กันยายน 26, 2561

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวมข่าวสารยานยนต์และการขับรถครบทุกรูปแบบ !

MG ZS สมาร์ทเอสยูวีที่น่าจับตามอง! Featured

By พฤษภาคม 26, 2561 3429

[TestDrive] ZS สมาร์ทเอสยูวีรุ่นแรกของ MG ที่ชูจุดเด่นระบบสั่งงานอัจฉริยะ “i-SMART” รองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมการดีไซน์รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย ผสานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และที่สำคัญยังมีระดับราคาที่ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ ทำให้ยอดขายของรถเอสยูวีรุ่นนี้พุ่งทะยานอย่างน่าสนใจ

   ล่าสุด MG ZS ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ค่ายรถเอ็มจี ในเมืองไทย ประสบความสำเร็จด้วยการขึ้นครองแชมป์อันดับหนึ่งในตลาดรถ B-SUV และตลาด SUV โดยรวมในไตรมาสแรกปี 2561  ด้วยยอดจำหน่าย  MG ZS สูงถึง 3,210 คัน พร้อมความเชื่อมั่นที่จะทำให้เอ็มจีบรรลุยอดขายรถยนต์ทุกรุ่นทะลุ 30,000 คันในปีนี้ 

   รูปลักษณ์ภายนอกของ MG ZS ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Brit Dynamic เน้นความทันสมัยในสไตล์สปอร์ตเอสยูวีติดหรูนิดๆ สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความคล่องตัวและยังคงเอกลักษณ์แบบอังกฤษของเอ็มจี  มุมมองด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่มีความหรูหราตามสมัยนิยม ซึ่งการดีไซน์แบบนี้จะเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เอ็มจีรุ่นต่อไปในอนาคต ชุดไฟหน้าเรียวคมเป็นแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน และไฟท้ายเป็นแบบแอลอีดี ทิวบ์ (LED TUBE) รูปทรงสวยรับกับเส้นสายตัวรถ พร้อมออฟชั่นขั้นเทพหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา ให้ความโปร่งสบายด้วยพื้นที่ของซันรูฟที่มีขนาด 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่หลังคาทั้งหมด (เฉพาะรุ่น Xที่เราทดลองขับ) โดยหลังคาซันรูฟสามารถควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ง่ายๆแค่กดปุ่มที่ก้านพวงมาลัยพร้อมพูดคำว่า  ​"ฮัลโหล เอ็มจี เปิดซันรูฟ"   ด้านท้ายรถรูปทรงดูบึกบึนตามสไตล์เอสยูวีแท้ๆหลังคาไม่ลาดเทแบบรถครอสโอเวอร์ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์จำเป็นครบทั้งไฟเบรกดวงที่สามแบบแอลอีดี ไฟตัดหมอกหลัง  สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต และที่เปิดประตูท้ายสไตล์สปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแฝงอยู่กับโลโก้เอ็มจีที่ฝาท้าย

  ส่วนขนาดมิติตัวถังโดยรวมของ MG ZS ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเพราะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ใกล้เคียงกับรถเอสยูวีพิกัด 1.8 ลิตรที่มีระดับราคาสูงกว่า โดยความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,314 มม. ความกว้าง 1,809 มม. ความสูง 1,624 มม. ความยาวระยะฐานล้อ 2,585 มม. ระยะห่างระหว่างด้านซ้าย-ขวาล้อคู่หน้า 1,526 มม. ระยะห่างระหว่างล้อด้านซ้าย-ขวาคู่หลัง 1,534 มม.

 

   การออกแบบภายในห้องโดยสาร จัดว่าอัพเกรดดูดีกว่ารถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่เคยสัมผัสมา เน้นการตกแต่งหรูหราด้วยสีแบบทูโทนสไตล์รถยุโรป พร้อมวัสดุเน้นผิวสัมผัสนุ่มนวล แผงแดชบอร์ดออกแบบรูปทรงได้สวยงาม จัดวางอุปกรณ์ต่างๆในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก คอนโซลกลางติดตั้งจอแสดงผลขนาด 8 นิ้วมองชัดใช้งานง่าย  ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล (ยกเว้นรุ่น C) ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ และไฟส่องแผ่นที่   ล้มตัวลงนั่งเบาะคนขับสามารถปรับได้ 6 ทิศทางด้วยมือโดยรวมถือว่าปรับเข้ากับสรีระได้ง่าย และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ   พวงมาลัยหุ้มหนังระบบมัลติฟังก์ชั่นครบ ควบคุมทั้งเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ด้วยปลายนิ้วพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูส คอนโทรล ของมันต้องมีแต่ไม่ค่อยได้ใช้กันเท่าไหร่ เพราะการใช้ครูส คอนโทรลทางยาวๆสบายก็จริงแต่จะกินน้ำมันมากกว่าการใช้เท้าเนี่ยนๆควบคุมคันเร่งด้วยตัวเอง

   MG ZS จัดอยู่ในกลุ่มซับคอมแพ็คเอสยูวี (บี-เซ็กเมนท์ ) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน DOHC VTi-TECH  แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลัง 114 แรงม้าที่  6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิงได้ถึงE85  ส่งผ่านกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดพร้อม Manual Mode ซึ่งเกียร์ชุดนี้หลายท่านชอบบ่นว่ามีแค่ 4 เกียร์มันน้อยเกินไปไม่หน้าน่าจะเพียงพอสำหรับรถยนต์ยุคนี้ แต่เมื่อลองใช้งานจริงก็ถือว่าโอเครับได้! การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์มีความต่อเนื่อง อาการกระตุกระหว่างรอยต่อเกียร์เกิดขึ้นน้อย ทำให้การเร่งความเร็วช่วงออกตัวหรือการคิกดาวน์เพื่อเร่งแซงค่อนข้างทันใจ เรียกว่าขับสนุกกว่ารถยนต์ที่ใช้เกียร์ซีวีทีบางรุ่นที่เร่งแล้วรอบเครื่องจะพุ่งมาก่อนความเร็วของรถ  แต่เกียร์ 4 จังหวะของ MG ZS จะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงการขับขี่เดินทางด้วยความเร็วคงที่รอบเครื่องยนต์จะค่อนข้างสูงกว่ารถยนต์ที่มีเกียร์ 5 จังหวะขึ้นไปหรือเกียร์แบบซีวีทียุคใหม่ๆจึงมีผลในเรื่องการกินน้ำมันที่มากกว่า  ความเร็ว 100 กม./ช.ม. รอบการทำงานอยู่ที่ 2,500 รอบ/นาที  ความเร็ว 120 กม./ชม.  ที่ 3,000 รอบ/นาที ซึ่งการใช้ความเร็วคงที่ระดับนี้ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 13-15 กม./ลิตร และถ้าใช้ความเร็วเดินทางเรื่อยๆตามกฎหมายกำหนด 80-90 กม./ชม.รอบเครื่องอยู่ที่ประมาณ 2,000-2,200 รอบ/นาที ค่าเฉลี่ยที่เราทดลองขับทำได้ประมาณ18- 19 กม./ลิตร 

   การควบคุมรถยังมีข้อดีที่ต่างจากรถยนต์รุ่นอื่น คือพวงมาลัยระบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้ารัศมีวงเลี้ยว 5.6 เมตร  สามารถปรับน้ำหนักได้ถึง 3 ระดับ ทั้ง Comfort, Normal และ Sport การปรับตั้งค่าสามารถทำได้ที่หน้าจอสัมผัสบริเวณคอนโซล ซึ่งแต่ละระดับก็ให้น้ำหนักการควบคุมรถต่างกันพอสมควร  เรียกว่าสามารถปรับได้ตามความชอบส่วนบุคคล แต่ทั้ง 3 ระดับจะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ถ้าความเร็วเกินพวงมาลัยจะแปรผันน้ำหนักตามความเร็วโดยอัตโนมัติ   ส่วนช่วงล่างยึดพื้นฐานเดียวกับรถยนต์นั่งซับคอมแพ็คทั่วๆไป ด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม แต่การปรับจูนจะมุ่งเน้นให้ใกล้เคียงรถยุโรปมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การยึดเกาะถนนโดยรวมถือว่าใช้ได้ ให้อารมณ์หนึบไม่เด้งพร้อมความนุ่มนวลพอดีๆขับสบายตามสไตล์รถครอบครัว และให้ความมั่นใจด้วยระบบเบรกแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้อ ให้น้ำหนักการเบรกพอดีๆ หยุดรถได้ตามสั่งทุกช่วงความเร็ว

   ในส่วนของระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่ถูกติดตั้งในรถ MG ZS ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับในการสั่งการฟังค์ชั่นต่างๆ อาทิ เช่น การเปิด-ปิดซันรูฟ การปรับเพิ่มหรือลดอุณหภูมิของระบบปรับอากาศ การสั่งการระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และการใช้ระบบการนำทางผ่านการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย เพียงแค่เริ่มต้นการสั่งการด้วยการพูดว่า “Hello MG”  รวมไปถึงผู้ขับยังสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานต่างๆของรถยนต์ผ่านแอพพิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน อาทิ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง  สภาพการทำงานของแบตเตอรี่  เครื่องยนต์ และระบบเบรก นอกจากนี้ถ้าตัวรถมีการเคลื่อนที่อย่างผิดปกติ ระบบนี้ยังสามารถแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ดังกล่าวเพื่อป้องกันการโจรกรรมได้อีกด้วย

   ทางด้านระบบความปลอดภัยของ MG ZS ตามข้อมูลที่เอ็มจีแจ้งมาก็ถือว่าจัดเต็มไม่แพ้รถยนต์รุ่นอื่นๆในคลาสเดียวกัน  ไล่ตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบนิรภัย FSF (Full Space Frame) เทคโนโลยีปกป้องทุกชีวิตในห้องโดยสาร และระบบ Synchronized Protection System 9 ระบบ ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวมทั้งหมด 6 จุด

 

   การทำตลาดปัจจุบัน MG ZS  มีให้เลือก 3 รุ่น เริ่มต้นจาก ZS รุ่น C ราคา  679,000 บาท, MG ZS รุ่น D ราคา  729,000 บาท และรุ่นท๊อป X ที่ทดลองขับออฟชั่นจัดเต็ม ราคา 789,000 บาท  พร้อมกันนี้เอ็มจียังมอบแพ็คเกจใช้งานระบบ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับความอุ่นใจกับการบริการแพสชั่น เซอร์วิส ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) เรียกกว่าการทำตลาดรถรุ่นนี้มาแบบครบวงจรจริงๆ

  ด้วยคุณภาพตัวรถที่ดีขึ้นภายใต้ราคาจำหน่ายที่เย้ายวนและออฟชั่นที่ยั่วใจ รวมทั้งบริการหลังการขายที่ครอบคลุมอุ่นใจ   ตรงนี้ถือว่ามาถูกทางและเริ่มเป็นรูปธรรมแล้วสำหรับแบรนด์เอ็มจีในการทำตลาดภายในประเทศไทย!! 

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันพุธ, 27 มิถุนายน 2561 01:59
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing