ธันวาคม 19, 2561

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวมข่าวสารยานยนต์และการขับรถครบทุกรูปแบบ !

MAZDA 3 ไมเนอร์เชนจ์ เติมเทคโนโลยีการขับขี่เต็มคัน Featured

   มาสด้า 3 รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ MY2017 เปิดตัวสู่ตลาดด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบใหม่ล่าสุด “โคโดะ ดีไซน์ เจนเนอเรชั่นใหม่” ที่สะท้อนถึงพลังของจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเคลื่อนไหวอันสวยงาม ผสานกับวิวัฒนาการที่ก้าวไปอีกขั้นของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ เป็นครั้งแรกที่มาสด้าใส่ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ซึ่งส่งผลทำให้มาสด้า3 มีเทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ๆที่แตกต่างจากคู่แข่งในคลาสเดียวกัน

   มาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ มีความโดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจ มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต พร้อมเปิดตัวระบบ GVC หรือ G-Vectoring Control เทคโนโลยีแรกจาก สกายแอคทีฟ วีฮิเคิล ไดนามิกส์  ซึ่งระบบ GVC เกิดจากความคิดที่จะสามารถใช้เครื่องยนต์มาช่วยเพิ่มสมรรถนะของช่วงล่างได้หรือไม่ และได้รับการพัฒนาโดยมีปรัชญา HMI ที่ว่าด้วยมนุษย์เป็นศูนย์กลางของมาสด้าเป็นพื้นฐาน ของเทคโนโลยีที่จะสร้างการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล ตอบสนองดังใจ และมีการปรับปรุงเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE  พร้อมพัฒนาปรับปรุงคุณภาพโดยรวมของตัวรถทุกองค์ประกอบทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน ฟังก์ชั่นต่างๆ และที่รู้สึกได้คือการขับขี่ที่เงียบกว่ารุ่นเดิม จากใช้แดมเปอร์แบบไดนามิกที่ trailing arm ของช่วงล่างหลังและจุดตัดขวางของช่วงล่างเพื่อให้การขับขี่เงียบกว่าเดิม สิ่งที่เพิ่มมาช่วยให้การสั่นสะเทือนของชิ้นส่วนต่างๆขณะขับขี่ลดลงและลดเสียงรบกวนจากถนนโดยเฉพาะเมื่อขับบนพื้นถนนขรุขระได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังได้รับการปรับในทุกส่วนของตัวถัง ไม่ว่าจะเป็นเพดาน พื้น และประตู เพื่อดูดซับเสียงลมเมื่อขับที่ความเร็วสูง

   ดีไซน์ของมาสด้า3 เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกทรงพลัง และชีวิตชีวา การปรับโฉมครั้งนี้เน้นที่การปรับแต่งให้สัดส่วนที่ทรงพลังและสง่างามดูสุขุมมากขึ้น ไล่ตั้งแต่กระจังหน้าและ signature wing ใหม่ที่กว้างขึ้น ตำแหน่งของโลโก้และแผ่นป้ายทะเบียนที่ต่ำลงสะท้อนถึงจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าเดิม ไฟตัดหมอกล้อมกรอบโครเมียมสอดรับกับกันชนหน้า ไฟหน้า LED ช่วยให้ดีไซน์โดยรวมดูสะอาดมีมิติมากขึ้น ส่งผลให้ดวงตาคู่นี้แสดงออกถึงอารมณ์ที่ลุ่มลึก เส้นสายด้านข้างตัวรถพุ่งสู่ด้านท้ายทำให้รู้สึกราวกับว่ารถมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ด้านท้ายของรุ่น Hatchback ใช้กันชนหลังแบบใหม่ให้ความรู้สึกมั่นคง ส่วนกันชนท้ายของรุ่น Sedan นั้นมีสมดุลกับด้านหน้า ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่สีเข้มเป็นประกาย แนวเส้นของก้านเป็นทิศทางเดียวช่วยเน้นเส้นผ่าศูนย์กลางส่งเสริมให้เกิดความดุดันแข็งแกร่งกับตัวรถโดยรวม

   ภายในห้องโดยสาร เน้นความประณีตทุกองค์ประกอบ  ไล่จากแผงควบคุมที่ทอดสายตาไปถึงที่นั่งผู้โดยสารมีความลงตัวเหมือนนั่งอยู่บนจุดศูนย์กลางของการควบคุมรถ  แผงประตูและที่จับประตูด้านในเป็นสีเทามีประกายทำให้เกิดการตัดกันระหว่างแผงเครื่องปรับอากาศตกแต่งกรอบสีซาตินโครม มือจับประตูด้านในที่เป็นสีเมทัลลิกช่วยให้ความพรีเมียมยิ่งขึ้น หน้าจอ Center Display และแผงควบคุมเป็นศูนย์กลางสร้างพื้นที่กว้างและลาดต่ำ การเดินตะเข็บสองเส้นในบริเวณวัสดุอ่อนนุ่มที่ใช้บุเพื่อเพิ่มคุณภาพของห้องโดยสาร พร้อมเบรกมือไฟฟ้าและกล่องเก็บสัมภาระดีไซน์ใหม่ไม่เสียพื้นที่ให้กับด้ามเบรคมือแบบเดิม ปุ่ม Center Commander และสวิตช์ควบคุมที่เกี่ยวข้องถูกจัดวางไว้กึ่งกลาง กล่องเก็บสัมภาระหุ้มด้วยวัสดุอ่อนนุ่มพร้อมเดินตะเข็บคู่  พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ตามแบบมาสด้าซีเอ็กซ์-9 แกนกลางที่เล็กลงแต่ยังคงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าเดิม ตกแต่งด้วยกรอบสีซาตินโครมบนก้านพวงมาลัยพร้อมหนังแท้หุ้มพวงมาลัยให้สัมผัสที่นุ่มนวลแต่กระชับเหมาะมือ สวิตช์ต่างๆถูกจัดให้อยู่ในแถวเดียวกันเหมาะกับสรีระและธรรมชาติของมือในการใช้งานมากขึ้น ภายในมีทั้งแบบผ้าสีดำชนิดใหม่ และเบาะหนังสีดำให้เลือก โดยเบาะหนังสีดำมาพร้อมเฉดสีแดงเข้มเพิ่มความลุ่มลึกและแสดงออกถึงความสปอร์ตได้อย่างลงตัว

   การปรับโฉมครั้งนี้มาสด้ายังให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่ดี ด้วยการออกแบบหน้าจอ Active Driving Display และมาตรวัดต่างๆ แสดงผลให้ชัดเจนอ่านง่ายยิ่งขึ้นโดยอัพเกรดใหม่เป็นหน้าจอสีที่เพิ่มความสว่างคมชัดกว่าเดิม สัญญาณเตือนต่างๆจะเป็นสีแดงและเหลืองอำพัน สามารถอ่านข้อมูลได้ชัดเจน  และเพิ่มขนาดความยาวที่ใส่สัมภาระข้างประตู รุ่นก่อนที่มีขนาด 145 มม. มาเป็น 400 มม. ทำให้สามารถบรรจุของชิ้นใหญ่ขึ้นได้ เช่น ขวดน้ำขนาด 1 ลิตร หรือแผ่นซีดี เพิ่มฝาปิดที่วางแก้วน้ำคอนโซลกลางช่วยป้องกันเครื่องดื่มไม่ให้หกเลอะเทอะ

   การทดลองขับ มาสด้า 3 รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ครั้งนี้เราขับออกจากโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้า พาราไดซ์ พาร์ค ไซม์ ดาร์บี้ บนถนนศรีนครินทร์ ลัดเลาะออกจากเมืองหลวงไปข้ามเขาใหญ่ฝั่งจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลองสมรรถนะในทุกสภาพเส้นทางโดยมาสด้า3 รุ่นปรับปรุงล่าสุดก็ให้การตอบสนองที่ดีเกินความคาดหมาย  ด้วยการตอบสนองอัตราเร่งที่ทันใจของเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟ 2.0 ลิตร ที่มีการเพิ่มฟังก์ชั่น Drive Selection เข้ามาช่วยให้ผู้ขับเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ตได้อย่างง่ายดายเพียงกดสวิตช์ที่ข้างเกียร์ การเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ตทำให้เครื่องยนต์ให้การตอบสนองแตกต่างโดยเฉพาะในจังหวะใช้ความเร็วเร่งแซงด้วยอัตราเร่งที่ราบรื่นแต่หนักแน่นช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นกระทั้งมาถึงฝั่งอำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่พื้นที่ของ Rancho Charvee เพื่อเรียนรู้และสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล (GVC) ที่เปิดตัวครั้งแรกในมาสด้า3 โฉบปรับปรุงใหม่ นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ครั้งแรกของ สกายแอคทีฟ-วีฮิเคิล ไดนามิกส์ โดยมาสด้าพยายามแสวงหาการเปลี่ยนผ่านแรงจีอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นในจังหวะเบรก เลี้ยว หรือเร่งความเร็ว ในทุกสถานการณ์การขับขี่

   GVC ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้แปรตามการสั่งการจากพวงมาลัย เพื่อควบคุมให้แรงเหล่านี้เป็นหนึ่งเดียวและเสริมประสิทธิภาพการรับน้ำหนักในแนวดิ่งของยางแต่ละเส้นให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ GVC จะช่วยควบคุมแรงบิด ทำให้เกิดการผ่อนแรงจีทันทีเมือเริ่มหมุนพวงมาลัย ทำให้การรับน้ำหนักถูกถ่ายไปที่ล้อหน้าจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนให้ดีขึ้น และการตอบสนองของรถดีขึ้น เมื่อผู้ขับบังคับพวงมาลัยให้อยู่ในองศาที่คงที่แล้ว GVC ก็จะช่วยเรียกคืนแรงบิดของเครื่องยนต์กลับมาและถ่ายน้ำหนักไปที่ล้อหลังเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับตัวรถ การถ่ายน้ำหนักนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนให้แก่ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง รถจะขับเคลื่อนไปดังความตั้งใจของผู้ขับและมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น  GVC ยังให้ผลที่เป็นธรรมชาติและสร้างความสบายให้ทั้งแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร เนื่องจากระบบนี้พัฒนาโดยมีปรัชญามนุษย์คือศูนย์กลางเป็นพื้นฐานช่วยให้ระบบนั้นกำเนิดปฏิกิริยาและการควบคุมที่สอดคล้องกับประสาทสัมผัสมนุษย์ ช่วงเวลาที่ระบบตอบสนองต่อการควบคุมพวงมาลัยของผู้ขับนั้นเร็วมากจนไม่สามารถสังเกตได้ และเพิ่มแรงเฉื่อยไม่เกิน 0.1 GVC นั้นให้การควบคุมที่เหนือกว่ามนุษย์จะทำได้ ด้วยการควบคุมที่เป็นธรรมชาติกว่าและแม่นยำกว่าในการตอบสนอง

   เนื่องจาก GVC คือระบบซอฟต์แวร์จึงไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่รถ GVC นั้นเอื้อประโยชน์ในการขับขี่ให้แก่ทุกคนในหลากหลายสถานการณ์ไม่ว่าผู้ขับจะมีทักษะในการขับรถระดับไหน ไม่ว่าจะเป็นการขับในชีวิตประจำวันด้วยความเร็วต่ำในเมือง การขับทางตรงความเร็วสูงบนทางหลวง ทางโค้ง หรือการควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน GVC ก็ช่วยให้ประโยชน์แก่ผู้ขับเสมอ เพราะมีการถ่ายน้ำหนักลงสู่ล้อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และช่วยผู้ขับให้สามารถควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการ ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องคอยแก้อาการพวงมาลัยบ่อยๆซึ่งมักจะทำไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ผู้ขับจึงขับรถได้อย่างง่ายดายและควบคุมรถให้อยู่ในเลนที่ต้องการได้ง่ายขึ้น รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถและมั่นใจในการขับรถมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับในระยะทางไกลๆ การเปลี่ยนของแรงจีที่นุ่มนวลนี้ช่วยให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารโคลงตัวไปมาน้อยลงทำให้ทุกคนในรถรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง การควบคุมรถและเสถียรภาพของรถบนพื้นผิวถนนลื่น เช่น เมื่อฝนตก หิมะตก จะยิ่งมีประสิทธิภาพขึ้น ผู้ขับจะรู้สึกว่ายางรถนั้นเกาะถนนอย่างมั่นคงและทุกคนในรถรู้สึกปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม

   ในส่วนของเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง i-ACTIVSENSE ของมาสด้า มีพื้นฐานมาจากปรัชญาความปลอดภัยเชิงป้องกัน ผสมผสานกับโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟที่น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอื่นๆ ทำให้มาสด้า3 ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ในการปรับโฉมครั้งนี้ มีการเพิ่มระบบที่ช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับ อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของ i-ACTIVSENSE เช่น ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ หรือ SCBS ที่มาพร้อมกล้องใหม่ที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับด้านหลังเพื่อให้มีระยะทำงานได้กว้างไกลกว่าเดิมและครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ได้มากกว่า รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม เช่น เพิ่มระบบไฟหน้าอัจฉริยะ (ALH) และขยายระยะความเร็วที่ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ Smart Brake Support (SBS) จะคอยตรวจจับรถและสิ่งกีดขวางบนท้องถนนด้านหน้าเมื่อขับรถและช่วยหลีกเลี่ยงการชนปะทะ ช่วยลดความเสียหายด้วยการส่งเสียงเตือนและหยุดรถอัตโนมัติใน 2 รูปแบบ การปรับโฉมครั้งนี้ขยายระดับความเร็วที่ระบบทำงานจากเดิม 15-160 กม./ชม. มาเป็น 15-160 กม./ชม. ด้วยการควบรวมเรดาร์คลื่นสั้นแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับกล้องตรวจจับด้านหน้าแบบใหม่

   และอีกสถานีที่เราได้ลองของจริงกันคือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC : Mazda Radar Cruise Control  โดยจัดให้เราขับเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามกันที่ความเร็วประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเมื่อขับรถที่ความเร็วระหว่าง 30 – 145 กม./ชม. เรดาร์ของระบบจะจับระยะห่างและความเร็วของรถคันหน้า ระบบจะควบคุมเครื่องยนต์และเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อปรับความเร็วและระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันหน้า ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องคอยเหยียบคันเร่งและเบรกเอง ช่วยลดความเหนื่อยล้าเมื่อขับรถเป็นระยะทางไกลได้ เรดาร์เซนเซอร์ของระบบนี้สามารถตรวจจับรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำทีเดียว

   สรุปว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดของมาสด้า3 โฉมปรับปรุงใหม่ MY2017 เป็นยิ่งว่าการปรับเปลี่ยนแบบไมเนอร์เชนจ์ทั่วไป เพราะมีทีเด็ดที่เทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่ช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม แถมยังปรับราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่มาก จึงถือเป็นความคุ้มค่าที่หาได้ยากจากรถยนต์รุ่นปรับโฉมแบบไมเนอร์เชนจ์ที่เราคุ้นเคย

   สำหรับการทำตลาด มาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่ได้มีการเพิ่มรุ่นย่อยของซีดาน 4 ประตู ขึ้นมาอีก 1 รุ่น คือ รุ่น 2.0 SP ที่อัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเทียบเท่ารุ่น 5 ประตู รุ่น 2.0 SP Sports ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่อชอบรถสไตล์ซีดาน 4 ประตู  และในทุกรุ่นย่อยจะมีอุปกรณ์มาตรฐานที่ถูกติดตั้งเพิ่มเติม จึงทำให้มาสด้า3  เป็นรถที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 847,000 บาท - 1,119,000 บาท ซึ่งรุ่นท็อปออฟชั่นจัดเต็มเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมขยับราคาขึ้นเพียง 20,000 บาท และราคาทุกรุ่นเท่ากันทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบค

Rate this item
(1 Vote)
Last modified on วันเสาร์, 04 พฤศจิกายน 2560 00:17
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing