กรกฎาคม 21, 2561

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Drivingplace.com แหล่งรวมข่าวสารยานยนต์และการขับรถครบทุกรูปแบบ !

MITSUBISHI TRITON ATHLETEสัมผัสครบทุกรูปแบบ เส้นทาง กรุงเทพ-เขาใหญ่ Featured

By กุมภาพันธ์ 16, 2561 1769

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เชิญสื่อมวลชนไทยร่วมทดลองขับ MITSUBISHI TRITON ATHLETE รถกระบะระดับท็อปตกแต่งสไตล์สปอร์ตรุ่นล่าสุด ภายใต้เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ เปิดโอกาสให้สัมผัสครบทุกรูปแบบทั้งการขับขี่ทางไกลแบบออนโรด รวมถึงการฝึกทักษะการควบคุมบนทางออฟโรดและท้าพิสูจน์ความประหยัดน้ำมันในช่วงขึ้นและลงเขาใหญ่!รวมระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร

   MITSUBISHI TRITON  ATHLETE    ถือเป็นรถกระบะระดับท็อปดีไซน์สปอร์ตใหม่ล่าสุด เน้นเพิ่มความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์ ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษรอบคัน ซึ่งเป็นของแท้จากโรงงานรวม 19 รายการ ไล่ตั้งแต่กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่สีดำเข้ม  เสริมการตกแต่งด้วยสปอร์ตบาร์ สปอยเลอร์หลังปลายขอบกระบะ โป่งล้อแต่งสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายสวยสีดำ และตกแต่งลายกราฟฟิกสีส้ม-ดำรอบคัน ช่วยเสริมโดดเด่นมองแล้วแตกต่างจาก TRITON รุ่นมาตราฐานอย่างชัดเจน 

   ภายในห้องโดยสารเน้นการตกแต่งพิเศษด้วยสีทูโทนส้ม-ดำ บริเวณหัวเกียร์และเบาะนั่งที่ผลิตจากหนังคุณภาพพร้อมเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม พร้อมเอกสิทธิ์พิเศษด้วยการปักชื่อรุ่น ATHLETE  ที่เบาะนั่งและที่พรมพื้น  นอกจากนี้ยังคงติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอสัมผัสพร้อมระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay1 ระบบควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์ที่พวงมาลัย (เฉพาะรุ่น Double Cab Plus Athlete) รวมไปถึงการเสริมระบบความปลอดภัยเต็มเพียบ อาทิ ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (Brake Override System), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC – Active Stability and Traction Control) ,ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist System) และกล้องมองภาพหลังขณะถอยจอดพร้อมเส้นกะระยะ (Rear View Camera with Guiding Line) ฯลฯ

   กิจกรรมทดลองขับครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ค้นหาขีดจำกัดของคุณกับ MITSUBISHI TRITON ATHLETE” เปิดโอกาศให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวาง โอ่โถง และสมรรถนะในการขับขี่ที่หลากหลาย โดยเริ่มต้นการเดินทางในช่วงการจราจรที่หนาแน่นของกรุงเทพฯ จากใจกลางเมืองบนถนนสุขุมวิททดสอบความคล่องตัวในการขับขี่ ก่อนขึ้นทางด่วนและโทลล์เวย์ข้ามออกนอกเมืองไปยังชานเมืองย่านนวนครมุ่งสู่จุดหมายแรกคือโชว์รูมมิตซูบิชิ รีพับบลิค เพื่อเรียนรู้การทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ของ TRITON ATHLETE ที่ยกชุดมาจาก PAJERO SPORT รุ่นล่าสุด ซึ่งมีการสาธิตการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในทุกโหมดการใช้งาน เริ่มจากโหมด 4H ระบบขับเคลื่อน4ล้อแบบ Full Time – All Wheel Control ซึ่งระบบนี้จะแบ่งการส่งกำลังลงสู่ล้อหน้า 40%และล้อหลัง 60 % เน้นใช้งานบนสภาพถนนเปียกลื่นด้วยความเร็วที่พอเหมาะทำให้รถมีการทรงตัวที่ดีควบคุมรถง่ายขึ้น   จากนั้นลองปรับสวิทซ์ควบคุมที่อยู่หลังคอนโซลเกียร์เข้าสู่โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตราทดความเร็วสูง ระบบนี้คล้ายๆกับการขับรถออฟโรดแบบฟูลไทม์จะกระจายกำลังสู่ล้อหน้าและหลังบนสภาพถนนปกติ 50% เท่ากัน เหมาะสำหรับการขับขี่บนเส้นทางทุรกันดารพื้นถนนลื่นแต่ยังใช้ความเร็วได้ และที่พิเศษคือพวงมาลัยจะไม่รู้สึกหนักหรือตึงมือ สามารถเลี้ยวได้คล่องตัวเหมือนการขับรถขับเคลื่อน 2 ล้อปกติ และโหมดสุดท้ายคือ 4LLc ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตราทดความเร็วต่ำพร้อมเฟืองท้าย Rear Diff Lock ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เน้นเอาชนะอุปสรรคบนเส้นทางออฟโรด ไม่ว่าจะเป็นการพิชิตยอดเขา และการบุกตะลุยเส้นทางธรรมชาติทั้งทางโคลน เนินสลับหรือเนินชันมากๆได้อย่างมั่นใจ

   สำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4LLc เรามีโอกาสได้ลองของจริงบนเส้นทางออฟโรดช่วงสั้นๆ เมื่อเดินทางไปถึงสนามยิงปืนนาควานิชเพื่อร่วมกิจกรรมฝึกยิงปืนและสลับกับการขับรถบนเส้นทางออฟโรดธรรมชาติบริเวณเขาอีโต้ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ TRITON ATHLETE สามารถนำพาเราผ่านอุปสรรคต่างๆทั้งเนินขึ้นลงทางชันและร่องหินสลับพื้นผิวขุระได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คุมคันเร่งและบังคับทิศทางของพวงมาลัยให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง

   ในช่วงการขับขี่บนเส้นทางออนโรด กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ เพื่อทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel เสื้อสูบและฝาสูบอลูมินัมอัลลอย น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง พื้นฐานแบบ 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 ต่อนาที เป็นเครื่องยนต์ที่เน้นประหยัดและปล่อยมลพิษสะอาด ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ 4 หรือมาตรฐานยูโร4(Euro Step 4) และยังรองรับมาตรฐานมลพิษระดับ 5 ของยุโรปด้วยการติดตั้งระบบ EGR ที่นำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่จึงช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

   สมรรถนะการขับขี่โดยรวมต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของรถกระบะระดับท็อปสู้กับคู่แข่งในตลาดได้  ทั้งเรื่องของเครื่องยนต์ที่รู้สึกดีตั้งแต่เสียงที่เงียบขึ้นเวลาสตาร์ท  จังหวะการออกตัวทำได้นุ่มนวล ราบเรียบ การส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ รอยต่อระหว่างเกียร์อาการกระตุกเกิดขึ้นน้อยมาก เมื่อกดคันเร่งหนักๆทันทีในช่วงออกตัวอาการรอรอบมีบ้างแต่ก็ถือว่าทันใจเพียงพอต่อการใช้งาน  และเมื่อเกียร์เริ่มไหลไปตั้งแต่เกียร์ 3 ขึ้นไปรอบเครื่องยนต์ทะลุเกิน 2,000 รอบ/นาที ถือว่าทำได้ดีความเร็วไหล่ตามน้ำหนักเท้าได้ทันใจ โดยอัตราเร่งจะไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้ามีทางโล่งอัดกันยาวๆความเร็วสูงสุดทะลุเกิน 180 กม./ชม. ส่วนช่วงการขับขี่ทั่วๆไปใช้ความเร็วคงที่ในการเดินทาง 90-120 กม./ชม. รอบเครื่องค่อนข้างต่ำประมาณ 1500-1,900 รอบ/นาที  ซึ่งจะได้ความประหยัดในการเดินทางที่คุ้มค่าเกิน 16 กม./ลิตร และถ้าขับแบบเนียนจริงๆ20 กม./ลิตร มีให้เห็นอย่างแน่นอน ส่วนความรู้สึกในการควบคุมรถจะเหมือนกับขับรถตรวจการณ์หรือรถเก๋งมากกว่าขับรถกระบะ พวงมาลัยแม้ไม่ใช่ระบบเพาเวอร์ไฟฟ้าที่เริ่มนิยมใช้กันในรถกระบะ  แต่ก็ให้น้ำหนักในการเลี้ยวที่ดีทั้งช่วงความเร็วต่ำและสูง คือไม่รู้สึกว่าเบาหรือหนักจนเกินไป ทำให้การเลี้ยวรถมีความคล่องตัว  ขับง่ายและสบายกว่ารถกระบะทั่วๆไป ส่วนช่วงล่างเมื่อขับครั้งแรกก็จะรับรู้ได้ทันทีถึงความนุ่มนวล อาการกระด้างหรือกระเด้งทั้งหน้าและหลัง เกิดขึ้นน้อยกว่ารถกระบะยุคเก่าๆโดยรวมจึงถือว่าขับสบายตามมาตรฐานรถกระบะยุคใหม่

   นอกจากการทดลองขับบนเส้นทางปกติแบบเดินทางไกล  กิจกรรมครั้งนี้ ยังจัดสื่อมวลชนเท้าเทพได้มีโอกาสร่วม พิชิตยอดเขาพิสูจน์ความประหยัดน้ำมัน  ด้วยการขับขี่ TRITON ATHLETE ทั้งในระบบขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นลงบนเขาใหญ่ ก่อนนำมาคำนวณอัตราเฉลี่ยการบริโภคน้ำมันเพื่อค้นหาผู้สื่อข่าวที่ทำตัวเลขความประหยัดได้ดีที่สุด โดยเริ่มออกสตาร์ทจากทางขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรีข้ามเขาไปลงฝั่งปากช่อง ระหว่างทางขับแวะขึ้นไปจุดชมวิวบนเขาเขียวก่อนลงมาวัดผลบริเวณอ่างเก็บน้ำสายศรบนเขาใหญ่รวมระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร ซึ่งการขับขี่ต้องบอกว่าเป็นการแข่งขันแบบอิสระไม่มีกติกาซับซ้อนเพียงแค่วิ่งตามกำหนดเวลาไปถึงจุดหมายไม่เกินชั่วโมงครึ่ง ผู้สื่อข่าวทุกคนจึงงัดเทคนิคที่ผ่านประสบการณ์แข่งขันมานับครั้งไม่ถ้วนออกมาใช้กันเต็มที่ ตัวเลขที่ออกมาก็ถือว่าสุดยอดในช่วงขาขึ้นเขาเป็นเนินชันส่วนใหญ่สลับทางลงเนินเล็กน้อยตัวเลขที่ปั้นแต่งแปรผันแสดงค่าเฉลี่ยบนแผงหน้าปัดอยู่ที่ประมาณ 10-13 กม./ลิตร ส่วนครึ่งทางหลังเป็นการลงเนินเขายาวๆแทบไม่ต้องใช้คันเร่งค่าเฉลี่ยความประหยัดขึ้นไปสูงถึง 18 กม./ลิตร ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดากับการขับแข่งขันประหยัดน้ำมันบนเขาเป็นครั้งแรก แต่ถ้ามองถึงการขับแบบปกติไม่ต้องใช้เทคนิดทั้งการแต่งเกียร์หรือเดินคันเร่งให้เนียนมากมาย เราประเมิณว่าเส้นทางแบบนี้ TRITON ATHLETE น่าจะทำได้ทะลุเกิน 11 กม./ลิตร ไปได้สบายๆ

   โดยภาพรวมต้องยอมรับรถกระบะคันนี้มีความคุ้มค่าในการใช้งานค่อนข้างสูงทั้งด้านความแรงและประหยัดน้ำมัน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการตัดสินใจซื้อของคนไทยยุคปัจจุบันคงต้องมองผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นโดนใจเป็นอันดับแรก เพื่อดึงดูดเข้าสู่การสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของรถรุ่นนั้น ซึ่งการเพิ่มรุ่นตกแต่งระดับท็อปของ TRITON ATHLETE ก็น่าจะสร้างแรงดึงดูดให้กับลูกค้าที่กำลังมองหารถกระบะระดับท็อปราคาทะลุล้านได้มากขึ้น แม้คู่แข่งในกลุ่มนี้จะมีทางเลือกค่อนข้างหลากหลายก็ตาม!!

   การทำตลาด MITSUBISHI TRITON ATHLETE มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 879,000 บาทสำหรับรุ่น D/Cab Plus 2.4D MIVEC Athlete 6MT และ 1,111,000 บาทสำหรับรุ่นท็อป D/Cab 4WD 2.4D MIVEC Athlete 5AT สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ

Rate this item
(0 votes)
Last modified on วันศุกร์, 16 กุมภาพันธ์ 2561 12:05
Kodrivingplace

EXECUTIVE EDITORlaughing