มิถุนายน 17, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

รถใหม่ : เปิดตัว New Audi e-tron ยนตรกรรมพรีเมียมพลังไฟฟ้า 100 % ครั้งแรกในประเทศไทย | NewCars Drivingplace Featured

[NewCars] เมื่ออนาคตก้าวมาถึงเร็วกว่าที่คิด อาวดี้ ประเทศไทย ร่วมเปิดศักราชใหม่แห่งโลกยนตกรรมเพื่อโลกยั่งยืน เปิดตัว Audi e-tron  55 quattro ยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % ซึ่งมีสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยราคา 5,099,000 บาท

เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน อาวดี้ ประเทศไทย ยังได้ประกาศความร่วมมือข้ามธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ กับ “แสนสิริ” ผู้พัฒนาธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำครบวงจรของไทย กับพันธกิจ “Dare to Change”  ยกระดับการสร้าง Green Ecosystem พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือร่วมกัน โดยเริ่มต้นจากเลือกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% Audi e-tron ให้เป็นรถที่ใช้สำหรับองค์กร สนองนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น Smart City   

นายอเล็กซานเดอร์  วอน  วัลเดนเบิร์ก เดรซิล ผู้อำนวยการส่วนงานต่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และอินเดีย บริษัท AUDI AG เผยว่า จากความสำเร็จของ  Audi e-tron  ด้วยยอดจองกว่า 20,000 คันทั่วโลก หลังเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา ยังก้าวไปอีกขั้นเพื่อนำ Audi e-tron  พิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมของสมรรถนะ ไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม และมีแนวโน้มการเติบโตสูง   

การเปิดตัว Audi e-tron ยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % ในประเทศไทยในครั้งนี้   จะมีส่วนช่วยนำความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่สู่สังคมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ตามนโยบายภาครัฐที่มีมาตรการส่งเสริมให้มีการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอย่างชัดเจน

Audi e-tron เป็นยนตรกรรมเอสยูวีพรีเมียม 5 ที่นั่ง โดยรุ่นที่นำมาเปิดตัว คือ Audi e-tron 55 quattro โดยมีราคา 5,099,000 บาท มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Audi โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลังซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ทำให้เกิดการตอบสนองที่ฉับไวในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือว่าการเร่งแซงที่ทำได้รวดเร็วทันใจ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า ในบูสต์โหมดแรงบิดสูงสุด         561 นิวตันเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 664 นิวตันเมตร ในบูสต์โหมด  ทำให้มั่นใจในสมรรถนะที่จะตอบสนองการใช้งาน และเติมอารมณ์สปอร์ตได้อย่างเต็มที่ ด้วยอัตราเร่ง  0-100 กม./ชม.ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาทีในบูสต์โหมด และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม.

นอกจากเรื่องของสมรรถนะแล้ว จุดเด่นของ e-tron ก็คือ ความสามารถในการใช้งาน โดยการชาร์จไฟ 1 ครั้ง เดินทางได้ถึง 417 กม. จากการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน WLTP ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีการออกแบบที่เยี่ยมยอดทำให้ชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรีได้รวดเร็วเมื่อรถชะลอความเร็วหรือเบรก ยังคงความหรูหรา สะดวกสบายในการใช้งาน ทั้งความกว้างขวางของห้องโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารนั่งสบาย จากการออกแบบพื้นที่จัดวางแบตเตอรี ไม่ให้รบกวนห้องโดยสาร และพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลัง ซึ่งมีความจุถึง 660 ลิตร

Audi e-tron 55 quattro เป็นรถยนต์นำเข้าและผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมือง บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด มีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานเป็นของตนเอง อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วย และโรงงานผลิตรถยนต์แห่งนี้ ยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พรีเมียมแห่งแรก ที่ได้รับการรับรองให้เป็นโรงงานคาร์บอนนิวทรัล ขณะเดียวกันอาวดี้มุ่งให้โรงงานแห่งนี้ เป็นโรงงานที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วย

นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร Audi Thailand เผยว่า ภายใต้การสนับสนุนของ AUDI AG ทางเรายังคงนโยบายกลยุทธ์เชิงรุก ซึ่งการเปิดตัว Audi e - tron : Audi’s First Luxury Pure Electric Car ยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 %  ที่มีสมรรถนะสูง สะท้อนเอกลักษณ์ ความโดดเด่น และ ดีเอ็นเอ Audi ที่เรียกว่า Vorsprung Durch Technik ครั้งแรกในประเทศไทย จะสร้างปรากฏการณ์สำคัญครั้งใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มยนตรกรรมพรีเมียม ในด้านสมรรถนะ ดีไซน์ และความก้าวล้ำแห่งเทคโนโลยี ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้า ที่รอคอยการมาของ Audi e-tron นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็น smart city

ซึ่งวันนี้เราพร้อมสนับสนุน และกล้าที่จะเปลี่ยนเพื่อความยั่งยืน และจากนโยบายด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นรูปธรรม ด้วยการนำยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความร่วมมือทางกลยุทธ์ข้ามอุตสาหกรรมครั้งประวัติศาสตร์ กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือ บริษัท แสนสริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีนโยบายและวิสัยทัศน์เรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ในพันธกิจ “ Dare to Change”  เพื่อร่วมกันยกระดับ Green Ecosytem โดยทางแสนสิริ เริ่มนำร่องจากการเลือก Audi e-tron เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ภายในองค์กร

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า “แสนสิริ และ อาวดี้ ประเทศไทย ตระหนักร่วมกันถึงมลภาวะสิ่งแวดล้อมระดับโลกในปัจจุบัน ด้วยวิสัยทัศน์ด้าน Green Mission ที่สอดคล้องกัน จึงได้ต่อยอดผนึกกำลังสร้างความร่วมมือที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งในระดับโลกได้ เริ่มต้นจากการนำ Audi e-tron ยนตรกรรมพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100% มาใช้ภายในองค์กรแสนสิริ ซึ่งสะท้อนให้เห็นลึกถึงดีเอ็นเอขององค์กร ที่พร้อมมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะนโยบายนอกองค์กรเท่านั้น และยังเป็นครั้งแรกในโลกระหว่าง 2 อุตสาหกรรม ด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านยานยนต์ ที่มาบรรจบกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้าน Green Ecosystem ครั้งสำคัญ ที่จะสร้างมิติใหม่แห่งทั้งสองวงการ”

พบกับบูธ Audi ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม -7 เมษายน  อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี สำหรับลูกค้าทุกท่านที่จองรถยนต์ Audi ทุกรุ่น ลุ้นรับ Q7 Black Edition มูลค่า 5.999 ล้านบาท สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกครอบครัวแสนสิริ รับ Service Voucher อีกทั้งความพิเศษที่เตรียมมอบให้อีกมากมาย ร่วมสัมผัสยนตกรรมอาวดี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Audi Centre Thailand 02 765 8888                   

Audi New Petchburi 02 023 4888

Audi Pattaya 038 197 888                               

Audi Phuket 076 646 666

ทั้งนี้รถอาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าทุกรุ่น สำหรับลูกค้าที่ออกรถใหม่รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และสำหรับลูกค้า Audi e-tron รับประกันแบตเตอรี 8 ปี หรือ 160,000 กม.

Audi e-tronยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100 % เทคโนโลยีก้าวล้ำ สมรรถนะทรงพลัง ขับสนุก สุนทรียภาพแห่งการขับเคลื่อน ตอบสนองทุกรูปแบบการเดินทางและไลฟ์สไตล์ในแบบคุณ

เป้าหมายในการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของ อาวดี้ ไม่ได้เพียงแค่เน้นความประหยัด การไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นสิ่งที่ทุกวงการทั่วโลก รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ความสำคัญเท่านั้น แต่แนวคิดในการพัฒนา รถพลังงานไฟฟ้ามีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ จะต้องเป็นรถที่มี DNA ของอาวดี้  Vorsprung Durch Technik  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกสบาย สมรรถนะทรงพลัง อารมณ์สปอร์ต ที่สำคัญความสามารถในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถที่ใช้พลังงานชนิดใดก็ตาม นั่นจึงทำให้ Audi e-tron รถพรีเมียมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของอาวดี้ มีความสมบูรณ์และพร้อมที่จะตอบสนองในทุกการใช้งาน สามารถเดินทางได้ถึง 417 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็ม    1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP  การที่สามารถใช้งานได้ระยะทางไกล มาจากประสิทธิภาพในการชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี ทั้งในช่วงการชะลอความเร็ว การเบรก รวมไปถึงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วลอยตัว (coasting)  สำหรับแบตเตอรีลิเธียม ไอออน มีขนาด 95 กิโลวัตต์ชั่วโมง 396 โวลต์ มีน้ำหนักรวม 700 กก. แต่มีขนาดกะทัดรัด โดยใช้พื้นที่ในการจัดวางขนาด 2.28 x 1.63 x 0.34 เมตร เท่านั้น การชาร์จไฟ ทำได้ทั้งการชาร์จด้วยไฟบ้านสูงสุด 11 กิโลวัตต์ และมีออปชั่นเพิ่มเป็น 22 กิโลวัตต์ โดยระยะเวลาในการชาร์จ 16 แอมป์ – 3 เฟส  ใช้เวลา 9 ชั่วโมง ประจุไฟฟ้าได้จาก  0 – 100 %  และในการชาร์จกระแสไฟตรง 150 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จประจุไฟฟ้าได้ จาก 0 – 80 % ภายในเวลา 30 นาที

e-motors ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม

Audi e-tron ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ควบคุมการทำงานทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยส่งกำลังโดยตรงไปยังล้อทั้ง 4 ทำให้มีความฉับไวในการถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ (single gear) ส่งผลให้รถออกตัวได้รวดเร็ว มีอัตราเร่งที่น่าพอใจ มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมกันสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 664 นิวตันเมตร ทำให้มันมีสมรรถนะที่ไม่ต่างจากรถสปอร์ต โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.7 วินาที (บูสต์โหมด) และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม.ไดชาร์จและไดสตาร์แต่ละหน่วยจะถูกควบคุมด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการแปลงพลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งผสมผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับขี่  มอเตอร์ไฟฟ้าจะถ่ายทอดกำลังโดยตรงไปยังล้อ ควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) ที่จะเสริมสร้างให้การออกตัวในลักษณะเร่งแซงมีประสิทธิภาพและสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขับสนุก  มั่นใจได้ทุกการเดินทาง

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ quattro ที่ประกอบด้วยโหมด Auto, Dynamic และ Off-road พร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับในทุกสถานการณ์ ในสภาพการขับขี่ ปกติระบบจะประมวลผลการใช้พลังงานในระดับต่ำ ที่เพียงพอสำหรับการขับเคลื่อน เพื่อประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า จากข้อมูลการขับขี่ในขณะนั้น และเตรียมพร้อมสำหรับปรับเปลี่ยนการถ่ายทอดกำลังระหว่างเพลาหน้าและหลังได้อย่างอิสระเพียงเสี้ยววินาที ให้เหมาะสมในแต่ละสภาพการขับขี่ โดยสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด เร้าใจ สุขกับทุกจังหวะการขับขี่จากโหมด ESC Sport และ ESC Off

นำพลังงานกลับมาใช้ใหม่อย่างชาญฉลาด   Energy Recuperation

ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน และผลิตพลังงาน Audi e-tron ได้พัฒนาวิธีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (recuperation) จากพฤติกรรมการขับขี่ 2 รูปแบบ ที่จะก่อกำเนิดให้มีพลังงานในระบบเพิ่มขึ้น เพื่อที่ผู้ขับขี่จะสามารถเดินทางได้ระยะทางมากกว่าเดิม

พลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว (coasting) เมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าออกจาก คันเร่ง กำลังของการชะลอความเร็วรถจะลดลงสูงสุดที่ 0.1 g โดยมีการนำพลังงานส่วนเกิน กลับมาใช้ใหม่ 3 ระดับ ผ่านการตั้งค่าจากแป้น paddle shifts ที่ติดตั้งหลังพวงมาลัย

    ระดับที่ 1 การปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว

    ระดับที่ 2 การชะลอความเร็วในระดับปานกลาง

    ระดับที่ 3 การชะลอความเร็วในระดับสูง

นอกจากนั้นแล้ว ผู้ขับขี่สามารถเลือกที่จะตั้งระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่โดยอัตโนมัติ ผ่านฟังก์ชั่น Predictive efficiency assist (PEA) ในระบบ MMI ได้อีกด้วย จากการประมวลผล และควบคุมการเคลื่อนที่เชิงฟิสิกส์ ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จากการถอนเท้าออกจากคันเร่ง โดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรกได้

พลังงานจากการเบรก เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรก กำลังของการชะลอความเร็วรถ จะลดลงถึง 0.3 g ระบบควบคุมการเบรกจะให้การตอบสนองเสมือนการเหยียบแป้นเบรกปกติ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่กำลังของการชะลอความเร็วรถลดลงมากกว่า 0.3 g จะทำให้แรงเสียดทานของเบรกไฮดรอลิกทำงานโดยอัตโนมัติ

ดุดัน โดดเด่นด้วยแอโร่ ไดนามิค

Audi e-tron มีขนาดตัวถังยาว 4.9 เมตร กว้าง 1.94 เมตร สูง 1.62 เมตร มีฐานล้อยาว 2.93 เมตร และมีรูปลักษณ์ของ เอสยูวี เต็มรูปแบบ ทั้งความดุดันของรูปทรงตัวถัง หลังคาแบบแฟลทรูฟ เสา ดี พิลลาร์ ที่มีความแข็งแรง และมีแผ่นป้องกันการกระแทกติดตั้งใต้ท้องรถ กระจังหน้าแบบชิ้นเดียวสีเทาอ่อน ไฟหน้าเรียว ดุดัน ไฟท้ายแนวกว้างเชื่อมต่อกันจากซ้าย-ขวา และแน่นอน ไม่มีท่อไอเสียให้เห็นแต่อย่างใด สำหรับแบตเตอรีแรงดันสูง ออกแบบการติดตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งของเฟรมรถ เพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร และเพื่อเสริมความแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้งาน และการติดตั้งแบตเตอรีไว้บริเวณกลางตัวรถ ทำให้รถมีการจ่ายน้ำหนักที่สมดุล ส่งผลต่อการขับขี่รถ ที่ให้อารมณ์สปอร์ต และการควบคุมรถที่ทำได้ง่าย ทั้งนี้โครงสร้างตัวถัง มีส่วนประกอบจาก อลูมิเนียมจำนวนมาก ร่วมกับเหล็กแรงดึงสูง ซึ่งทำให้น้ำหนักของรถอยู่ที่ 2,490 กก. นอกจากนี้การออกแบบยังคำนึงหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งมีผลต่อสมรรถนะการขับขี่ และประหยัดพลังงาน โดยค่าซีดี เมื่อรวมกระจกมองข้างอยู่ที่ 0.28 หากไม่มีกระจกเหลือ 0.27 ซึ่งเป็นค่า ซีดี ที่ดีที่สุดในกลุ่มรถเอสยูวี และยังมีผลให้ e-tron มีความเงียบในห้องโดยสารที่โดดเด่น

ห้องโดยสารกว้างขวางหรูหรา ระบบควบคุมและจอแสดงผลล้ำสมัย ใช้งานง่าย

Audi e-tron เป็นรถขนาด 5 ที่นั่ง และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย 600 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 1,725 ลิตร เมื่อพับเบาะด้านหลังลง และยังมีที่เก็บสัมภาระด้านหน้าอีก 60 ลิตร ระบบ MMI Touch Response หน้าจอดิสเพลย์ MMI แบบทัชสกรีน ขนาด 8.6 และ 10.1 นิ้ว มีฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียง    เพิ่มความสะดวก และเพลิดเพลินในการใช้งาน กล้องแสดงภาพด้านข้าง (Virtual exterior mirrors)*  นวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย สัมผัสประสบการณ์ใหม่จากกล้องแสดงภาพด้านข้าง ที่จะแสดงผลบนหน้าจอ OLED ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นควบคุมแบบสัมผัส ที่ติดตั้งบริเวณแผงประตูซ้าย-ขวา เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้มองเห็นภาพด้านข้างตัวรถที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้อยู่ในสภาวะการเดินทางที่ไม่เอื้ออำนวย (*อุปกรณ์สั่งพิเศษ กรุณาสอบถามข้อมูลรายละเอียดผู้จำหน่าย Audi อย่างเป็นทางการ) ระบบนำทางแสดงภาพคมชัด ติดตั้งระบบอาวดี้ คอนเนคท์ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้งระบบช่วยการขับขี่ในเมือง ระบบช่วยจอด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

ผลิตจากโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Audi e-tron 55 quattro เป็นรถยนต์นำเข้าและผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมือง บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานเป็นของตนเอง อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วย และโรงงานผลิตรถยนต์แห่งนี้ ยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พรีเมียมแห่งแรก ที่ได้รับการรับรองให้เป็นโรงงานคาร์บอนนิวทรัล ขณะที่อาวดี้มุ่งให้โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วย

เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันยอดจองทั่วโลก 20,000  คัน

Audi e-tron   เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100 % รุ่นแรกของ Audi เปิดตัวครั้งแรกในโลก ในเดือนกันยายน 2561 ที่ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา  และเปิดตัวในยุโรป เมื่อต้นปี 2562 อาวดี้ตั้งเป้าว่าก่อนปี 2025  จะพัฒนาให้รถยนต์รุ่นหลักๆให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า และภายในปี 2025 หนึ่งในสามของยนตกรรมที่ส่งมอบให้ลูกค้าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือประมาณ 800,000 คัน ปัจจุบัน Audi e-tron  มียอดจองกว่า 20,000 คันทั่วโลก และวางอนาคตเข้าสู่การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 14,000 ล้านยูโร เรียบร้อย

เปิดตัวในไทย ก้าวแรกครั้งสำคัญ

รุ่นที่เปิดตัวในประเทศไทย เป็นครั้งแรกในประเทศไทย คือ  Audi e-tron  55 quattro  ในราคา 5,099,000บาท พร้อมเกิดพันธกิจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ข้ามธุรกิจครั้งสำคัญ “Dare to Change”  ระหว่าง อาวดี้ ประเทศไทย และบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนาธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำครบวงจรของไทย เพื่อยกระดับกรีนอีโคซิสเต็ม  และสนองนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น Smart City  ซึ่งบริษัท “แสนสิริ” ได้ตกลงเป็นลูกค้ารายแรก  ที่สั่งจอง Audi e-tron  เพื่อนำร่องเปลี่ยนรถผู้บริหารของแสนสิริให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ภายในปีนี้ 

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพฤหัสบดี, 21 มีนาคม 2562 22:47
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing