ธันวาคม 08, 2562

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวม :: ข่าวสารยานยนต์ :: รถใหม่ :: ทดสอบรถ :: เทคนิคการขับรถ :: ครบทุกรูปแบบ!

ย้อนตำนาน SUBARU สู่ความสำเร็จบนเส้นทางยานยนต์ | Drivingplace Featured

By พฤศจิกายน 19, 2562 47

ตำนานความสำเร็จจากอดีตจนถึงปัจจุบันของค่ายรถยนต์ SUBARU ต้องย้อนเวลากลับไปในปี 1915 เริ่มต้นจากบริษัท นากาจิมา แอร์คราฟ ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างอากาศยาน และกลายเป็นบริษัทหลักในการสร้างเครื่องบินรบให้กับกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่บริษัทต้องแตกตัวออกเป็นบริษัทย่อยๆ จำนวนมาก และใน 5 บริษัทที่แตกตัวมานั้นมีการรวมกลุ่มกันแล้วตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ ฟูจิ เฮฟวี่ อินดัสทรี (FHI) ที่มีวิสัยทัศน์ในการริเริ่มพัฒนารถยนต์ป้อนเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น

ฟูจิ เฮฟวี่ อินดัสทรี มองลู่ทางการทำธุรกิจในตลาดรถยนต์ โดยเริ่มพัฒนารถยนต์ภายใต้ชื่อ P-1 พร้อมกับการคิดชื่อแบรนด์ หรือรถยนต์ยี่ห้อใหม่ ซึ่งมาลงตัวด้วยชื่อ ซุบารุ (SUBARU) ที่ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “กลุ่มดาวลูกไก่” พร้อมทั้งออกแบบโลโก้ให้เป็นดาว 6 ดวง ซึ่งหมายถึง 5 บริษัทที่มารวมกันเป็นบริษัทเดียวคือ ดาวดวงที่ 6

คุณเคนจิ คิตะ ประธานคนแรกของบริษัทซูบารุยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารถของญี่ปุ่นควรจะใช้ชื่อภาษาญี่ปุ่น ชื่อแบรนด์ซูบารุจึงมาจากคำภาษาญี่ปุ่นซึ่งแปลว่า “ดาวลูกไก่” ซึ่งเป็นกลุ่มดวงดาว 7 ดวงที่สามารถมองได้ตาเปล่าเพียง 6 ดวง และสามารถเห็นดาวสีอมน้ำเงินได้ประมาณ 250 ดวงผ่านกล้องโทรทัศน์ และในภาษาญี่ปุ่น กลุ่มดาวนี้ยังมีอีกชื่อคือ มุทสึระโบชิ ที่แปลว่า ดาว 6 ดวง และปรากฎบ่อยๆ ตามบันทึกโบราณ ไปจนวรรณคดีของญี่ปุ่น ซึ่งทั้งชื่อ และสีที่มีความหมายนี้ได้กลายมาเป็นโลโก้ที่จดจำได้ง่ายของซูบารุ ที่เป็นดาวแฉกจำนวน 6 ดวงท่ามกลางพื้นหลังสีน้ำเงิน

ในปี ค.ศ.1954 ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรก P-1 หรือในตลาดเรียกกันว่า SUBARU 1500 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร  ต่อมาในช่วงหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลาดรถญี่ปุ่นเริ่มมีความต้องการรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กราคาถูกหรือ Kei Car ทำให้ SUBARU ต้องเริ่มพัฒนารถขนาดเล็กขึ้นมาในชื่อรุ่น SUBARU 360 (มีชื่อเล่นว่า Ladybird) ตั้งชื่อตามขนาดเครื่องยนต์ของรถ 356 ซีซี. ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นขายดีมากที่ญี่ปุ่น ปูทางให้ซูบารุ พัฒนารถยนต์รุ่นอื่นๆตามออกมาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้นทางซูบารุได้เริ่มออกจำหน่ายรถบรรทุก Subaru Sambar ตามออกมาถึง 2 รุ่น ซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กสุดคลาสสิกอันเป็นที่คุ้นตา เรียกว่าถ้าพูดถึงโมเดลคลาสสิกของรถบรรทุกขนาดเล็ก ต้องนึกถึงรถบรรทุกรุ่นนี้ของซูบารุอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นซูบารุก็ได้พัฒนารถยนต์นั่งโดยสารแบบคอมแพค และเริ่มออกจำหน่าย Subaru 1000 เป็นรถยนต์คอมแพครุ่นแรกที่เริ่มใช้เครื่องยนต์ Boxer ที่เป็นเทคโนโลยีหลักของซูบารุที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อความมีเสถียรภาพ และการควบคุมรถยนต์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้พัฒนาภายในห้องโดยสารให้สะดวกสบายมากขึ้น ก่อนที่ในปี 1969 จะออกจำหน่าย Subaru R-2 มาแทนที่รุ่นยอดนิยมอย่าง Subaru 360 โดยมาพร้อมกับสไตล์ที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และตอบโจทย์ความตั้งใจในการผลิตรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น

โลกหมุนเร็ว อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศญี่ปุ่นเติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้ซูบารุ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง และเริ่มออกจำหน่าย Subaru Leone ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกของซูบารุที่มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Subaru Symmetrical All-Wheel Drive เป็นเทคโนโลยีถ่ายทอดพลังไปยังล้อทั้งสี่เพื่อให้ผู้ขับขี่อุ่นใจในทุกสภาวะถนน ซึ่งต่อมาเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อนี้ยังได้ถูกเปิดตัวอีกครั้งพร้อมรถยนต์ชื่อดัง Subaru Impreza ในปี 1992 และเมื่อ Impreza รุ่นที่สองออกจำหน่าย ก็ไม่ได้มีแค่เทคโนโลยีสี่ล้ออีกต่อไป แต่ได้พัฒนาคุณสมบัติอื่นๆ มาเพิ่มด้วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบใหม่ ให้มีความแรงขับสนุกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูบารุ และพัฒนาระบบความปลอดภับในการขับขี่ควบคู่กันไป

ในปี 1997 ซูบารุยังตอกย้ำความแข็งแกร่งสู่ตลาดรถยนต์กลุ่มใหม่ ด้วยการเปิดตัว Subaru Forester โมเดลแรก ที่ผสานจุดเด่นต่างๆไว้มากมาย ทั้งจุดเด่นของ SUV ที่ลุยได้ดีกว่ารถเก๋งจากตัวรถยกสูง มีรูปลักษณ์แข็งแกร่ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่พร้อมตะลุยไปได้ทุกเส้นทาง พร้อมผสมผสานกับการเป็นรถยนต์นั่งที่ขับสนุก คล่องตัว เช่นเดียวกับซูบารุรุ่นก่อนหน้านี้ ทำให้ Subaru Forester กลายเป็นรถยนต์ SUV รุ่นที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่ง อีกทั้งยังมีชื่อในเรื่องของเทคโนโลยีและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล

จุดเด่นของ Subaru Forester รวมถึงรถยนต์รุ่นใหม่ๆของซูบารุหลากหลายรุ่น ที่ตามออกมาสู่ตลาดอย่างมากมายจนถึงปัจจุบัน นอกจากเรื่องของเครื่องยนต์ Boxer อันเลื่องชื่อด้านความแรงขับสนุกกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่นๆแล้ว ซูบารุยังพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่โดดเด่น ด้วยระบบ Symmetrical AWD ถือเป็นหัวใจสำคัญของซูบารุในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะระบบ SAWD เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรตลอดเวลา (Full Time) แตกต่างจากระบบอื่นๆ ซึ่งถูกออกแบบมาให้การกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อทั้ง 4 อย่างอิสระ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างล้อทั้ง 4 เพื่อให้สมรรถนะในการเกาะถนนสูงสุดในทุกสถานะการณ์

การเดินทางที่ยาวนาน จนถึงปัจจุบันยอดขายสะสมรถยนต์ของซูบารุทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับล้านๆคัน ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขจากยอดขายแค่เพียงญี่ปุ่น แต่เป็นยอดขายจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ค่ายรถยนต์ซูบารุเติบโตแบบก้าวกระโดด ล่าสุดรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ ยังได้ตอกย้ำความมุ่งมั่น ด้วยการเปิดโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยการทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมนำทีมวิศวกรและพนักงานชาวญี่ปุ่น ร่วมมือกับชาวไทย ควบคุมมาตรฐานการผลิตเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณการสร้างรถยนต์ของซูบารุแบบดั่งเดิม โดยเริ่มประเดิมสายการผลิตด้วย New Subaru Forester โมเดลใหม่ล่าสุด ซึ่งรถยนต์เอสยูวีรุ่นนี้ ในปัจจุบันกำลังมาแรงสร้างยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดขึ้นไปเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม SUV สร้างปรากฏการณ์เติบโตสวนกระแสตลาดรถยนต์ SUV เมืองไทยได้อย่างน่าทึ่ง !!! ( Advertorial )

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันอังคาร, 19 พฤศจิกายน 2562 10:28
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing