ธันวาคม 19, 2561

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวมข่าวสารยานยนต์และการขับรถครบทุกรูปแบบ !

สัมผัสพี่ใหญ่ MAZDA CX-5 เจเนอเรชั่นที่ 2 Featured

By พฤษภาคม 24, 2561 3904

   [TestDrive] MAZDA CX-5 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2555 เป็นรุ่นแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของมาสด้า เพื่อนำเสนอเทคโนโลยี SKYACTIV และการออกแบบสไตล์ KODO design  เป็นครั้งแรกในเมืองไทย  ซึ่งการอัพเดทผลิตภัณฑ์ครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงต่อยอดมาสู่รถยนต์รุ่นใหม่ๆทุกรุ่นของมาสด้าที่จัดจำหน่ายในปัจจุบัน จนมาถึงพัฒนาการล่าสุด คือ ALL-NEW MAZDA CX-5 เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เราทดลองขับในครั้งนี้

   ALL-NEW MAZDA CX-5 เจเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นพี่ใหญ่จากสายพันธุ์ MAZDA SKYACTIV ที่จัดจำหน่ายอย่างจริงจังในปัจจุบัน รูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมๆมีความใหญ่โตบึกบึนกว่า CX-5 รุ่นแรกพอสมควร  ใบหน้าโดดเด่นมองเห็นเป็นเอกลักษณ์มาแต่ไกลด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ลายตะข่ายสีดำดุดันพร้อมโลโก้มาสด้าขนาดใหญ่เตะตาอยู่ตรงกึ่งกลาง บริเวณฐานด้านล่างของกระจังแต่งด้วยแถบโครเมี่ยมทอดยาวไปจรดชุดไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบLEDอย่างลงตัว  ด้านข้างตัวถังไม่เน้นเส้นสายเรียวคมแต่จะดูเรียบๆเนียนๆด้วยความโค้งมนบึกบึนต่อเนื่องตลอดคัน ส่วนด้านท้ายมองผิวเผินคล้ายๆกับ CX-5 รุ่นเดิมต้องสังเกตุความแตกต่างที่ความกว้างของตัวถังและความหนาของบั้นท้าย รวมถึงชุดไฟท้ายแบบLEDที่มีขนาดเล็กลงแต่มีรูปทรงที่เรียวคมดูทันสมัยมากขึ้น

   ขยับเข้าสู่ห้องโดยสาร สัมผัสแรกก่อนการขับขี่ สิ่งที่น่าสนใจคือโซนควบคุมออกแบบได้ดีโอบล้อมผู้ขับให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วผ่านสวิทช์ควบคุมและมาตรวัดต่างๆที่จัดวางไว้อย่างเหมาะสม เพิ่มความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนกับรถ  มาตรวัดทั้งหมดตรงด้านหน้าคนขับอยู่ตรงศูนย์กลางของพวงมาลัยมองเห็นได้ชัดเจน โดยผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน   พร้อมกับติดตั้งเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ BOSE® SOUND SYSTEM รอบทิศทาง ลำโพง 10 ตำแหน่ง เพลิดเพลินกันได้ทุกการเดินทาง   และขาดไม่ได้กับสังคมยุคใหม่ด้วยระบบเชื่อมต่อ MZD Connect ช่วยให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบริการเครือข่ายทางสังคมได้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในรถ นอกเหนือจากฟังก์ชั่นเสียงแล้วยังสนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth สำหรับการใช้งานโทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรี ระบบ AHA จาก HARMAN เป็นฟังก์ชั่นการสื่อสารที่ประกอบไปด้วย Twitter และเนื้อหาเว็บอื่น ๆ รวมทั้งฟังก์ชั่นการนำทางที่ใช้ข้อมูลจาก SD การ์ด ซึ่งสามารถติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ในภายหลัง

   บริเวณคอนโซลหน้าเป็นแบบ Metal Wood ผสานความสปอร์ตด้วยเบาะหนังสีดำแต่งด้วยด้ายสีน้ำตาล  พนักพิงแถวหลังปรับเอนได้ และสามารถแยกพับได้ 3 ส่วน แบบ 40:20:40 อิสระจากกัน เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่   ช่อง USB 2.1 แอมป์ 2 ช่องติดตั้งที่บริเวณพนักวางแขนเพื่อรองรับการใช้งานของผู้โดยสารโดยเฉพาะ และติดตั้งช่องแอร์สำหรับที่นั่งตอนหลังช่วยเพิ่มความเย็นสบายได้อย่างทั่วถึง

   การออกแบบเบาะที่นั่งและชิ้นส่วนการตกแต่งภายในยังผสมผสานความหรูหราและช่วยสนับการควบคุมรถได้ดี  เบาะที่นั่งมีความหนาและรูปทรงของเบาะโอบรับสรีระได้ดี พร้อมตำแหน่งการขับขี่ออกแบบได้ลงตัว แป้นเหยียบและพวงมาลัยถูกจัดวางไว้ในลักษณะที่เมื่อคนขับนั่งลงแล้วแป้นเหยียบอยู่ในตำแหน่งที่เท้าวางลงเป็นไปตามธรรมชาติและพวงมาลัยเป็นจุดที่คนขับยืดแขนออกไปตามธรรมชาติ คอนโซลกลางถูกยกให้สูงขึ้นและคันเกียร์สูงกว่ารุ่นแรก 60 มิลลิเมตร การวางตำแหน่งที่พักแขนตรงกลางและที่พักแขนตรงประตู ให้มีความสูงใกล้เคียงกันทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้ามีพื้นที่นั่งที่สมดุลยิ่งขึ้น 

   การเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับรถ แสดงผลผ่านจอข้อมูลมัลติมีเดีย (MID) ทางด้านขวาของแผงหน้าปัดใช้จอแสดงผลแอลซีดีทีเอฟที (LCD-TFT) แบบมีสีขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียดสูง พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการใช้งานที่รวดเร็วและง่าย  ไฟแสดงการทำงานตามปกติทั้งหมดใช้สีเขียวอมชมพูแบบเดียวกันและการวางตำแหน่งอย่างเท่าเทียมทั้งด้านซ้ายขวายังช่วยเพิ่มความง่ายในการมอง นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ (Active Driving Display) จะแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้ารถจะช่วยให้ผู้ขับขี่ลดการละสายตาและการปรับโฟกัสให้น้อยที่สุด ข้อมูลที่แสดงจะแบ่งออกเป็นโซนด้านบนและด้านล่าง ข้อมูลสภาพแวดล้อมในการขับขี่รวมถึงทิศทางของระบบนำทาง ข้อมูลเส้นทางจะปรากฏอยู่ที่ส่วนบน ข้อมูลสถานะยานพาหนะรวมถึงความเร็วรถปัจจุบันและข้อมูลอุปกรณ์ความปลอดภัยจะปรากฏอยู่ที่ส่วนล่าง ทำให้สามารถอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น

   MAZDA CX-5 เจเนอเรชั่นล่าสุด มีให้เลือก 2 พิกัดความแรง ทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D 2.2 และเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 เครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่น ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE  ซึ่งการทดลองขับครั้งนี้เราจะโฟกัสไปที่รุ่นเครื่องยนต์เบนซินแบบฉีดตรง SKYACTIV-G มีอัตราส่วนการอัดสูงเพื่อให้ได้สมรรถนะและประหยัดน้ำมัน ขนาดความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE ขับเคลื่อน 2 ล้อ และรองรับน้ำมัน E85 จุดเด่นของเครื่องยนต์บล็อคนี้อยู่ที่การใช้ลูกสูบแบบมีโพรงซึ่งช่วยลดการสูญเสียความร้อน หัวฉีดแบบหลายรูทำให้เกิดส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศที่สม่ำเสมอ และระบบท่อร่วมไอเสียแบบ 4-2-1 ช่วยลดความต้านทานไอเสียและช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพ มีอัตราส่วนการอัด 14.0:1 ให้แรงบิดอันทรงพลังที่ความเร็วรอบปานกลางถึงสูง ช่วยให้กำลังขับเคลื่อนมีความต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว

   สมรรถนะโดยรวมถือว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วๆไป กำลังของเครื่องยนต์แบกรับตัวถังขนาดใหญ่น้ำหนักตัวกว่า 1,500 กิโลกรัมได้สบาย อัตราเร่งช่วงออกตัวมาแบบเรื่อยๆไม่ดึงกระชาก แต่ก็ถือว่าว่องไวทันใจเหมาะสมต่อการเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่คนขับคงไม่ได้ขับเร็วกดหนักตลอดเวลา หรือถ้าต้องการเค้นความเร็วแบบจัดหนักก็มีโหมดSPORT ข้างๆคันเกียร์ช่วยเสริมให้ขับสนุกมากขึ้น  ส่วนช่วงการเดินทางไกลความเร็วคงที่ประมาณ 100-120 กม./ชม.รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 2,000 - 2,500 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองช่วงนี้มีความหยืดหยุนตั้งแต่ 15-18 กม./ลิตร ส่วนการขับขี่ในเมืองช่วงรถติดสลับหยุดนิ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-12 กม./ลิตร

   การขับขี่บางช่วงเราลองระบบ Mazda Radar Cruise Control ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากคันหน้า เมื่อขับเข้าใกล้รถคันหน้าในระยะห่างที่กำหนดจากการตั้งค่าที่สวิทซ์บริเวณก้านพวงมาลัย  รถจะลดและเพิ่มความเร็วให้เอง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ผู้ขับไม่ต้องเบรกบ่อยๆ ทดลองแล้วใช้งานได้จริง  อีกระบบที่น่าสนใจคือ ระบบเตือนการชนด้านหน้า เมื่อขับเข้าใกล้รถคันหน้าที่มีความเร็วช้ากว่า ระบบจะประมวลผลว่าอาจเกิดการชนจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมขึ้นคำเตือนว่า BRAKE บนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ตื่นตัวในทุกสถานการณ์

   การควบคุมรถยังให้ความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยี G-Vectoring Control  (GVC) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ใหม่ของมาสด้า ด้วยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการทำงานของพวงมาลัยเป็นการควบคุมแบบผสมผสานระหว่างแรงเร่งด้านข้างและตามยาวของตัวรถโดยที่ก่อนหน้านี้ควบคุมแยกกัน  และปรับแรงกดในแนวดิ่งให้เหมาะสมที่ลงสู่ล้อแต่ละล้อ ระบบ GVC จะควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ลดลงในขณะที่คนขับเริ่มหมุนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนภาระให้กับล้อหน้า ช่วยเพิ่มความกระชับของล้อหน้าและเพิ่มความสามารถในการตอบสนองของรถ หลังจากนั้นเมื่อผู้ขับขี่รักษามุมพวงมาลัยคงที่ ระบบ GVC จะคืนแรงบิดของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเพื่อถ่ายโอนภาระไปยังล้อหลังและช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรถ  การถ่ายโอนภาระนี้จะช่วยให้เห็นถึงพฤติกรรมของรถที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้องกับการบังคับรถของผู้ขับขี่ในขณะที่ยังเพิ่มความรู้สึกว่ายางยึดแน่นอยู่บนถนนและให้ความรู้สึกมั่นใจปลอดภัย ระบบ GVC มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถเอสยูวี ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มที่จะเกิดแรงกระทำด้านข้างรถอันเนื่องมาจากศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่ค่อนข้างสูง ช่วยให้ทั้งการตอบสนองและความมั่นคงของรถดีขึ้น ในขณะที่ยังช่วยลดการลื่นไถลออกด้านข้างของตัวผู้โดยสารในห้องโดยสารและช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น

   การบังคับเลี้ยวของพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าให้น้ำหนักเบาเลี้ยวไวแม่นยำช่วงความเร็วต่ำ คล่องตัวเหมือนขับรถขนาดเล็ก แต่ช่วงความเร็วสูงจะแปรผันให้หนักมือขึ้นช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถได้ดี ส่วนระบบกันสะเทือนของ MAZDA CX-5 รุ่นนี้เป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัทในด้านหน้า และแบบมัลติลิงค์หรือแขนยึดหลายจุดที่ด้านหลัง พร้อมช็อคอัพหน้ามีการปรับเส้นผ่านศูนย์กลางของลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้สัมผัสที่ดีทั้งด้านความนุ่มนวล นั่งสบาย   ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพของตัวรถได้อย่างมั่นคงทั้งการขับขี่บนทางตรงและการขับเข้าโค้งด้วยความเร็ว

   สัมผัสแรกการได้รู้จักและลองขับ Mazda CX-5 เจเนอเรชั่นที่ 2 ทำให้รับรู้ว่ามรดกได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยคุณภาพการขับขี่ที่สูงขึ้น ทั้งสมรรถนะความแรง ความคล่องแคล่ว ความสะดวกสบาย รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่บรรจุไว้เต็มพิกัด เราเชื่อว่า CX-5  รุ่นนี้จะเป็นกำลังหลักในด้านการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ระดับท็อปของมาสด้าในการกุมหัวใจผู้ใช้รถชาวไทย และนำพาให้มาสด้าในประเทศไทยประสบความสำเร็จในเป้าหมายทั้งระยะใกล้ กลางและไกลจากความมุ่งมั่นของมาสด้าที่พยายามสร้างแบรนด์และสร้างรถยนต์ที่ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยอย่างต่อเนื่อง!

    ราคาจำหน่าย ALL-NEW MAZDA CX-5

    รุ่น 2.0 C เครื่องยนต์เบนซิน  1,290,000 บาท

    รุ่น 2.0 S เครื่องยนต์เบนซิน 1,400,000 บาท

    รุ่น 2.0 SP เครื่องยนต์เบนซิน 1,530,000 บาท

    รุ่น XD เครื่องยนต์คลีนดีเซล 1,560,000 บาท

    รุ่น XDL เครื่องยนต์คลีนดีเซล 1,770,000 บาท

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันศุกร์, 25 พฤษภาคม 2561 12:31
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing