวณใต้กันชนทรงสปอร์ต เพิ่มความดุดันด้วยปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่ และที่ขาดไม่ได้คือการตกแต่งตัวรถโดยรวม ด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง), ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว, บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ตแบบ aluminium-look Running boards พร้อมด้วยหลังคาซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าตามแบบฉบับรถหรูขนานแท้

ภายในห้องโดยสารภาพรวมก็เป็นไปตามมาตรฐานของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ยุคใหม่ ทั้งด้านการดีไซน์ที่ทันสมัย มีเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์  พร้อมอัดแน่นด้วยออฟชั่นอำนวยความสะดวกที่ให้มาครบ แผงแดชบอร์ดและคอนโซลกลางที่มีขอบลายเส้นที่ดูไหลลื่น แผงคอนโซลที่มีขนาดใหญ่และถูกออกแบบให้เป็นชิ้นเดียว ด้านบนของคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO การดีไซน์อุปกรณ์ต่างๆยังออกแนวสปอร์ตล้ำๆช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่  โซนควบคุมเบาะนั่งวางตำแหน่งค่อนข้างสูงให้มุมมองชัดเจน ตัวเบาะเป็นทรงสปอร์ตโอบกระชับสรีระได้ดีหุ้มด้วยหนังสีทูโทนดำ-แดงสะดุดตา พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านทรงสปอร์ตท้ายตัด พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน และระบบเพาเวอร์ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ช่วยเสริมความมั่นใจในการควบคุมรถได้ดี

บริเวณคอนโซนกลางระหว่างเบาะคู่หน้าติดตั้งสวิทซ์เลือกโหมดการขับขี่ได้ตามใจชอบ ด้วยระบบ DYNAMIC SELECT สามารถปรับบุคลิกลักษณะการบังคับควบคุมง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบกันสะเทือนและระบบบังคับเลี้ยวจะถูกปรับให้สอดคล้องเหมาะสมกับโหมดการขับขี่ที่ถูกเลือก ไล่ตั้งแต่โหมดเอาใจคนชอบความแรง “Sport” และ “Sport+” ลักษณะการบังคับควบคุมของรถจะให้การบังคับเลี้ยวที่แม่นยำมากขึ้น การทำงานของระบบกันสะเทือนมีความแข็งตัวแบบสปอร์ต การตอบสนองของคันเร่งรวดเร็วเป็นพิเศษ และยังปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้ความคล่องแคล่วว่องไว เพิ่มพละกำลังในการขับเคลื่อนเป็นพิเศษ ส่วนใครที่ชอบขับขี่แบบสบายๆชิลๆในชีวิตประจำวันก็เลือกโหมด Eco ได้เลยโหมดนี้จะช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมันสูงสุดในทุกช่วงความเร็ว

GLC Coupe ถึงแม้จะมีแนวหลังคาต่ำเหมือนรถยนต์คูเป้แต่พื้นที่ในห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีมากถึง 500 ลิตร รูปแบบการพับพนักพิงหลังเบาะนั่งด้านหลังทำได้แบบ 40/20/40 ให้ความสะดวกเป็นพิเศษในการใช้งานเพราะสามารถพับเบาะนั่งลงเพื่อขยายพื้นที่ในการจัดเก็บให้เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 1,400 ลิตรด้วยระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีระบบEASY-PACKฝากระโปรงหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสามารถเปิดและปิดฝากระโปรงหลังเพียงกดปุ่มสั่งการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระต่างๆ และการขนถ่ายสัมภาระยังง่ายสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อใช้ระบบกันสะเทือน AIR BODY CONTROL ติดตั้งสวิตช์ที่ผนังด้านข้างของห้องเก็บสัมภาระสามารถปรับให้กาบบันไดห้องเก็บสัมภาระนี้ลดต่ำลงได้ 4 มม.

ส่วนออฟชั่นเพิ่มความสะดวกสบายที่น่าสนใจก็มีทั้ง ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ THERMATIC แบบ 2 โซน, ฟังก์ชันปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE) , ระบบมัลติมีเดียเพียบพร้อมทั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay , ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad และระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation for SD-Card navigation) ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO รวมถึงระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display)ฯลฯ

GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 82.0 x 93.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 9.8 : 1 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200 - 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic Plus สมรรถนะการขับขี่เครื่องยนต์เบนซินบล็อคนี้ สามารถตอบสนองได้สองอารมณ์ ถ้าจะไปเรื่อยๆเดินคันเร่งเนียนๆก็ให้ความนุ่มนวล ราบเรียบ ขับสบายทั้งในเมืองและนอกเมือง  แต่ถ้าต้องการความสนุก ฟิลลิ่งแบบรถสปอร์ตก็ลงน้ำหนักไปที่คันเร่งแบบจัดเต็มได้ทันที ด้วยอัตราเร่งที่มาอย่างทันใจทั้งช่วงออกตัวหรือการเร่งแซงช่วงความเร็วสูง แต่ถ้ายังไม่สะใจช่วงถนนโล่งก็ขอเชิญเข้าสู่โหมด Sport+ ได้เลย เพราะกำลังเครื่องยนต์ น้ำหนักพวงลัย ช่วงล่างหนึบแน่น จะผสมผสานความสนุกให้คุณได้ปลดปล่อยอย่างเต็มที่ โดยสเปคความแรงของรถรุ่นนี้การันตีอัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ไว้ที่ 7.3 วินาที และความเร็วสูงสุดโดยประมาณทำได้ถึง 222 กม./ชม.!

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าประทับใจอีกจุดคือ การตอบสนองที่ดีของช่วงล่างแม้ตัวถังจะสูงแบบรถเอสยูวีแต่ก็ขับได้อย่างมั่นใจ  ด้วยระบบกันสะเทือน AIR BODY CONTROL ควบคุมการทำงานร่วมกับโช้กอัพที่ผันแปรต่อเนื่องให้ความนุ่มนวล สะดวกสบายในการขับขี่ ซึ่งการรองรับแรงสั่นสะเทือนที่ล้อแต่ละล้อถูกปรับไปตามสถานการณ์การขับขี่ที่เกิดขึ้นจริง การขับขี่ใช้งานทั่วๆไปตัวรถค่อนข้างนิ่ง ทรงตัวดี ไม่มีอาการโยนตัว หรือ ยวบยาบให้เห็นแม้แต่น้อย  ขณะเดียวกันน้ำหนักของพวงมาลัยในการควบคุมรถก็น่าประทับใจ บังคับเลี้ยวได้คล่องตัวทั้งช่วงความเร็วต่ำในเมือง และมีความนิ่ง แม่นยำเมื่อโลดแล่นด้วยความเร็วสูง

ทางด้านความปลอดภัย มาพร้อมเทคโนโลยี ระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เน้นปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด จากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสานกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) และกล้องแสดงภาพรอบทิศทางที่ให้ความชัดเจนรอบตัวรถ

การทำตลาดนอกจาก GLC Coupé รุ่น GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ที่เราทดลองขับในครั้งนี้ ในส่วนของพี่น้องร่วมสายพันธุ์ GLC ที่ใช้ชื่อนำหน้าเหมือนกันแต่แตกต่างกันชัดเจนกับรูปแบบของการดีไซน์ตัวถังในสไตล์รถเอสยูวีแท้ๆ ในเวลานี้จะเน้นบุกตลาดด้วยเครื่องยนต์ดีเซลมีให้เลือกทั้งรุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ราคา 3,290,000 บาท และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,690,000 บาท ล่าสุดทาง Mercedes-Benz Thailand ยังได้จัดแคมเปญส่งเสริมการขาย สำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์สองรุ่นนี้ สามารถเลือกระหว่าง รับอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับสัญญาเช่าซื้อระยะเวลา 48 เดือน หรือส่วนลดเงินดาวน์สำหรับทุกประเภทสัญญา และมีสิทธิ์พิเศษรับ iPhone XS Max 256 GB มูลค่า 49,900 บาท จำนวนจำกัด สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์ GLC ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2562

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันจันทร์, 03 มิถุนายน 2562 23:53
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing