มิถุนายน 17, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ทดลองขับ New MG3 เติมเต็มความสนุกด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ | TestDrive Drivingplace Featured

[TestDrive] นับตั้งแต่ปี 2013 ที่ค่ายรถยนต์เอ็มจี เริ่มต้นบุกเบิกตลาดรถยนต์เมืองไทยอย่างจริงจัง ก็ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าครอบคลุมตลาดรถยนต์นั่งเกือบทุกเซ็กเมนท์ ส่งผลให้ยอดขายสะสมของรถยนต์เอ็มจีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จนกลายเป็นค่ายรถยนต์น้องใหม่มาแรงที่ค่ายยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดมิอาจมองข้าม!

ล่าสุดประเดิมปี 2019 ได้อย่างร้อนแรงในงาน Bangkok motor show ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สร้างยอดจองสูงถึง 2,225 คัน และหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมกวาดยอดจองอันดับต้นๆของค่ายนี้ คงหนีไม่พ้น New MG3 รุ่นล่าสุด ที่เราได้สัมผัสของจริงในครั้งนี้

New MG3 ถูกสร้างสรรค์ออกมาในสไตล์รถยนต์แฮทช์แบ็คสีสันสดใส ภายใต้นิยาม “WE ARE FUN” มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง โดยรถรุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสนุกสนานผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย และชูจุดเด่นที่ระบบการเชื่อมต่อ i-SMART พร้อมขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติใหม่ 

การออกแบบตัวรถยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถต้นแบบอย่าง เอ็มจี อี-โมชั่น (E-Motion) ทั้งด้านรูปลักษณ์และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้ โดยเน้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าไว้กับรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความล้ำสมัยนำเทรนด์ รวมไปถึงการยึดมั่นการออกแบบภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT DYNAMIC) เน้นสมรรถนะการควบคุมรถที่ดี สะท้อนความสนุกสนานในการขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่น

การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยกระจังหน้าใหม่ให้ความหรูหราทันสมัยยิ่งขึ้น สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นเอ็มจีอย่างชัดเจน ไฟหน้ามีขนาดใหญ่รูปทรงเรียวคมเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) สอดรับกับไฟท้ายแนวตั้งแบบแอลอีดี ไลท์ไกด์ (LED Light Guide) เสริมด้วยไฟเบรกดวงที่สาม และไฟตัดหมอกหลังเพิ่มความปลอดภัย พร้อมให้ความสปอร์ตหรูหราที่แตกต่างจากรถยนต์ในคลาสเดียวกัน ด้วยการติดตั้งออฟชั่นพิเศษหลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้าในรุ่นท๊อปและรองท๊อป เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต สเกิร์ตข้างสีทูโทน และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารของ New MG3 ได้รับการออกแบบในแนวแฟชั่นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในสไตล์รถยุโรป แผงแดชบอร์ดตกแต่งลาดลายโมเดิร์นกราฟิกพร้อมประดับด้วยเส้นเคฟล่า ซึ่งเป็นลวดลายที่ดูเข้าชุดกับแผงข้างประตูและเบาะนั่ง ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ ส่งผ่านความเย็นจากช่องแอร์ทรงกลมสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ที่ริมสุดของสองฝั่งแผงแดชบอร์ด

พื้นที่ภายในยังเน้นความกว้างขวางนั่งสบายไม่รู้สึกอึดอัดจากหลังคาที่สูงไม่ลาดเท และตำแหน่งการนั่งที่ค่อนข้างต่ำ จึงนั่งสบายทั้งเบาะที่นั่งคู่หน้าและแถวหลัง เบาะคนขับสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง และเบาะที่นั่งหลังสามารถปรับพับแยกส่วนแบบ 60:40 สร้างความสะดวกสบายในการจัดเก็บสัมภาระได้ดียิ่งขึ้น

New MG3 มาพร้อมขุมพลังพื้นฐานเดียวกับ MG ZS เป็นเครื่องเบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VTi-TECH จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ผสานระบบกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อม Manual Mode ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ +/- ตอบสนองการขับขี่ได้เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งยังรองรับเชื้อเพลิง E85 ได้ด้วย

การขับขี่ใช้งานทั่วๆไปจัดว่าเป็นรถคันเล็กที่ขับสนุกมีความคล่องตัวสูง สามารถควบคุมรถไปในทิศทางที่ต้องการด้วยระบบพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิก รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.42 เมตร จังหวะการบังคับเลี้ยวจะมีน้ำหนักมากพอสมควรช่วงความเร็วต่ำหรือการถอยจอดต้องใช้กำลังมากกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆที่ใช้พวงมาลัยแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า แต่ช่วงความเร็วปานกลางถึงสูง ถือว่าให้การควบคุมที่ดี มีความนิ่ง เลี้ยวคล่อง และให้ความแม่นยำสูง บนก้านพวงมาลัยยังมาพร้อมสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงที่ด้านซ้าย และชุดควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ก้านด้านขวา ซึ่งเป็นออฟชั่นจำเป็นสำหรับรถยนต์ยุคนี้

ทางด้านสมรรถนะความแรงของขุมพลังที่ยกชุดมาจากเอสยูวี MG ZS พอมาอยู่ในรถยนต์ที่มีขนาดตัวถังเล็กและเบากว่า ยิ่งถือเป็นข้อดีในการขับขี่ในทุกช่วงความเร็ว เพราะเครื่องยนต์รับภาระน้อยลง กำลังที่ส่งออกมาจึงมีมากขึ้น

การเร่งความเร็วช่วงออกตัวเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะตัดต่อกำลังค่อนข้างเนียน อาการกระตุกช่วงเปลี่ยนเกียร์เกิดขึ้นน้อย แต่ความเร็วจะมาแบบเรื่อยๆตามน้ำหนักเท้า ไม่ถึงกับพุ่งปี๊ดแต่ก็ทันใจแน่ๆกับสภาพการขับขี่บนถนนเมืองไทย เมื่อความเร็วเริ่มลอยตัวในรอบกลางและรอบสูงจะไหลลื่นมากขึ้นขับขี่ได้สนุกพอตัวตามสไตล์เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี.แท้ๆ นอกจากนี้ยังให้ฟิลลิ่งการขับขี่ดิบๆเมื่อลองเปลี่ยนเกียร์เองในโหมด S หรือโหมด + - ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ สามารถลากรอบสุดๆเมื่อเกิน 6,000 รอบ เกียร์ถึงจะปรับเปลี่ยนขึ้นให้เอง ส่วนในช่วงที่วิ่งด้วยความเร็วสูงแล้วต้องการลดเกียร์ลง ถ้าความเร็วไม่สัมพันธ์กับรอบเครื่องก็จะไม่สามารถลดเกียร์ลงได้ เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบเกียร์

ส่วนเรื่องความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อขับขี่ใช้งานทั่วๆไปด้วยความเร็วปานกลาง รอบเครื่องจะสูงกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้เกียร์ซีวีทีหรือเกียร์อัตโนมัติที่มีสปีดเกียร์มากกว่าพอสมควร ความเร็ว 80 กม./ชม.รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาที ความเร็ว 100 กม./ชม.อยู่ประมาณ 2,500 รอบ/นาที เมื่อใช้รอบสูงกว่าในระดับความเร็วที่เท่ากันก็ย่อมกินน้ำมันมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ต้องซีเรียสเพราะโดยรวมความประหยัดของรถยนต์รุ่นนี้ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เราลองจับอัตราสิ้นเปลืองด้วยการขับขี่ทางยาวความเร็วประมาณ 80-110 กม./ชม.ค่าเฉลี่ยความประหยัดทำได้ประมาณ 17-18 กม./ลิตร!

จุดเด่นสำคัญที่สุดของรถยนต์เอ็มจียุคนี้ ยังคงเป็นประสิทธิภาพอันโดดเด่นจากระบบช่วงล่าง EUROPEAN TUNING SUSPENSION ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม คอยล์สปริง การขับขี่เราสามารถคอนโทรลรถได้อย่างมั่นใจไม่ว่าทางตรงยาวๆหรือทางโค้ง โดยให้อารมณ์ที่ต่างจากรถญี่ปุ่นที่เน้นนุ่มนวล ด้วยการเซ็ทช่วงล่างออกแนวหนึบแน่น แต่ก็ไม่ถึงกับแข็งกระด้างจนเกินไป รวมถึงการขับเข้าโค้งด้วยความเร็ว ทั้งพวงมาลัยและช่วงล่างทำงานผสานกันได้ลงตัวให้การยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก ก็ให้การตอบสนองได้ดีมั่นใจได้ในการหยุดรถทุกช่วงความเร็ว

สำหรับความปลอดภัยในการขับขี่วางใจได้ New MG3 มีพร้อมทั้งระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยแบบองค์รวม SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชัน ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ABS(Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer)  นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังที่ช่วยให้การถอยจอดเป็นไปอย่างสะดวกปลอดภัยยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยการแนะนำเทคโนโลยี i-SMART ฟังก์ชั่นที่เชื่อมกับอินเทอร์เน็ตและระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา อาทิ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกับช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของ i-SMART ด้วยการอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่บนแผนที่นำทาง สนุกและสะดวกมากขึ้นกับจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ให้ฟังก์ชันที่ใช้งานได้หลากหลาย เช่นฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่อย่าง WONGNAI สำหรับเสิร์ชหาร้านอาหารและแนะนำเมนูเด็ด ฟังก์ชันใช้งาน AGODA เพื่อค้นหาโรงแรมที่พัก รวมทั้งฟังก์ชันฟังเพลง Online Music ผ่าน TRUE iD Music ในรูปแบบ Live Stream บนระบบคลาวด์ได้กว่า 1 ล้านเพลง ช่วยเติมเต็มความสนุกตลอดเส้นทางการขับขี่

การทำตลาด New MG3 มาพร้อมทางเลือก 5 สีสันความสนุก เหลือง Tudor Yellow , แดง Ruby Red , ฟ้า Marina Blue , ขาว Arctic White และดำ Black Knight โดยมี 4 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่น C ราคา 519,000 บาท , รุ่น D ราคา 549,000 บาท , รุ่น X Sunroof ราคา 589,000 บาท และรุ่นท๊อป V Sunroof ราคา 629,000 บาท สนใจก็ลองแวะไปสัมผัสคันจริงด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ!!

 

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพุธ, 17 เมษายน 2562 22:17
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing